‘เทพไท’ ยันไม่ใช่กบฏปชป. แก้มาตรา 272 เป็นกลุ่มพิทักษ์อุดมการณ์พรรค ไม่มีใครกล้าขวางแก้รธน. เพราะจะตกขบวน กลายเป็นไดโนเสาร์เต่าล้านปี

เมื่อวันที่ 4 ก.ย. นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของเพื่อน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์บางส่วน ต่อการเสนอญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ว่า ไม่ได้เป็นกบฏของพรรคแต่อย่างใด เพราะการแก้ไขมาตรา 272 สอดคล้องกับอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ ข้อ4 และตรงกับจุดยืนของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ให้สัมภาษณ์แสดงความคิดเห็นต่อการแก้ไขมาตรา 272 กับสื่อมวลชนมาแล้วอย่างน้อย 2 ครั้ง

เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด
เพิ่มเพื่อน

ดังนั้นเพื่อนส.ส.ที่เสนอแก้มาตรา 272 น่าจะเป็นกลุ่มพิทักษ์อุดมการณ์พรรค และจุดยืนของหัวหน้าพรรคมากกว่า จึงเห็นว่าการเสนอญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 เป็นไปตามหลักการและอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ทุกประการ

อ่านข่าว เอาจริง! เปิดตัว “กบฏประชาธิปัตย์” ล่ารายชื่อ ส.ส. ปลดล็อกอำนาจ ส.ว.

นายเทพไท กล่าวต่อว่า ท่าทีของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ต่อการเสนอญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคร่วมฝ่ายค้าน ว่า ในขณะนี้ส.ว.มีความคิดแตกต่างกันหลายรูปแบบ บางฝ่ายเห็นว่าควรรับ บางฝ่ายก็เห็นว่า ควรแก้เป็นรายมาตรา แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา เสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรเลย คงมีแต่ความเคลื่อนไหวเพื่อเสนอญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 เท่านั้น เมื่อประเมินถึงท่าทีของส.ว.ตอนนี้แล้ว กระแสต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญลดน้อยลงไปมาก มีเพียงแต่จะแก้ไขกันอย่างไรเท่านั้น

ส่วนกระแสข่าวว่ามีส.ว.ส่วนใหญ่ไม่ยอมรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น น่าจะเป็นการปล่อยข่าวเพื่อหยั่งกระแสทางการเมืองมากกว่า เพราะขณะนี้ถ้ามีกลุ่มใดต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ก็จะตกขบวนประชาธิปไตย เป็นพวกไดโนเสาร์เต่าล้านปีในยุคนี้อย่างแน่นอน เพราะสถานการณ์ทางการเมืองของฝ่ายก้าวหน้ากำลังรุกไล่ฝ่ายอนุรักษ์นิยมอย่างเห็นได้ชัด

“จากจุดเริ่มต้นที่ฝ่ายรัฐบาลไม่ยอมให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างเด็ดขาด จนยินยอมให้แก้ไขเป็นรายมาตรา พัฒนาจนถึงแก้ไขมาตรา 256 เพื่อปลดล็อควิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ง่ายขึ้น และรุกคืบต่อจนถึงการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.) จนบัดนี้มีการเรียกร้องให้แก้มาตรา 272 เพื่อปิดสวิทซ์ ส.ว.ไม่ยอมให้เลือกนายกรัฐมนตรีเกิดขึ้นแล้ว และอาจจะก้าวหน้าในประเด็นอื่นๆต่อไปเรื่อยๆ

เพราะภายในเดือนกันยายนนี้ จะมีการชุมนุมของกลุ่มประชาชนปลดแอก เพื่อปิดสวิทซ์ ส.ว.อย่างแน่นอน ถ้าหากฝ่ายการเมืองทั้งรัฐบาล พรรคร่วมรัฐบาล พรรคร่วมฝ่ายค้าน ตามกระแสการเมืองไม่ทัน และฝืนกระแสของสังคม ก็จะก่อให้เกิดความขัดแย้ง ความรุนแรง จนนำไปสู่จุดวิกฤตของบ้านเมืองได้” นายเทพไท กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน