“วิโรจน์” ตอก “สว.วันชัย” อย่าดีแต่ทำนาย ต้องลงมือให้เห็นด้วย ชี้ สมานฉันท์ไม่ได้ หากยังใช้ ม.112 มั่วซั่ว – รัฐธรรมนูญ ไม่ได้มาจากประชาชน

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

วันที่ 13 ธ.ค. นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณี นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงสถานการณ์การเมืองตามหลักการโหราศาสตร์ในปี 2564 ว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันสู่ยุคสมานฉันท์ ว่า

ตนรู้สึกว่าแง่หนึ่งเป็นการสะท้อนความรู้สึกของสว.วันชัยที่สำนึกผิดในโทษานุโทษของตัวเอง ที่เป็นจุดเริ่มต้นความวุ่นวายของบ้านเมืองจนถึงทุกวันนี้ เพราะเคยประกาศว่า มาตรา 272 ที่ให้บทเฉพาะกาลให้สว.มาเลือกนายก นายวันชัยเป็นคนใส่เข้ามาเอง รวมถึงคำถามพ่วงด้วย เป็นไปได้ว่าอาจรู้สึกทำผิดว่าสิ่งที่เขาทำ ทำให้บ้านเมืองเดือดร้อน

และไม่ได้เป็นไปตามหลักการประชาธิปไตยสากล ก็หวังว่านายวันชัยจะทำตัวทุ่มเท แก้ไขปัญหาบ้านเมืองให้มากกว่านี้ มีความจริงใจ ไม่ใช่เกรงกลัวอำนาจที่สถาปนาตัวเองให้เข้ามาเป็นสว.จนไม่กล้าจะทำตามความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่อยู่ในใจ

นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า ถามว่าสัญญาณสมานฉันท์จะมีได้อย่างไร เพราะแค่การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ยังไม่ได้อยู่ในหลักการที่เชื่อใจประชาชน ส.ส.ร.ก็ไม่ได้ถูกวางให้มาจากระบบเลือกตั้งทั้งหมด ยังอ้างว่าต้องการคนมีความรู้ ซึ่งทางที่จริงส.ส.ร.เป็นเพียงตัวแทนประชาชนในการกำหนดความต้องการของกติกา ที่จะบังคับใช้กับประชาชนทุกคน

ส่วนผู้ร่าง ส.ส.ร. เองก็ตั้งคณะกรรมาธิการที่มีความรู้เรื่องกฏหมายมหาชนเข้ามาเป็นคณะกรรมาธิการในการร่างรัฐธรรมนูญได้ แค่นี้ก็ยังหลง ยังเถียงกันอยู่วันยังค่ำว่าส.ส.ร.ต้องแต่งตั้ง มันสะท้อนว่าฝ่ายอำนาจรัฐไม่ได้ไว้ใจประชาชนเลย

แล้วที่เขาลวงหลอกว่าอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทยนั้นก็ไม่จริง อธิปไตยเป็นเพียงของชนชั้นนำศักดินาบางกลุ่มที่พยายามจะยึดกุมสูบกิน ยึดครองทรัพยากรของประเทศนี้เป็นของตัวเองทั้งหมด แล้วตัดเอาเศษเนื้อข้างเขียงโยนให้ประชาชนเท่านั้น ถามว่าสัญญาณสมานฉันท์จะมาได้อย่างไร

ล่าสุดยังมีการดำเนินคดีในมาตรา 112 กับประชาชนไป 40 กว่าคนแล้ว ซึ่งแกนนำก็โดนคดีรวมๆกันมากกว่า 200 คดี แบบนี้จะสมานฉันท์กันได้อย่างไร นี่เป็นการทำนิติสงครามกับประชาชนที่สะท้อนการบังคับใช้กฎหมายอย่างแท้จริง เพราะมีการตีความอย่างกว้างตามอคติ และให้ใครก็ได้เข้ามาร้องทุกข์กล่าวโทษมั่วไปหมด

เข้าใจว่าตำรวจจะไม่ทำก็อาจจะโดนมาตรา 157 แต่เมื่อทำก็กลายเป็นคดีที่อธิบายกับสังคมไม่ได้ มีแต่บอกว่าอาฆาตมาดร้ายสถาบันฯ แต่ถามว่าอย่างไร อะไรคือหลักฐาน กลับไม่มีการเปิดเผยให้กับสาธารณะชนทราบ นี่เป็นปัญหาความโปร่งใสของกระบวนการยุติธรรมและการบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาคของมาตรา 112

“ตราบใดที่รัฐธรรมนูญไม่ได้มาจากประชาชน และการบังคับใช้ มาตรา 112 กับประชาชนยังเป็นแบบการตีความอย่างกว้างขวางตามอคติ และปล่อยให้ฟ้องร้องมั่วกันหมดแบบนี้ ก็ยังต้องถามอยู่ว่าจะสมานฉันท์กันได้อย่างไร”

นายวิโรจน์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ตนก็หวังว่าให้เป็นอย่างที่นายวันชัยกล่าว แต่อยากจะขอให้นายวันชัยในฐานะที่เป็นผู้ก่อโทษานุโทษนี้ขึ้นมา ต้องแสดงความจริงใจที่จะนำพาบ้านเมืองไปสู่ความเป็นปกติสุขให้มากกว่านี้ ไม่ใช่แค่หวังและฝันลมๆแล้งๆ แต่นายวันชัยต้องลงมือทำในทางปฏิบัติด้วย เพราะความผาสุกของบ้านเมืองมาจากการลงมือทำ


 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน