FootNote : 19 กันยา ทวงอำนาจ คืนราษฎร ยิ่งสกัด ยิ่งขัดขวาง ยิ่งขยายใหญ่

ไม่ว่าท่าทีอันมาจาก “ผู้บริหาร” มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไม่ว่าท่าทีอันมาจากสิ่งที่เรียกว่า “ประชาคมธรรมศาสตร์” ล้วนมีเป้าหมายเด่นชัดยิ่งในการออกโรง เป้าหมายแรกสุด คือ ไม่ต้องการให้การเคลื่อนไหว “19 กันยา ทวงอำนาจ คืนราษฎร” ได้ปรากฏขึ้น

ขณะเดียวกัน หากเกิดขึ้นก็มีจำนวนลดน้อยถอยลง

นี่ย่อมเป็นท่าทีเดียวกันกับการซ้อมรบอย่างกะทันหันและรีบด่วนของกองทัพบก พร้อมด้วยการเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์จากส่วนภูมิภาคเข้ามาในพื้นที่กองทัพภาคที่ 1

นี่ย่อมเป็นท่าทีเดียวกันกับการเคลื่อนย้ายกำลังพลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติจากตำรวจภูธรเข้ามาในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล

ขณะเดียวกัน ก็มีการปล่อยภาพและข่าวการซ้อมปราบฝูงชนด้วยการยิงแก๊สน้ำตาสกัดอย่างกว้างขวางคึกคัก

คำถามที่ตามมาก็คือ มาตรการเหล่านี้ได้ผลหรือไม่

เมื่อมองไปยัง “แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม” ไม่ว่าจะเป็น รุ้ง ปภัสยา ไม่ว่าจะเป็น เพนกริน พริษฐ์ ไม่มีสะทกสะท้าน ไม่มีการถอยแม้แต่ก้าวเดียว

ประกาศพร้อมเดินหน้า “19 กันยา ทวงอำนาจ คืนราษฎร” ให้ปรากฏเป็นจริง

ดำรงจุดเป้าหมายอยู่ที่ ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มั่นคง

ยิ่งกว่านั้น กระแสในทางสังคม ไม่ว่าจะมาจากคณาจารย์ทั้งในอดีตอย่าง ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ทั้งในปัจจุบันอย่าง ดร.อนุสรณ์ อุณโณ ยืนหยัดปกป้องการชุมนุมอย่างเด็ดเดี่ยว แน่วแน่

ยิ่งกว่านั้น กลุ่มนักศึกษา”โดมรวมใจ”อันเคยเป็นเหยื่อจากสถานการณ์เมื่อเดือนตุลาคม 2519 ซึ่งเกาะกลุ่มกันอย่างเหนียวแน่นก็ออกโรงเรียกร้องให้เปิดมหาวิทยาลัยเพื่อปกป้องนักศึกษา

เป็นผนังทองแดงให้กับ “19 กันยา ทวงอำนาจ คืนราษฎร”

ที่เคยคาดหมายว่าจะมีผู้เข้าร่วมการชุมนุม “หลายหมื่น” อาจทะลุเข้าหลัก “เรือนแสน”

นับแต่เกิดปรากฏการณ์ “เยาวชนปลดแอก” เมื่อวันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยปรากฏการณ์นี้มีแต่เติบใหญ่ ขยายตัวจากนิสิตนักศึกษา สู่นักเรียน และ สู่ประชาชน

ไม่ว่าปริมาณ ไม่ว่าคุณภาพล้วนมีการยกระดับกระทั่งพร้อมเดินหน้า “19 กันยา ทวงอำนาจ คืนราษฎร” ในที่สุด


 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน