ชวนดูกฎหมาย ว่าด้วยการกินหมูกระทะบนทางเท้า ว่าอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายมาตราใดบ้าง ใน พ.ร.บ.ความสะอาดฯ ,จราจรฯ และสาธารณสุขฯ

ข่าวสด
จากกรณีเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะโฆษก บช.น. แถลงข่าวเตรียมความพร้อมการรักษาความปลอดภัย และการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร กรณีกลุ่มผู้ชุมนุมเห็นต่างทางการเมือง นัดชุมนุมในวันที่ 17-18 พ.ย.
ทั้งนี้ พล.ต.ต.ปิยะ ยังกล่าวตอนหนึ่งว่า การกินหมูกระทะบนทางเท้านั้นผิดกฎหมาย ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง, พ.ร.บ.การจราจรทางบก เรื่องห้ามวางสิ่งกีดขวางทางเท้าหรือที่สาธารณะ รวมทั้งพ.ร.บ.การสาธารณสุข ห้ามประกอบอาหารและรับประทานอาหารในที่สาธารณะหรือบนทางเท้า เพราะฉะนั้นการกินหมูกะทะถือว่าผิดกฎหมาย โดยอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายดังนี้
พระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535

พระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535
“มาตรา 19 ห้ามมิให้ผู้ใดตั้ง วาง หรือกองวัตถุใด ๆ บนถนนเว้นแต่เป็นการกระทำในบริเวณที่เจ้าพนักงานท้องถิ่น หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ประกาศกำหนดด้วยความเห็นชอบของเจ้าพนักงานจราจร หากฝ่าฝืนมีโทษปรับตามมาตรา 57 คือต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท มาตรา 19 นี้อาจจะบังคับใช้กับคนที่นำกระทะหมูกระทะมาตั้งเพื่อนั่งกินบนท้องถนนได้
มาตรา 20 ห้ามมิให้ผู้ใด (1) ปรุงอาหาร ขายหรือจําหน่ายสินค้าบนถนน หรือในสถานสาธารณะ (2) ใช้รถยนต์หรือล้อเลื่อนเป็นที่ปรุงอาหารเพื่อขายหรือจําหน่ายให้แก่ประชาชนบนถนนหรือในสถานสาธารณะ (3) ขายหรือจําหน่ายสินค้าซึ่งบรรทุกบนรถยนต์ รถจักรยานยนต์หรือล้อเลื่อน บนถนนหรือในสถานสาธารณะ หากฝ่าฝืนมีโทษปรับตามมาตรา 54 คือต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท มาตรา 20 นี้ อาจจะบังคับใช้ได้กับเฉพาะผู้ประกอบการ หรือผู้จำหน่ายอาหารเท่านั้น”
พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522

พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522
“มาตรา 109 ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำด้วยประการใดๆ บนทางเท้าหรือทางใดๆ ซึ่งจัดไว้สำหรับคนเดินเท้าในลักษณะที่เป็นการกีดขวางผู้อื่นโดยไม่มีเหตุอันสมควร หากฝ่าฝืนมีโทษปรับตามมาตรา 148 คือต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 500 บาท ซึ่งความผิดในมาตรานี้อาจจะผิดได้ทั้งผู้จำหน่ายอาหาร และคนนั่งกินหมูกระทะบนทางเท้า”
พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535

พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535
“มาตรา 25 ในกรณีที่มีเหตุอันอาจก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ผู้อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียงหรือผู้ที่ต้องประสบกับเหตุนั้นดังต่อไปนี้ให้ถือว่าเป็นเหตุรําคาญ (4) การกระทําใด ๆอันเป็นเหตุให้เกิดกลิ่น แสง รังสีเสียง ความร้อน สิ่งมีพิษ ความสั่นสะเทือน ฝุ่น ละออง เขม่า เถ้า หรือกรณีอื่นใด จนเป็นเหตุให้เสื่อมหรืออาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ”
พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535
“มาตรา 26 ให้อำนาจเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามกฎหมาย พ.ร.บ.สาธารณสุข ได้แก่ (1) นายกเทศมนตรีสําหรับในเขตเทศบาล (2) ประธานกรรมการสุขาภิบาลสําหรับในเขตสุขาภิบาล (3) ผู้ว่าราชการจังหวัดสําหรับในเขตองค์การบริหารส่วนจังหวัด (4) ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สําหรับในเขตกรุงเทพมหานคร (5) ปลัดเมืองพัทยาสำหรับในเขตเมืองพัทยา (6) หัวหน้าผู้บริหารท้องถิ่นขององค์การปกครองท้องถิ่นอื่นที่กฎหมายกําหนดให้เป็นราชการส่วนทองถิ่นสำหรับในเขตราชการส่วนท้องถิ่นนั้น มีอำนาจห้ามให้ผู้ใดก่อให้เกิดเหตุรำคาญรวมถึงเข้าไประงับเหตุได้ทั้งในทางสาธารณะและที่ของเอกชน และให้ทำเป็นหนังสือเพื่อระงับหรือกำจัดเหตุรำคาญได้”
พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535
“มาตรา 27 กำหนดให้ในกรณีที่มีเหตุรําคาญเกิดขึ้นหรืออาจเกิดขึ้นในที่หรือทางสาธารณะให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอํานาจออกคําสั่งเป็นหนังสือให้บุคคลซึ่งเป็นต้นเหตุหรือเกี่ยวข้องกับการก่อหรืออาจก่อให้เกิดเหตุรําคาญนั้น ระงับหรือป้องกันเหตุรําคาญภายในเวลาอันสมควรตามที่ระบุไว้ในคําสั่ง
ยกตัวอย่างการใช้อำนาจของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามกฎหมายนี้ เช่น มีคนกินหมูกระทะบนทางเท้า ซึ่งถือเป็นทางสาธารณะ แล้วควันจากเตาไปเข้าบ้านคนแถวนั้นจนกลายเป็นเหตุรำคาญ เจ้าพนักงานท้องถิ่นตามกฎหมายนี้ก็สามารถมาระงับเหตุ และออกคำสั่งเพื่อให้หยุดกินหมูกระทะได้ ซึ่งใครที่ไม่ทำตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่ออกมาจะมีโทษตามมาตรา 74 ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งเดือนหรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ”
อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่า “เจ้าพนักงานท้องถิ่น” ที่มีอำนาจตาม พ.ร.บ.สาธารณสุขฯ นั้น ไม่รวมไปถึงเจ้าพนักงานตำรวจ
ข่าวอ่านต่อ

