ส.ว.เสรี ซัดร่างรัฐธรรมนูญไอลอว์ กระทบความมั่นคง ทำประเทศเสียหาย ลั่นอย่าเรียกร่างประชาชน ชี้คนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย
เมื่อเวลา 19.20 น. วันที่ 17 พ.ย. ที่รัฐสภา นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. อภิปรายว่า ไอลอว์ต้องการปฏิรูปสถาบัน และรับเงินจากต่างชาติ ท่านยอมรับว่าการรับเงินเป็นเรื่องธรรมดามาดูแลสังคม ประชาชนก็รับไปเถอะ แต่ตนคิดว่า รับมาแล้วเข้ามายุ่งเกี่ยวกับความมั่นคงประเทศ โดยข้อเสนอไอลอว์ เมื่อดูแต่ละมาตรา ยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติ ยกเลิกแต่งตั้งศาลรัฐธรรมนูญ ยกเลิกองค์กรสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ยกเลิกแต่งตั้งนายกฯ และยกเลิกอีกหลายเรื่อง ล้วนเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศทั้งนั้น องค์กรที่ให้เงินไอลอว์ ถ้าเป็นองค์กรทั่วไป ไม่เป็นอะไร แต่เป็นองค์กรที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศไทยมาแล้ว
นายเสรี กล่าวต่อว่า ความเดือดร้อนขององค์กรนี้ สร้างความเดือดร้อนให้กับประเทศไทยเมื่อปี 2540 บอกว่ารับเงินเขามาแล้วเราสุจริตใจ แต่ข้อเสนอของไอลอว์เกี่ยวกับความมั่นคงประเทศทั้งนั้น จะให้เราไว้ใจไปรับร่างได้อย่างไร และยังอ้างว่ามีการลงชื่อมากกว่า 1 แสนคน เมื่อไปดูในเว็บไซต์ มีกระบวนการที่ทำเป็นระบบ โดยรายชื่อดังกล่าวที่บอกเป็นร่างประชาชนมีการลงชื่อต่อหน้าท่านหรือไม่ ไม่เช่นนั้นจำนวนต้องมากกว่านี้ แสดงว่าแสนกว่าชื่อเป็นการสมัครลงชื่อในอินเตอร์เน็ตหรือไม่ ซึ่งใครลงก็ได้ ถ้าอ้างคำว่า ประชาชน คนทั้งประเทศก็รู้สึก เพราะคนส่วนใหญ่ที่ไม่เห็นด้วยก็มีเยอะ
“ในส่วนร่างไอลอว์ เป็นความไม่ไว้วางใจ ผมรักสถาบัน ห่วงถ้าไปตั้งคนมาเป็นส.ส.ร.ที่ใครก็ได้มาเป็น ไม่คำนึงคุณสมบัติ ทำให้พวกเรากังวลใจ ถ้ารับร่างนี้ไปแล้ว จะมี ส.ว.บางคนพูดต่อว่า บทบัญญัติที่เสนอมามีปัญหาอะไร โดยจะพูดโดยความบริสุทธิ์ใจ ไม่อยากให้ใช้คำว่า ร่างประชาชน ทำให้คนส่วนใหญ่เข้าใจว่า สภาฯ ไม่รับร่างประชาชน แต่ไม่ใช่ ที่ไม่รับเพราะร่างนี้ทำให้ประเทศเสียหาย ประชาชนก็จะได้รับผลกระทบตามมา เราให้ความสำคัญกับประชาชนเสมอ แต่ขณะเดียวกันก็ปกป้องผลประโยชน์ประชาชนทั้งประเทศ เลยไม่รับร่างฉบับนี้” นายเสรี กล่าว
จากนั้นเวลา 19.50 น. นายคํานูณ สิทธิสมาน ส.ว. อภิปรายว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไอลอว์ฉบับนี้ถือเป็นร่างลูกผสม มีทั้งหลักการแก้มาตรา256 ให้มีส.ส.ร. กับหลักการให้แก้ไขรายประเด็นรวมทั้งสิ้น10 ประเด็น ถ้ารับหลักการต้องรับทั้งหมด จะแยกรับเป็นบางประเด็นไม่ได้ ถ้าปรับแก้ไขเอาส่วนที่ตั้งส.ส.ร.แล้วแก้ในส่วนรายประเด็น จะกลายเป็นปัญหาว่าเป็นเรื่องการเมืองหรือไม่ ปัญหาที่เกิดขึ้นคือมีประเด็นที่สมาชิกพูดพอสมควร คือเรื่องหลักการข้อ 9 ของร่างท่านที่ยกเลิกกระบวนการสรรหากรรมการในองค์กรอิสระ และตุลาการในศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นที่มาของกรรมการชุดปัจจุบัน รวมทั้งอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย และคำที่ใช้คำว่า พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญนี้เป็นอันสิ้นผลไป ก็แปลว่าให้ยกเลิกพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น 7 ฉบับ
“ผมขอเน้น 2 ฉบับใหญ่ คือพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่า ป.ป.ช. และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน ตนพยายามใช้คำระมัดระวัง ไม่พูดถึงคดีใดเป็นการเฉพาะ แต่โดยภาพรวมแล้ว นี่เป็นเสมือนการนิรโทษกรรมผู้กระทำความผิดฐานทุจริต ตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่า ป.ป.ช. ทั้งหมดหรือไม่ โดยต่อมา นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้เสนอร่าง กล่าวชี้แจงว่า ร่างที่เสนอไม่ต้องการยกเลิกคดีความหรือนิรโทษกรรมให้ใคร วันนี้เรามีอำนาจแก้รัฐธรรมนูญแต่ไม่มีแก้กฎหมายประกอบแก้รัฐธรรมนูญ เราจึงเสนอให้ครอบคลุมไปก่อน ถ้าถามว่าผ่านวาระสองไปแล้วมีเจตนารมณ์อย่างไรเราไม่มีเจตนานิรโทษกรรมให้ใคร” นายคำนูณ กล่าว