เมื่อวันที่ 19 ก.ย. นายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต อธิบดีกรมคุมประพฤติ ชี้แจงถึงกรณีที่ส.ส.พรรคก้าวไกล อภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 ในสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 18 ก.ย. ถึงความผิดปกติงบโครงการนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว หรือกำไล EM ว่า ตนคิดไว้แล้วว่าน่าจะมีส.ส.ส่วนหนึ่งเข้าใจผิดที่เอาเอกสารโครงการเก่ากับเอกสารของโครงการใหม่มาปนกัน

ขออธิบายตามข้อเท็จจริงว่า บริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เสนอราคากำไลอีเอ็มแพงกว่า แต่ชนะการประมูล เพราะการประกวดราคาปี 2563 มีผู้ยื่นข้อเสนอ 2 ราย แต่มีเพียงบริษัท ฟอร์ทฯ ที่มีการนำอุปกรณ์มาทดสอบ และมีคุณสมบัติผ่านถูกต้องครบถ้วนตามทีโออาร์ จึงเป็นผู้ชนะการประกวดราคา ส่วนอีกบริษัท ไม่ได้นำอุปกรณ์มาทดสอบ จึงไม่ได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมการ

ส่วนที่มี ส.ส.อภิปรายว่า ค่าเช่าแพงกว่าซื้อนั้น ที่ผ่านมากรมคุมประพฤติมีการนำอุปกรณ์ EM มาใช้ในลักษณะการเช่ามาโดยตลอด ยังไม่เคยใช้ในลักษณะซื้อ สาเหตุที่ต้องเช่าซื้อ เพราะอุปกรณ์นี้เกี่ยวกับเทคโนโลยี ต้องอาศัยเรื่องระบบการสื่อสาร สัญญาณดาวเทียมและเครือข่ายโทรศัพท์ เทคโนโลยีต่างๆ เหล่านี้พัฒนาตลอด

ถ้าเราจัดซื้ออุปกรณ์เอง หากเทคโนโลยีเปลี่ยนอุปกรณ์นั้นจะกลายเป็นเศษเหล็ก แต่การเช่าเราได้กำหนดในสัญญาชัดเจนว่า บริษัทผู้จัดซื้อต้องพัฒนาอุปกรณ์ตามเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะอัพเดทระบบ หรือจะเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่โดยบริษัทต้องออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด

ในการเช่าอุปกรณ์อีเอ็ม ปี 2564 วงเงินสัญญา 849 ล้านบาทนั้นได้รวมค่าเช่าอุปกรณ์ เป็นเวลา 30 เดือน ประกอบด้วย 1.เครื่องมือติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว 30,000 เครื่อง

2.ค่าบริการเครือข่ายสื่อสาร สำหรับ tag 30,000

3.ค่าวงจรสื่อสาร

4.โปรแกรมควบคุมเครื่องมือติดตามตัว

5.ระบบแจ้งเตือนผ่านอุปกรณ์อัจฉริยะ

6.ค่าจ้างบุคลากรปฏิบัติหน้าที่ควบคุม ไม่น้อยกว่า 62 คน

และ7.ค่าฝึกอบรมบุคลากร ไม่น้อยกว่า 240 คน

กรณีมีการตั้งข้อสังเกตว่า กำไลอีเอ็ม แพงขึ้น จากปี 2561-2563 เพราะการเช่าอุปกรณ์ปี 2563-2565 เป็นราคาที่รวมครุภัณฑ์ คอมพิวเตอร์ การปรับปรุงศูนย์อีเอ็ม และการใช้ระบบสัญญาณสื่อสารที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า ส่วนของปี 2561-2563 แม้ว่าราคาต่ำกว่าเล็กน้อย แต่ยังไม่รวมครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์และการปรับปรุงศูนย์อีเอ็ม นอกจากนี้ของเดิมยังเป็นระบบ 2G แต่ของใหม่เป็นเครื่องที่รองรับระบบ 4G ซึ่งอุปกรณ์การติดตามตัวแบบนี้ ต้องใช้เทคโนโลยีที่สูง และในสัญญาระบุชัดเจนว่า หากระบบการสื่อสารเปลี่ยนเป็น 5G ในอนาคต บริษัทต้องมาอัพเกรดให้เราด้วย

ส่วนที่มีการอ้างว่ามีผู้ต้องหาเป็นผื่นที่ผิวหนังจากการใช้อุปกรณ์ใหม่ เราเริ่มใช้เมื่อวันที่ 11 ก.ย.2563 ยังไม่พบการรายงานว่าผู้สวมใส่มีอาการผื่นที่ผิวหนัง และอุปกรณ์รุ่นนี้ได้รับใบรับรองจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ และมีการอ้างว่า กำไลอีเอ็มสามารถถอดออกเองได้นั้น อุปกรณ์รุ่นใหม่นี้เป็นอุปกรณ์สวมข้อเท้ายังไม่พบว่าถอดออกได้ ส่วนอุปกรณ์ที่เคยเป็นข่าวว่าถอดได้เป็นการใช้งานในปี 2562 สวมใส่ที่ข้อมือและได้ยกเลิกสัญญาเช่าในครั้งนั้นไปแล้ว

“การดำเนินการจัดซื้อจัดหาอุปกรณ์ในครั้งนี้ได้ดำเนินการตามระเบียบพัสดุ มีการประกาศให้สาธารณะรับทราบ และการประกวดราคาใช้เกณฑ์ประสิทธิภาพต่อราคา (Price Performance) ทำให้ได้อุปกรณ์ที่มีคุณภาพภายใต้วงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรร ซึ่งได้มีการทดสอบคุณภาพอย่างเข้มงวด ทำให้เห็นว่ามีความทนทานและคุ้มค่ากับงบแน่นอน ยืนยันว่าเราต้องดำเนินการด้วยสิ่งที่ถูกต้องที่สุด มุ่งเน้นผลประโยชน์ของราชการ และประชาชนเป็นสำคัญ สิ่งที่ตั้งใจทำคือการทำให้สังคมน่าอยู่ขึ้น”นายวิตถวัลย์ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน