อ.นิด้า ชี้ บิ๊กตู่ ออกทีวีปรามม็อบใหญ่ ยิ่งเติมเชื้อไฟ ทั้งสะท้อนวิธีคิดบกพร่อง
วันที่ 18 ก.ย. รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อดีตคณบดีคณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร์ (นิด้า) ประธานคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย แสดงความเห็นกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกแถลงการปรามม็อบ ระบุว่า เสี่ยงทำโควิดระบาดรอบ 2 และยังทำให้ประเทศประสบภาวะวิกฤติเศรษฐกิจซ้ำเติม โดย ระบุว่า
การพูดของพลเอกประยุทธ์ เมื่อวันที่ 17 ก.ย. 63 นอกจากไม่สามารถบรรเทาความร้อนแรงทางการเมืองแล้ว ยังเป็นเหมือนเติมเชื้อเพลิงเข้าไปอีก
เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด
![]()
การพูดว่าขอแก้ปัญหาเศรษฐกิจก่อน ขณะเดียวกันไม่พูดถึงการแก้ปัญหาการเมืองเลย สะท้อนว่า วิธีคิดของ พล.อ.ประยุทธ์ ในการรับมือกับปัญหาเป็นวิธีคิดแบบแยกส่วน และมีข้อบกพร่องในการจัดลำดับความสำคัญของปัญหา
การพูดโดยยกตัวอย่างประเทศเยอรมัน ที่จัดการผู้ชุมนุมอย่างเด็ดขาด และดำเนินคดีร่วม 300 คน จะถูกตีความว่าเป็นการข่มขู่ผู้เข้าร่วมชุมนุม ซึ่งยิ่งไปกระตุ้นความรู้สึกไม่พอใจแก่ประชาชนที่ไม่มีจุดยืนต่างกับรัฐบาล และอาจตัดสินใจเข้าไปร่วมชุมนุมมากยิ่งขึ้น
อันที่จริง การแก้ปัญหาเศรษฐกิจและการเมืองสามารถดำเนินไปพร้อมกันได้ เพราะแต่ละเรื่องมีองค์ประกอบด้านบุคคลและสถาบันการเมืองที่รับผิดชอบอยู่แล้ว เศรษฐกิจก็มีทีมเศรษฐกิจและกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ส่วนการเมืองก็มีทีมการเมืองของรัฐบาลและสถาบันรัฐสภา ทั้งสองทีมสามารถทำพร้อมกันไปได้
การที่รัฐบาลให้น้ำหนักปัญหาเศรษฐกิจมากแต่ก็ยังแก้ปัญหาไม่ได้ และยังละเลยปัญหาการเมือง ซึ่งเป็นความผิดพลาดอย่างมหันต์ เพราะในสถานการณ์ปัจจุบัน ปัญหาทั้งสองความรุนแรงพอ ๆ กัน และกำลังก้าวสู่ภาวะวิกฤต ซึ่งต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วนทั้งสองด้านไปพร้อม ๆ กัน
พลเอกประยุทธ์ จึงควรทบทวนวิธีคิดใหม่และตอบสนองต่อเสียงของเยาวชนคนหนุ่มสาว อย่างเร่งด่วน และประกาศจุดยืนทันทีว่า รัฐบาลจะแก้ไขปัญหาการเมืองเฉพาะหน้าที่สำคัญอย่างน้อย 2 เรื่อง ทันที
1) สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 และการจัดตั้ง ส.ส.ร. และ 2) การยกเลิกอำนาจ ส.ว. ในการเลือกนายกรัฐมนตรี
