ศาลตัดสินคดีที่ดินอัลไพน์ สั่ง จำคุก “ยงยุทธ วิชัยดิษฐ”อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย 2 ปี ไม่รอลงอาญา ให้ประกันตัวแต่ห้ามออกนอกประเทศ “บิ๊กตู่” พ้อหนักอก โดนถล่มปล่อย”ยิ่งลักษณ์”หนีศาล บิ๊กป้อม-ผบ.ทบ.ประสานเสียงไม่เชื่อมีฝ่ายมั่นคง-ผู้ใหญ่ช่วยเหลือ คสช.ยังไม่เบาใจแม้พรรคเพื่อไทยไร้ผู้นำ ตร.เรียกคุย”ผกก.หนุ่ย” ตำรวจติดตามอดีตนายกฯ จ่อคุยเพิ่ม 14 คนสนิท “เทือก”เล็งตั้งพรรคการเมือง ครม.ตั้งกรรมการยุทธศาสตร์ผู้ทรงคุณวุฒิ 12 ราย โยกผอ.สำนักพุทธฯ นั่งผู้ตรวจสำนักนายกฯ บิ๊กตู่ยันดึงมาทำงานปฏิรูปศาสนา ไม่ได้ลงโทษ
ครม.ตั้ง 12 กก.ยุทธศาสตร์
เวลา 14.15 น. วันที่ 29 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. กล่าวหลังประชุมครม. ว่า ครม.มีการแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ เป็นการตั้งตามตำแหน่งกับอีกส่วน 17 คน โดยวันนี้แต่งตั้ง 12 คน ที่เหลืออีกจำนวนหนึ่งเก็บไว้หาคนดีๆ เก่งๆ สมัครใจเข้ามาอยู่ เพราะมีคนสมัครเยอะแต่ต้องคัดกรองให้ดี จริงๆ แล้วคณะกรรมการชุดนี้ถือเป็นซูเปอร์บอร์ดของยุทธศาสตร์ชาติ อาจมีทหารอยู่บ้างส่วนหนึ่งอย่าไปกังวล เพราะ การทำงานต้องเดินตามกลุ่มยุทธศาสตร์ชาติข้างล่าง 6 กลุ่ม ต้องมีคนมาทำมาจากหลายภาคส่วน ซึ่งจะมีคณะกรรมการปฏิรูปอีกส่วนหนึ่ง คณะกรรมการชุดนี้ต้องกำหนดว่าจะเดินหน้าประเทศไปอย่างไร 20 ปี
ออกไปเป็นแผนปฏิรูปทุก 5 ปี จากเอกสาร งานวิจัย จากการพบปะประชาชน ปัญหาของเดิม จากต่างประเทศ อนาคตจะต้องเป็นอย่างไร ไม่ใช่ง่าย ต้องแก้แบบซึ่งไม่ใช่ง่าย ไม่ใช่ตั้งอย่างนี้แล้วเป็นการสืบทอดอำนาจ
“บิ๊กตู่”โต้เด้งผอ.สำนักพุทธ
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงครม.มีมติย้ายพ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.พศ. เป็นผู้ตรวจการสำนักปลัดสำนักนายกฯว่า ไม่ได้เด้งเพราะได้ทำงานสำเร็จแล้ว ทั้งแก้ปัญหาเรื่องพระเรื่องวัดต่างๆ จึงย้ายมาใกล้ๆ นายกฯ ช่วยการทำงานปฏิรูปศาสนาไม่ได้เป็นการลงโทษ เป็นการปรับย้าย แต่งตั้งหมุนเวียนเข้ามาทำงานสำคัญ ดังนั้นเป็นเป้าใหญ่ หลายคนเลยเข้าใจว่ารัฐบาลไม่พอใจ ก็พอใจเพราะย้ายขึ้นมาช่วยกันทำงานข้างบนเพราะรู้ปัญหาหมดแล้ว เมื่อก่อนอยู่ดีเอสไอจะกลับไม่ได้แล้วเพราะซีมันขึ้นแล้วก็มาอยู่กับตน เป็นคณะกรรมการปฏิรูป มาทำงานช่วยกัน
ลั่นหาตัวคนพา”ปู”หนี
เมื่อถามถึงการตั้งข้อสังเกตว่าคสช.และฝ่ายความมั่นคงอาจมีส่วนรู้เห็นต่อการที่น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่มาฟังคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีรับจำนำข้าว เมื่อวันที่ 25 ส.ค. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ยอมรับว่าเสียใจแต่ต้องไม่ลืมว่ารัฐบาลชุดนี้นำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เรามุ่งหวังให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม แต่ฝ่ายความมั่นคงต้องกลายเป็นจำเลยของสังคม ทั้งที่อีกฝ่ายไม่มาฟังคำตัดสินตามนัดหมาย รัฐบาลนี้ให้ความสำคัญทุกกรณี
นายกฯ กล่าวว่า ส่วนเส้นทางการหายตัวตนสั่งการไปหลายวันแล้ว ต้องเช็กหลายทางทั้งในและต่างประเทศ ก็รอคำตอบอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ยืนยันคสช.และฝ่ายความมั่นคง ไม่ได้ช่วยเหลือให้หลบหนี ไม่มีทาง เว้นแต่ไอ้คนชั่วบางคน ถ้ามีการปล่อยปละละเลยหรือได้รับผลประโยชน์ก็ต้องหากันจนเจอ
ต้องลงโทษอดีตนายกฯ ให้ได้
เมื่อถามว่าการหนีคดีของน.ส.ยิ่งลักษณ์ จะกลายเป็นบรรทัดฐานหรือไม่ ที่นักการเมือง และคนรวยหากรู้ว่าไม่รอดคดีก็ใช้วิธีหนีออกนอกประเทศ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การนำตัวกลับมาดำเนินคดีนั้น ถ้าไปต่างประเทศ ก็ต้องขอความร่วมมือส่งตัว
“ท่านแรกยังกลับไม่ได้เลย เพราะท่านก็เคลื่อนไหวไปเรื่อย เป็นเคสเดียวกับทายาทกระทิงแดง อันนั้นขอตำรวจสากลไป 190 ประเทศ ยังเอากลับมาไม่ได้เลย แต่ผมยืนยันว่าต้องลงโทษให้ได้ ต้องหาวิธีการทางกฎหมาย ให้ได้” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ความจริงแล้วมีการดำเนินการจนมาสู่การพิจารณาคดีและจะมีการตัดสิน จนทำให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่มาฟังคำตัดสิน แต่ถ้าบอกว่ารัฐบาลนี้มาไม่ถูกต้องมันก็จบหมด ตนพยายามทำให้ถูกต้องแม้จะมาไม่ถูก และทำเรื่องอื่นด้วย ไม่ใช่เอาเรื่องนี้มาแล้วมองว่าคสช.ล้มเหลว ความมั่นคงล้มเหลวทั้งหมด คิดแบบนี้มันไม่ถูก มีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นตั้งหลายอย่าง
ขอลี้ภัยไม่น่าจะทำได้
เมื่อถามว่าได้รับรายงานการขอลี้ภัยของน.ส.ยิ่งลักษณ์หรือยัง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เรื่องลี้ภัยอย่าเพิ่งพูดเลย น.ส.ยิ่งลักษณ์จะขอลี้ภัยเรื่องอะไร ตอนนี้เขาหนีประกันศาลออกไป เป็นเรื่องเดียว เรื่องคดียังไม่ตัดสินจะไปลี้ภัยได้หรือไม่ ซึ่งไม่น่าจะได้
เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ที่การหายตัวไปของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ที่ซ้ำรอยนายทักษิณ ชินวัตร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ผมยอมรับว่ากังวล เจ้าหน้าที่ทุกคนกังวลหมด เพราะประชาชนยังให้ความสำคัญกับคนเหล่านี้มาก แต่ต้องว่ากันในกระบวนการยุติธรรม ถ้าหนีก็เป็นผู้ร้ายหนีคดี ต้องลดการให้เกียรติลงไป”
ย้ำไม่ได้ปล่อยหนี-บ่นหนักอก
เมื่อถามว่าได้ประสานไปยังประเทศใดบ้าง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ประเทศรอบบ้านและประเทศปลายทาง ถามทุกประเทศ ไปสิงคโปร์ ยูเออี ตนถามหมด อย่ายกความรับผิดชอบทั้งหมดให้ตน เพราะตนหนักอกเข้าใจหรือไม่ ถ้าเป็นตนจะรู้ว่าทำไม่ได้ จะช่วยใครตนก็ช่วยไม่ได้ อย่าเอาเรื่องนี้ไปพันกับเรื่องโน้น
“วันนี้เห็นมีการนำคลิปผมไปออกกันเต็มไปหมด มันคนละเวลา คนละเรื่อง ตอนนั้นผมเป็นลูกน้อง ผู้ใต้บังคับบัญชา ผมเคารพทุกคน น.ส.ยิ่งลักษณ์ออกไปเส้นทางไหนมันปิดกันไม่มิดหรอก เดี๋ยวก็หาเจอกันได้ใจเย็นๆ อย่าให้อย่างอื่นมันพังไปด้วย ผมขอร้อง อย่าให้สิ่งที่ผมทำมา 3 ปี มันล่มสลายไปด้วยคนคนเดียว ผมขอแค่นี้ ถ้าเชื่อมั่นผมอยู่ ผมจะทำให้ ซึ่งผมไม่ยอมให้สิ่งที่ทำมาล่มสลาย” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
“ป้อม”ลั่นไม่ได้ช่วยปู-ยันไม่รู้จัก
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีฝ่ายการเมืองวิจารณ์ว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทาง ออกไปได้เช่นนี้เพราะได้รับความช่วยเหลือจากพล.อ.ประวิตร รองนายกฯ กล่าวว่า “ผมไม่รู้จักท่าน ไม่เคยพูดจา ไม่เคยได้คุย ผมโดนตลอด ขอให้เราได้ตรวจสอบให้ชัดเจน ก่อน ถามแบบนี้ทุกวันมันก็ลำบาก คดีนี้ ไม่ต้องถามผมแล้ว” เมื่อถามย้ำว่ามีเสียงวิจารณ์ว่าพล.อ.ประวิตรมีความเชื่อมโยงกับนายทักษิณ จึงเป็นผู้ประสานช่วยน.ส.ยิ่งลักษณ์ พล.อ. ประวิตรกล่าวว่า ตนไม่ได้สนิทกับนายทักษิณ
ผบ.ทบ.ชี้มีศักยภาพ-หนีเองได้
ที่บก.ทบ. พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการคสช. กล่าวถึงการหนีคดีของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นถึงอดีต นายกฯ จึงมีศักยภาพ ที่สำคัญคนรอบข้างก็มีความรู้โดยเฉพาะมีตำรวจติดตาม จึงรู้วิธีการและเทคนิคเป็นอย่างดี คสช.ไม่เกี้ยเซี้ยหรือเอื้อประโยชน์ให้หลบหนีออกนอกประเทศ เพราะคสช.ไม่ได้ประโยชน์
พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวว่า คสช.ไม่ได้ตายใจ แต่เราให้เกียรติกัน คสช.ไม่คาดคิดว่าน.ส. ยิ่งลักษณ์จะหลบหนีและทิ้งเงินประกัน 30 ล้านบาท เพราะยืนยันมาตลอดว่าจะไม่หลบหนี จึงไม่ได้สั่งการให้กองกำลังชายแดนจับตาคดีรับจำนำข้าวเป็นพิเศษ และช่วงที่ผ่านมา คสช.ไม่ได้ควบคุมอย่างใกล้ชิดเนื่องจากเคยถูกสังคมตำหนิว่าเป็นการข่มขู่คุกคาม จึงถอนกำลังออกมา ส่วนจะมีทหารช่วยวางแผนหลบหนีด้วยหรือไม่นั้น ตนไม่รู้สายสนกลลึกขนาด นั้น เป็นปฏิบัติการลับและเขาก็ปิดลับได้ดี
“เชื่อว่านายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ พี่ชายช่วยเหลือ และเป็นผู้เตรียมการให้ในส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น เครื่องบินส่วนตัว จึงคิดว่า มีศักยภาพในการหลบหนีด้วยตนเอง ที่สำคัญที่สุดคือคุณยิ่งลักษณ์ ยืนยันตลอดเวลาว่าพร้อมพิสูจน์ตนเองตอนขึ้นศาลจึงไม่มีใคร คิดว่าจะหลบหนี จึงยืนยันได้ว่าการหลบหนีครั้งนี้มีการเตรียมการและตัดสินใจไว้ล่วงหน้า แล้ว รอเวลาและโอกาสที่เหมาะสม และจากการตรวจสอบข้อมูลยังไม่มีผู้ใหญ่หรือผู้มีอำนาจให้ความช่วยเหลือ นายกฯ โทร.มาเร่งรัด ทุกวัน” พล.อ.เฉลิมชัยกล่าว
ไม่เบาใจแม้พท.ไร้หัว
เมื่อถามว่าเบาใจหรือไม่ว่าการเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทยจะเบาลง พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวว่า ตนไม่เบาใจ เราเดินตามกรอบเดิมทุกอย่าง ไม่ทราบว่าทางการเมืองพรรคเพื่อไทยจะปฏิรูปจัดรูปแบบอย่างไร อาจเข้มแข็งกว่าเดิมก็ได้ ถ้าจัดระบบที่ประชาชนยอมรับ ดังนั้น อย่าปรามาสพรรคเพื่อไทยว่าจะอ่อนแอ
พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวถึงนายศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือน้องไปป์ ลูกชายน.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องไปฝึกนักศึกษาวิชาการทหาร (นศท.) ที่ศูนย์ฝึก นศท. วิภาวดีรังสิตว่า ฝึกตามปกติและ ไม่ต้องไปตามประกบ ไม่รู้จะไปประกบทำไม จะดูแค่เรื่องความปลอดภัยเท่านั้น
“ดอน”พร้อมถอนพาสปอร์ต
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงการติดตามตัวน.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่มีกระแสข่าวหลบหนีไปต่างประเทศว่า เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอให้ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปหารือ กันก่อน
เมื่อถามว่าตำรวจส่งเรื่องขอให้เพิกถอนหนังสือเดินทางของน.ส.ยิ่งลักษณ์ แล้วหรือไม่ รมว.ต่างประเทศกล่าวว่า ยังไม่มีการส่งเรื่องใดเข้ามา เมื่อถามว่ามีบางฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่ากรณีน.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่สามารถขอลี้ภัยในต่างประเทศได้ นายดอนกล่าวว่า ขอย้ำว่าไม่ว่าจะเรื่องใดที่เกี่ยวข้องกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังไม่มีหน่วยงานใดส่งเรื่องมาให้กระทรวงการต่างประเทศ แต่ทางกระทรวงได้เตรียมทุกเรื่องไว้แล้ว และจะพิจารณาตามระเบียบที่เกี่ยวข้องโดยละเอียด
พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการตรวจสอบเส้นทางที่คาดว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ใช้หลบหนีออกนอกประเทศว่า ขณะนี้พล.อ. ประวิตรได้รับคำสั่งจากนายกฯแล้ว ให้ตรวจสอบ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าน.ส. ยิ่งลักษณ์ออกนอกประเทศไปแล้วหรือไม่ เป็นข่าวเท่านั้น จึงอยู่ระหว่างการตรวจสอบและเช็กช่องทางหลบหนี
ฟันวินัยหากพบขรก.พาหนี
เมื่อถามว่ามีการประสานกับประเทศเพื่อนบ้านหรือไม่โดยเฉพาะกัมพูชา พล.อ.ทวีป กล่าวว่า สมเด็จฮุน เซน นายกฯกัมพูชา ปฏิเสธข่าวแล้ว ส่วนประเทศอื่นๆ เป็นแค่ข่าวยังไม่มีการยืนยัน รวมถึงสถานทูตต่างๆ ได้ตรวจสอบ ซึ่งยังไม่มีความชัดเจน ฉะนั้นถ้ายังไม่พบตัวก็ยังยืนยันไม่ได้ว่าอยู่ที่ไหน เมื่อถามว่าเชื่อมั่นคำพูดของสมเด็จฮุน เซน หรือไม่ พล.อ.ทวีปกล่าวว่า ต้องตรวจสอบฝั่งเราก่อนซึ่งยังไม่มีอะไรยืนยัน ที่ผ่านมาสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(ตม.) ได้ตรวจทุกช่องทางเข้าออกแต่ไม่พบ นายกฯย้ำว่าให้ฝ่ายความมั่นคงไปตรวจสอบว่าหลบหนีไปได้อย่างไร ใช้ช่องทางไหน ซึ่งต้องตรวจสอบให้ได้ และนายกฯย้ำว่าสิ่งเหล่านี้ต้องไม่เกิดขึ้นอีก เจ้าหน้าที่ต้องเข้มงวดมากขึ้น
เมื่อถามว่าได้ตรวจสอบเจ้าหน้าที่ที่คาดพาหลบหนีหรือไม่ พล.อ.ทวีปกล่าวว่า ขณะนี้ ยังไม่พบ พล.อ.ประวิตรสั่งการแล้วถ้ามีหลักฐานพบมีข้าราชการช่วยเหลือก็ต้องดำเนินการอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะทางวินัย
ผกก.หนุ่ยให้ปากคำสน.ลาดพร้าว
รายงานข่าวแจ้งว่า พ.ต.อ.วทัญญู วิทยผโลทัย ผกก.ฝ่ายวิจัยและพัฒนา ศูนย์พัฒนาด้านการข่าว กองบัญชาการตำรวจสันติบาล ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนสน.ลาดพร้าว ที่สน.ลาดพร้าว เมื่อวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา เพื่อทำการสอบปากคำกรณีการหลบหนีของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ เบื้องต้นพ.ต.อ.วทัญญู ให้การปฏิเสธไม่ทราบถึงกรณีน.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางออกจากบ้านหรือ หลบหนีการไปฟังคำพิพากษาคดีจำนำข้าว นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนสน.ลาดพร้าว สอบปากคำเพิ่มเติมกรณีตำรวจติดตามคนอื่นๆ รวมถึงตำรวจติดตามที่ดูแลเพิ่มเติม
โดยพนักงานสอบสวนสน.ลาดพร้าว บันทึกข้อมูลไว้เป็นหลักฐานการให้ปากคำเพื่อเป็นข้อมูลการตรวจสอบไว้ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในการพิสูจน์ทราบว่า น.ส. ยิ่งลักษณ์ หลบหนีออกในพื้นที่บริเวณบ้านพัก ภายในซอยโยธินพัฒนา 3 หรือไม่อย่างไรและเดินทางไปจุดใดต่อไป
ตร.จ่อคุย 14 คนสนิทปู
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์ถึงการติดตามตัวน.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ อยู่ที่ใด ในหรือนอกประเทศ แต่สั่งการตรวจสอบทุกช่องทาง จากการตรวจสอบไปยังสำนักงานตรวจคน เข้าเมือง (สตม.) ไม่พบว่าหลบหนีออกทางช่อง ทางตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิ ช่องทาง ตม.อื่นๆ ก็ไม่มี
ผบ.ตร.กล่าวว่า ขณะนี้เชิญคนใกล้ชิดมา สอบถาม รวมถึงพ.ต.อ.วทัญญู วิทยผโลทัย ซึ่งทำหน้าที่นายตำรวจติดตาม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็เข้ามารายงานตัวแล้ว ให้ข้อมูลแล้วแต่เปิดเผยไม่ได้ ขณะเดียวกันจะเชิญบุคคลที่พบว่ามีการพูดคุยกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค ก่อนหายตัวไป ซึ่งตามข้อมูลมี 14 คน มาพูดคุย แต่คงไม่เชิญทั้งหมดเพราะเชื่อว่าพบเจอพูดคุยกันตามปกติ
พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า เรื่องนี้ นายกฯ และรองนายกฯ ด้านความมั่นคง ไม่ได้กำชับอะไร ตนกับพล.ต.อ.ศรีวรราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. รับผิดชอบอยู่แล้ว ยืนยันดำเนินการทุกมิติ ทั้งประกาศสืบจับ ติดตามตัว ตรวจสอบเส้นทางหลบหนี เส้นทางธรรมชาติ เส้นทางโจรตามแนวชายแดนที่นักการเมืองมีสีต่างๆ หนีกันไปก่อนหน้านี้ ขณะเดียวกันประสานตำรวจสากล 190 ประเทศ รวมถึงของสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ หรือยูเออีแล้ว แต่ยังไม่ได้รับรายงานผลตอบรับ ก็เหมือนกรณีนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ผู้ต้องหาคดีขับรถชนตำรวจเสียชีวิต ที่สอบถามตำรวจสากลไปเหมือนกัน คล้ายๆ กัน ถ้าเจอตัวน.ส.ยิ่งลักษณ์ก็จับทันที
รายงานเผยว่า 14 คน อาทิ นายวิม รุ่งวัฒนะจินดา นายพิชิต ชื่นบาน และน.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์
ยังไม่มีหมายจับ-คนพาหนีไม่ผิด
ด้านพล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า เมื่อวันที่ 28 ส.ค. ตนเชิญพ.ต.อ.วทัญญู มาพบและสอบถาม ด้วยตนเอง คุยกันทั่วไปก็ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เป็นเบาะแส แต่บอกไม่ได้ว่าให้ข้อมูลอย่างไร หรือพบเห็นน.ส.ยิ่งลักษณ์ครั้งสุดท้ายเมื่อไร เป็นเรื่องการสืบสวน ยืนยันทำตามกระบวนการตามคำสั่งผบ.ตร.ทุกอย่าง พ.ต.อ.วทัญญูไปช่วยราชการติดตามน.ส. ยิ่งลักษณ์ ตามระเบียบถูกต้อง กรณีน.ส. ยิ่งลักษณ์หายไป ไม่ต้องตั้งกรรมการสอบสวนพ.ต.อ.วทัญญู เพราะตนสอบด้วยตนเองอยู่แล้ว
รองผบ.ตร.กล่าวว่า การจะได้ตัว น.ส. ยิ่งลักษณ์ มาดำเนินคดีหรือไม่นั้น ขอชี้แจงว่า อดีตนายกฯ ได้รับการประกันตัวจากศาล ซึ่งตามหลักของป.วิอาญา ทั่วไป ทหารตำรวจหรือ ฝ่ายปกครองจะไปก้าวล่วงมากไม่เหมาะและไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ ส่วนที่อดีตนายกฯ ไม่อยู่ที่บ้านนั้น ขณะนั้นยังไม่มีหมายจับคนที่พาหนีก็ยังไม่เข้าข่ายมีความผิด มีฎีกาเยอะแยะ แต่หลังจากมีหมายจับ ผบ.ตร.กำชับให้ออกประกาศสืบจับอยู่แล้ว
ส่งตร.สอบถามพระ
แหล่งข่าว บก.ปอท.เผยว่า เมื่อวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา พล.ต.อ.ศรีวราห์ เรียกประชุมหน่วยต่างๆ โดยให้บก.ปอท. ตรวจสอบการโพสต์เฟซบุ๊กของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่โพสต์ล่าสุดให้ประชาชนรอฟังอยู่บ้านไม่ต้องไปที่ศาลนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์โพสต์จากที่ใด รวมทั้งโพสต์เมื่อวันที่ 23 ส.ค. ซึ่งเป็นภาพขณะทำบุญใส่บาตร เป็นเหตุการณ์จริงหรือนำภาพเก่ามาโพสต์ โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน ไปสอบถามพระที่รับบาตร แล้วให้มารายงานผลการตรวจสอบมาให้ทราบโดยเร็วที่สุด
พท.แถลงเดินหน้า 3 ภารกิจ
พรรคเพื่อไทย ออกแถลงการณ์เรื่อง “การดำเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยในอนาคต” ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 25 ส.ค. โดยเฉพาะน.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งเป็นบุคลากรที่ทรงคุณค่าของพรรคนั้น พรรคเห็นว่าอดีตนายกฯ คงมีคำชี้แจงต่อสาธารณชน เมื่อถึงเวลาอันควร สำหรับพรรคเพื่อไทยยืนยันว่ามีภารกิจหน้าที่ที่สำคัญที่สุดจะต้องดำเนินต่อไปอย่างมั่นคง คือ 1.การต่อสู้ให้สังคมเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง ยอมรับในสิทธิมนุษยชนและสิทธิ เสรีภาพของประชาชน และประชาชนต้องได้รับการปฏิบัติจาก เจ้าหน้าที่ของรัฐด้วยความใส่ใจ เป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ 2.การทำให้ประชาชนมีความอยู่ดีกินดี 3.การยึดมั่นในแนวทางสันติวิธี และสร้างความสมานฉันท์ด้วยหลักเมตตาปรารถนาดีต่อกัน
แถลงการณ์ ระบุว่า พรรคเพื่อไทยเชื่อมั่นว่าปัญหาอุปสรรคที่พรรคเผชิญอยู่นั้น ยิ่งทำ ให้พรรค สมาชิกและผู้สนับสนุนมีความรัก สามัคคีและมีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ที่จะ มุ่งมั่นทำงานเพื่อให้สังคมไทยมีสันติสุข ประชาชนมีเศรษฐกิจที่ดี และได้รับประโยชน์สุขต่อไป พรรคเพื่อไทยจะยังคงมุ่งมั่นในภารกิจต่างๆ อย่างแน่วแน่ ไม่เปลี่ยนแปลง
เมีย-ลูกเยี่ยมบุญทรง
เวลา 12.00 น. ที่เรือนจำกลางคลองเปรม นางปอยใจระพี เตริยาภิรมย์ ภรรยา บุตรชาย 2 คนและน้องชายของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์ ที่ถูกศาลสั่งจำคุก 42 ปี คดีขายข้าวจีทูจี พร้อมนายนรินทร์ สมนึก ทนายความ เข้าเยี่ยมนายบุญทรง โดยใช้เวลาร่วม 2 ชั่วโมง เนื่องจากช่วงวันที่ 28 ส.ค.ถึง 4 ก.ย. กรมราชฑัณฑ์ เปิดให้ญาติเข้าเยี่ยม ผู้ต้องขังแบบใกล้ชิดได้ เข้าพบผู้ต้องขังได้นานกว่าปกติ
นายนรินทร์กล่าวว่า นายบุญทรงยังคงมีอาการเครียดและวิตกกังวลยู่บ้าง แต่โดยรวมถือว่าดีขึ้น มีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสมากขึ้น ส่วนการยื่นประกันตัวอีกครั้งนั้นอยู่ระหว่างเตรียมร่างหลักการเหตุผล น่าจะยื่นขอประกันอีกครั้งในสัปดาห์หน้า
นายนรินทร์กล่าวว่า การเข้าพบนายบุญทรง ของภรรยาและครอบครัวนั้นไม่ได้พูดคุยหรือฝากอะไรเป็นพิเศษ มีเพียงเรื่องสุขภาพที่ครอบ ครัวเป็นห่วง หลังเยี่ยมเสร็จแล้วนายบุญทรงจะไปพบแพทย์ของโรงพยาบาลภายใน เรือนจำอีกครั้งเนื่องจากยังมีอาการเครียด วิตกกังวล จนความดันขึ้น รวมถึงตัวนายบุญทรงมีโรคประจำตัวหลายโรค อาทิ ความดัน ไซนัส ภูมิแพ้
ให้เมียถอนฟ้อง 3 บิ๊กพาณิชย์
นายนรินทร์กล่าวว่า ส่วนที่นางปอยใจระพี ยื่นฟ้องกรมบังคับคดี กรมการค้าต่างประเทศ และกระทรวงพาณิชย์ ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง จากกรณีถูกอายัดบัญชีทางการเงิน ซึ่งเป็นบัญชีที่ไม่เกี่ยวข้องกับนายบุญทรงนั้น นายบุญทรงอยากให้นางปอยใจระพี ถอนฟ้อง เนื่องจากไม่ต้องการให้ภรรยาตกเป็นเป้า โดยจะไปยื่นถอนฟ้องวันที่ 30 ส.ค.นี้
วันเดียวกัน ศาลได้เลื่อนอ่านคำสั่งรับหรือไม่รับคดีที่นางปอยใจระพี ยื่นฟ้อง ออกไปเป็นวันที่ 21 ก.ย.นี้ เวลา 13.30 น.
“เทือก”พลิกลิ้น-เล็งตั้งพรรค
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) กล่าวถึงจุดยืนทางการเมืองหลังจากนี้ว่า ตนยังสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ส่วนมีแนวโน้มว่า กปปส.จะตั้งพรรคการเมืองหรือไม่นั้น ขณะนี้ยังไม่ได้คิด แต่ไม่ปฏิเสธเพราะเป็นเรื่องอนาคต อะไรที่จำเป็นต่อชาติบ้านเมืองเราทำทั้งนั้น แต่ยืนยันจะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง อาจจะให้การสนับสนุนตัวบุคคล หรือพรรคที่ทำประโยชน์แก่บ้านเมืองได้
กก.ยุทธศาสตร์ล้วนบิ๊กเนม
พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า ครม.เห็นชอบการแต่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ มีนายกฯ เป็นประธาน โดยตำแหน่ง ประธานสภา ผู้แทนราษฎร ปัจจุบันคือประธานสนช. เป็นรองประธานโดยตำแหน่ง นอกจากกรรมการโดยตำแหน่ง ที่ประชุมได้แต่งตั้ง พล.อ. ประวิตร เป็นรองประธานอีก 1 ตำแหน่ง พร้อมตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 12 คน 8 ด้าน คือ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา นายสมคิด จาตุศรี พิทักษ์ นายศุภชัย พานิชภักดิ์ นายชาติศิริ โสภณพนิช นายบัณฑูร ล่ำซำ นายกานต์ ตระกูลฮุน นายเทียนฉาย กีระนันทน์ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ นพ.พลเดช ปิ่นประทีป พล.อ.อ. ประจิน จั่นตอง นายวิษณุ เครืองาม นายอุตตม สาวนายน ส่วนผู้ทรงคุณวุฒิอีก 5 ตำแหน่ง ครม.จะแต่งตั้งในโอกาสต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในกรรมการยุทธศาสตร์ชาติครั้งนี้มีชื่อซ้ำกับที่ก่อนหน้านี้ ครม.ได้แต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน ประกอบด้วย 1.นายบัณฑูร ล่ำซำ 2.นายกานต์ 3.นายชาติศิริ 4.นพ.พลเดช
5 รมต.ร่วมนั่งกรรมการ
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวกรณีมีรัฐมนตรี 5 คน เป็นกรรมการยุทธศาสตร์ว่า รัฐมนตรีแต่ละคนทำยุทธศาสตร์ชาติทั้ง 6 ด้านมาก่อน เหมือนเป็นเจ้าของเรื่อง จึงตั้งมาทำงานระยะเริ่มต้น ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ หากจะปรับเปลี่ยนออกก็ไม่ยาก แต่เอาคนนอกมาแล้วต่อไปจะไปปรับออกยากกว่า ส่วนกรรม การอีก 5 ตำแหน่งที่เหลือจะพิจารณาบุคคล ที่เหมาะสมรวมถึงนักการเมือง ขึ้นอยู่กับ นายกฯ พิจารณา
นายวิษณุ กล่าวว่า วันที่ 30 ส.ค.เวลา 09.30 น. ตนจะเป็นตัวแทนคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ทำหน้าที่ประธานประชุมร่วมกับประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศทั้ง 11 คณะ รวมถึงคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจและคณะปฎิรูปการศึกษา ที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อวางกติกาทำงานว่าแผนปฏิรูปต้องมีรูปร่างหน้าตาอย่างไร โดยแผนต่างๆจะเสนอคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติให้ความเห็นชอบใน 3 เดือน ก่อนนำแผนไปเปิดรับฟังความคิดเห็น คาดแผนปฏิรูปจะแล้วเสร็จภายในเม.ย.2561
ตั้งรองผบ.ตร.สอบ 8 โกดังข้าว
นายวิษณุ กล่าวหลังเชิญ พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รองผบ.ตร. ที่นายกฯ ระบุตั้งเป็นหัวหน้าคณะตรวจสอบโกดังข้าว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือว่า ได้พูดคุยเกี่ยวกับการตรวจสอบคลังหรือโกดังข้าว ตามที่นายกฯ มอบรองผบ.ตร.ไปตรวจสอบสิ่งผิดปกติของ 8 คลังตามที่มีการร้องเรียน จึงชี้แจงรายละเอียดให้ฟังเพื่อไปดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ตำรวจจะทำงานร่วมกับหลายหน่วยงาน เช่น เจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ องค์การคลังสินค้า เจ้าหน้าที่ทหาร เข้าไปตรวจสอบทุกประเด็นที่สังคมสงสัย
นายวิษณุ กล่าวถึงความคืบหน้าการยึดทรัพย์น.ส.ยิ่งลักษณ์ หากออกนอกประเทศว่า ไม่มีอะไรจะให้อายัดเพิ่มเติม เพราะได้ดำเนินการไว้ก่อนแล้วในส่วนที่เป็นชื่อของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ส่วนชื่อคนอื่นต้องไปตรวจในทางลับต่อ มูลค่าที่ตรวจพบถือว่าพอสมควร แต่หากเทียบกับจำนวนทั้งหมดก็ถือว่าน้อย แต่สำหรับ คนทั่วไปถือว่าเยอะ
เด้งผอ.สำนักพุทธนั่งผู้ตรวจ”นร.”
พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ครม.มีมติอนุมัติ ตามที่กระทรวงต่างๆ เสนอดังนี้
สำนักงานปลัดสำนักนายกฯ รับโอน พ.ต.ท. พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.สำนักงานพระพุทธ ศาสนาแห่งชาติ เป็น ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อประโยชน์แก่ทางราชการและทดแทนตำแหน่งที่ว่าง
สำนักงบประมาณ แต่งตั้ง น.ส.อมรวดี จักรไพวงศ์ ที่ปรึกษาสำนักงบประมาณ เป็น รองผอ.สำนักงบฯ
กระทรวงศึกษาธิการ ปรับย้ายและแต่งตั้ง 3 ราย 1.ย้ายนายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวง เป็น เลขาธิการสภาการศึกษา 2.ย้าย นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรม การการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นปลัดกระทรวง 3.แต่งตั้ง นายบุญรักษ์ ยอดเพชร รองเลขา ธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็น เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เสนอแต่งตั้ง 2 ราย ได้แก่ นางปิยนุช วุฒิสอน ผอ.สำนักพัฒนาฐานข้อมูลและตัวชี้วัดภาวะสังคม เป็น ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน นางธิดา พัทธธรรม ผอ.สำนักวิเคราะห์โครงการลงทุนภาครัฐ เป็นที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน
กระทรวงแรงงาน แต่งตั้ง นายสุทธิ สุโกศล ผู้ตรวจฯ เป็น อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน, นางเพชรรัตน์ สินอวย ผู้ตรวจฯ เป็น รองปลัด, นายวิวัฒน์ ตังหงส์ ผู้ตรวจฯเป็น รองปลัดกระทรวง, นายสมเกียรติ บุญทอง ที่ปรึกษากฎหมาย เป็นผู้ตรวจฯ
กระทรวงอุตสาหกรรม แต่งตั้ง นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ รองปลัดฯ เป็น อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม, นายสมบูรณ์ ยินดียั่งยืน อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เป็น รองปลัด, นายณัฐพล รังสิตพล ผู้ตรวจฯ เป็น เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม, นายทองชัย ชวลิตพิเชฐ ผู้ตรวจฯ เป็น รองปลัด, นายอภิจิณ โชติกเสถียร ผู้ตรวจฯ เป็น รองปลัดฯ
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวด ล้อม แต่งตั้ง นางพรเพ็ญ วรวิลาวัณย์ เป็น ผอ.องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.)
ตั้ง”กนก”รักษาการแทน
ด้าน พ.ต.ท.พงศ์พร พรามณ์เสน่ห์ ผอ.พศ. กล่าวถึงกรณีถูกโยกย้ายว่า ถือเป็นการโอนหัวหน้าส่วนราชการ สามารถทำได้โดยอำนาจ ครม. เป็นมติครม.ถือเป็นคำสั่งทางปกครอง ไม่ใช่การขอโอนย้ายส่วนตัว เรื่องแบบนี้รู้ตัวอยู่แล้วว่าจะต้องเกิด ไม่อยากคิดอะไรมาก การทำงานด้านนี้ไม่มีอะไรแน่นอน ซึ่งพระพุทธองค์สอนไว้ว่าทุกสิ่งไม่มีอะไรแน่นอน
นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ระหว่างนี้มอบให้นายกนก แสนประเสริฐ รองผอ.พศ. ซึ่งจะเกษียณในวันที่ 30 ก.ย.นี้ รักษาการผอ.พศ.ไปก่อน และยังไม่พิจารณาคนใหม่ เพราะยังมีเวลาอีก 1 เดือน
อุทธรณ์สลายพธม.-รายเดียว
นายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร กรรมการป.ป.ช. แถลงว่า ที่ประชุมป.ป.ช.ชุดใหญ่ พิจารณากรณีศาลฎีกาฯการเมือง ตัดสินยกฟ้องคดี ป.ป.ช.ยื่นฟ้องสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกฯ พล.ต.อ. พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผบ.ตร. และพล.ต.ท. สุชาติ เหมือนแก้ว อดีตผบช.น. เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 จากการสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชา ธิปไตย(พธม.) วันที่ 7 ต.ค. 2551 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 คน บาดเจ็บอีก 471 คน ซึ่งป.ป.ช.ในฐานะโจทก์ต้องพิจารณาอุทธรณ์คดีภายใน 30 วัน ตามกรอบกฎหมายกำหนด
นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า ป.ป.ช.มีมติให้ยื่นอุทธรณ์ผู้ถูกฟ้องเพียง 1 รายเท่านั้นคือ พล.ต.ท.สุชาติ ด้วยเสียง 8 ต่อ 0 เนื่องจากเห็นว่าในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องดูแลใกล้ชิดกับเหตุการณ์ จึงต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ส่วนผู้ถูกฟ้องอีก 3 รายนั้น ที่ประชุมมีมติไม่อุทธรณ์ ด้วยเสียง 7 ต่อ 1 เสียง ส่วนพล.ต.อ.วัชรพล งดออกเสียงในการลงมติ โดยป.ป.ช.เตรียมยื่นเรื่องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาฯ ในวันที่ 31 ส.ค.นี้ ซึ่งยังอยู่ในกรอบเวลาที่จะครบกำหนดอุทธรณ์ 30 วัน ในวันที่ 1 ก.ย.
คุก2ปี”ยงยุทธ วิชัยดิษฐ”คดีอัลไพน์
วันที่ 29 ส.ค. ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อท.38/2559 ที่ประชาชนเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และอดีตรองปลัดมหาดไทย เป็นจำเลย เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือทุจริต หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตตามกฎหมายอาญามาตรา 157 กรณีซื้อขายที่ดินวัดธรรมิการามวรวิหาร จ.ประจวบคีรีขันธ์ 732 ไร่ ซึ่งป.ป.ช.ชี้มูลความผิดเมื่อปี 2555
คดีนี้ ป.ป.ช.ยื่นฟ้องว่านายยงยุทธ ใช้อำนาจรักษาการปลัดมหาดไทยเมื่อปี 2545 เพิกถอนคำสั่งอธิบดีกรมที่ดินและรับรองการซื้อขายที่ดินวัดธรรมิการามฯ เป็นที่ธรณีสงฆ์ที่นางเนื่อม ชำนาญชาติศักดา บริจาคให้วัด ที่ดินอยู่ที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ภายหลังคณะกรรมการกฤษฎีกาชี้ว่าที่ธรณีสงฆ์ไม่สามารถซื้อขายได้ โดยมีเจตนาช่วยเหลือบริษัทอัลไพน์เรียลเอสเตท จำกัด, บริษัท กอล์ฟ แอนด์ สปอร์ตคลับ จำกัด และผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินในเวลาต่อมาให้ได้รับ ประโยชน์โดยมิชอบ
ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า จงใจละเลยข้อเท็จจริงและจงใจตีความกฎหมายให้ผิดเพี้ยน จากความเห็นของกฤษฎีกา ไม่ปฏิบัติตามมติครม.เมื่อวันที่ 28 ก.พ.2482 ที่ให้กระทรวงปฏิบัติตามความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกา คำสั่งของจำเลยจึงเป็นการใช้ดุลพินิจโดยไม่ชอบ มีความผิดตามฟ้อง พิพากษาจำคุก 2 ปี
ภายหลังศาลอ่านคำพิพากาษาลงโทษจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา นายยงยุทธ มีดวงตาแดงก่ำ ต่อมาศาลอนุญาตให้ประกันตัวตีราคาประกันเป็นเงินสด 5 แสนบาท ห้ามเดินทางออกนอกประเทศเว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล และให้รายงานตัวต่อศาลทุก 30 วัน