“บิณฑ์-ไทด์” รับเสด็จมื่นชื่น ชี้ ถึงเวลาต้องออกมาปกป้องสถาบัน จากการจาบจ้วง ยันไม่เข้าการเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แนะคิดต่างการเมืองได้ ห้ามคิดต่างเรื่องสถาบัน

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เมื่อเวลา 15.35 น. วันที่ 1 พ.ย. ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม นายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ พร้อมด้วยนายเอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ อดีตดารานักแสดงชื่อดัง เดินทางถึงพื้นที่ถนนราชดำเนินใน ด้านข้างสนามหลวง ซึ่งเป็นจุดที่นัดแสดงพลังปกป้องสถาบัน และเฝ้ารับเสด็จ โดยทั้งคู่สวมเสื้อสีชมพูผ้าพันคอสีเหลือง ซึ่งทันทีที่ทั้งคู่เดินทางมาถึง ได้เข้าไปไหว้สักการะศาลหลักเมือง

โดยนายบิณฑ์ ให้สัมภาษณ์ตอนหนึ่งว่า ตนได้ไหว้ขอพรจากศาลหลักเมือง ขอให้คนที่มารับเสด็จวันนี้แคล้วคลาดปลอดภัย อย่ามีเรื่องอะไรที่ไม่ดี และเชื่อว่าเหตุการณ์ทุกอย่างจะดีขึ้นในที่สุด ซึ่งในวันนี้ ตนรูสึกดีใจมาก เพราะพราะบารมีของในหลวงและพระราชินี ทำให้มีประชาชนออกมาร่วมรับเสด็จด้วยใจบริสุทธิ์

ซึ่งตนตั้งใจว่าวันนี้จะได้กราบแทบพระบาท และอยากเห็นพระพักตร์ในหลวงที่มีแต่รอยยิ้ม เมื่อได้รู้ว่าคนไทยจำนวนมากยังคงจงรักภักดีต่อสถาบัน อย่างไรก็ตามตนมองว่าถึงเวลาที่เราคนไทยทุกคนจะต้องออกมาร่วมกันแสดงจุดยืน เพราะสถาบันกำลังถูกย่ำยี จาบจ้วง ดังนั้นการออกมาในวันนี้เพื่อแสดงให้เห็นว่าคนไทยยังต้องการสถาบัน

นายบิณฑ์ กล่าวอีกว่า ตนเองออกมา แสดงจุดยืนด้วยดวงใจอันบริสุทธิ์ในการปกป้องสถาบัน ไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มการเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จริงๆตนไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับการเมือง แต่ที่ผ่านมาจะมีความพยายามดึงตนเข้าไปเกี่ยวโยง

ทั้งนี้การที่มีคนมาโจมตีตนนั้นก็เพื้อให้ตนเลิกล้มความตั้งใจที่จะออกมาปกป้องสถาบัน แต่ยิ่งด่าตน ตนก็ยิ่งฮึกเหิม ที่จะออกมาปกป้องสถาบัน อย่างไรก็ตามยืนยันว่าในส่วนของต่างจังหวัด หากต้องการให้ตนไปร่วมแสดงออกถึงความจงรักภักดี ด้วยใจบริสุทธิ์ไม่นำไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตนก็พร้อมและยินดีที่จะเดินทางไปร่วมกิจกรรม

เมื่อถามว่ากังวลจะเกิดเหตุม็อบชนม็อบหรือไม่ นายบิณฑ์ กล่าวว่า ยืนยันไม่มี เพราะตนไม่ใช่นักปลุกม็อบ ไม่มีเงินทุน ตนเพียงแค่เชิญชวนคนที่รักสถาบันออกมาร่วมรับเสด็จ ซึ่งจะออกมาแสดงพลังอีกครั้งในวันที่ 5 ธ.ค. ไม่ใช่อยู่ๆจะเรียกร้องให้คนออกมาชุมนุม

นายบิณฑ์ กล่าวอีกว่า อยากฝากถึงคนที่คิดต่างว่าการคิดต่างในเรื่องการเมืองสามารถคิดต่างได้แต่อย่าคิดต่างในเรื่องของสถาบัน และอยากบอกว่าอย่าทำให้คนไทยรู้สึกโกรธแค้นด้วยการย่ำยีสถาบันที่คนไทยรักและเคารพ

ส่วนการที่บอกว่าต้องการปิรูปสถาบันไม่ต้องการล้มล้างนั้น ตนมองว่าคำว่าปฏิรูปและคำว่าล้มล้างคือคำเดียวกัน โดยเฉพาะข้อเรียกร้อง 10 ข้อ ซึ่งเห็นว่าไม่ใช่การปฏิรูปสถาบัน ดังนั้นการปฏิรูปดังกล่าว ท้ายที่สุดแล้วก็จะนำไปสู่จุดนั้นอยู่ดี


 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน