‘อนุชา เผยครม.ถกขอเปิดสภาวิสามัญเชื่อเวทีสภาแก้ปัญหาได้ ยันแต่ละฝ่ายมีจุดยืน เห็นตรงกันหมดเป็นไปไม่ได้ คงต้องมาพูดคุยหาทางออกร่วมกัน
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 20 ต.ค.63 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีการเสนอให้เปิดประชุมรัฐสภาการเสนอให้เปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ เพื่อหาทางออกให้กับประเทศ จะหารือในที่ประชุมครม.หรือไม่ ว่า จากที่ตนเข้าร่วมประชุมกับนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา พรรคร่วมรัฐบาล และพรรคฝ่ายค้าน ที่ประชุมเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ มีความคิดเห็นตรงกันว่า สมควรที่จะเปิดประชุมสมัยวิสามัญ เพื่อพูดคุยกันถึงปัญหาที่เกิดขึ้น
เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด
![]()
ซึ่งตอนแรกคิดว่าจะล่ารายชื่อเพื่อให้เปิดประชุมหรือไม่ แต่ก็มีทางออกอีกครั้งหนึ่ง และให้นายชวนทำหนังสือเสนอมายังครม. เพื่อขอความเห็นชอบเปิดประชุมวิสมัญ เพื่ออภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามมาตรา 165 โดยเมื่อวานนี้นายชวนหลีกภัยรีบทำหนังสือส่งมายังนายกฯ เพื่อให้ทันในการประชุมครม.วันนี้
เมื่อถามว่า ในที่ประชุมมีการกำหนดหรือไม่ว่าจะเปิดประชุมกี่วัน นายอนุชา กล่าวว่า มติที่ประชุมเพียงยื่นมาแค่ขอเปิดประชุมรัฐสภาเท่านั้น ไม่ได้ระบุว่าเป็นวันไหน เพราะต้องมีขั้นตอน ในการออกพระราชกฤษฎีกาเปิดสมัยประชุมวิสามัญ ซึ่งยังไม่ทราบขั้นตอนนำขึ้นทูลเกล้าฯ ซึ่งครม.จะเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะใช้เวลากี่วัน
เมื่อถามว่า รัฐบาลต้องการให้ที่ประชุมรัฐสภาคลื่คลายสถานการณ์ในประเด็นไหนบ้าง นายอนุชา กล่าวว่า ก็ต้องไปพูดคุยกัน เรายังไม่ได้สรุปประเด็นว่าเปิดประชุมแล้วจะพูดไปไหนบ้างจะคุยประเด็นใดบ้าง แต่ทุกปัญหาจะนำเข้าสู่ที่ประชุม
เมื่อถามว่า กลุ่มผู้ชุมนุมอาจจะยังไม่รอการประชุมของรัฐสภา เพราะมีการยื่นเงื่อนไขให้ทำตามข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อ ภายใน 24 ชั่วโมงนี้ นายอนุชา กล่าวว่า เป็นความเห็นที่แตกต่าง ยืนยันว่าความเห็นที่แตกต่างจะต้องนำไปพิจารณาในสภา เพราะมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงในเรื่องของรัฐธรรมนูญ ส่วนเรื่องอื่นๆ เป็นเพียงข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ตนพูดในฐานะสมาชิกรัฐสภา
ทั้งนี้ ในสังคมประชาธิปไตยการเรียกร้องเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่ถ้าการบังคับหรือขู่เข็ญไม่น่าจะใช่เรื่องที่ถูกต้อง และบางเรื่องจุดยืนของแต่ละพรรคมีอยู่แล้ว ฉะนั้นจุดยืนแต่ละฝ่ายก็มี จึงอยากฝากถึงผู้ชุมนุมและนักศึกษาว่า สิ่งที่เราพยายามทำนั้น ทำเพื่อประเทศชาติ ไม่ใช่ทุกความเห็นจะต้องไปในทิศทางเดียวกัน คงต้องมาพูดคุยหาทางออกร่วมกัน
อย่างไรก็ตาม ทุกคนอยากเห็นว่าเวทีรัฐสภา สามารถแก้ปัญหาให้กับประชาชนได้หรือไม่ ในฐานะนักการเมืองเราอยากทำตรงนั้นให้เกิดขึ้น ส่วนตัวคิดว่าอาจใช้เวลาพูดคุยในสภาประมาณ 1-3 วัน เชื่อว่าคงจะสะเด็ดน้ำแล้ว ว่าจะไปในทิศทางไหน
“แม้เวลาแค่ 1-2 ชั่วโมงเราก็เห็นตรงกันว่า มีค่าสำหรับการพูดคุยกันเพื่อหาทางออกร่วมกัน เราจะมีมติออกมาร่วมกัน ซึ่งนักการเมืองทุกคนก็อยากเห็นความสงบสุข ส่วนหากการประชุมผ่านไปแล้ว แต่ม็อบยังคงอยู่ ก็ค่อยว่ากัน หาวิธีที่จะมีบทสรุปร่วมกันอย่างสันติวิธี” นายอนุชา กล่าว
