อดีตรองนายกฯ “จาตุรนต์ ฉายแสง” แนะรัฐบาล รักษาท่าที อย่าแสดงความเป็นพวกพ้องกับ “คณะรัฐประหารพม่า” ออกนอกหน้า หลังถูกต่อต้านทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 8 ก.พ. นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก แสดงความเห็นเรื่องสถานการณ์การรัฐประหารในพม่า โดย ระบุว่า สถานการณ์ที่เกิดการรัฐประหารในเมียนมาและมีการต่อสู้คัดค้านต่อต้านการรัฐประหารอยู่ในขณะนี้ รัฐบาลและประชาชนไทยไม่อาจนิ่งดูดายได้และจะต้องแสดงบทบาทอย่างเหมาะสมเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศไทยเองและภูมิภาคอาเซียนโดยรวม ด้วยเหตุผลและความจำเป็นหลายประการ

1. อาเซียนเองมีหลักการที่จะต้องรับรองคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เป็นที่ปรากฏว่าการรัฐประหารนำมาซึ่งการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างชัดเจน ทั้งยังไม่มีหลักประกันว่าจะเลยเถิดไปถึงการปราบการฆ่าประชาชนเมื่อใดและมากมายเท่าใดด้วย

2.หากมีการฆ่ากวาดล้างประชาชนขึ้น นอกจากเป็นปัญหาด้านสิทธิมนุษยชนซึ่งเป็นหลักการสำคัญแล้ว ยังอาจจะเกิดผู้อพยพลี้ภัยจำนวนมากซึ่งประเทศไทยก็ต้องแบกรับภาระในการดูแลผู้ลี้ภัยอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

3.ไทยกับเมียนมาพึ่งพาซึ่งกันและกันในหลายด้าน ประเทศไทยอาศัยแรงงานข้ามชาติจากเมียนมาจำนวนมาก ความขัดแย้งและความรุนแรงที่เกิดจากการรัฐประหารและการปกครองโดยคณะรัฐประหารย่อมส่งผลเสียต่อพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันที่เกี่ยวกับแรงงานข้ามชาติและด้านอื่นๆ

4.หากมีการปราบปรามเข่นฆ่าประชาชนและมีปัญหาอุปสรรคที่กระทบต่อแรงงานข้ามชาติ ย่อมจะเกิดผลกระทบอย่างมากต่อการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด19 ของทั้งสองประเทศโดยเฉพาะประเทศไทย

5.การรัฐประหารครั้งนี้อาจนำมาซึ่งการมีบทบาทและอิทธิพลของประเทศมหาอำนาจในภูมิภาคอาเซียนในทางที่ไม่เป็นคุณต่อภูมิภาคอาเซียนเอง ซึ่งจะส่งผลเสียต่อประเทศไทยด้วย

6.หากคณะรัฐประหารปกครองประเทศนานออกไป การต่อสู้คัดค้านจะมากขึ้น การบอยคอตจากประเทศต่างๆอาจมากขึ้นซึ่งก็เป็นเรื่องจำเป็น แต่ก็ส่งผลต่อเศรษฐกิจของเมียนมาและย่อมส่งผลต่อการค้าขายลงทุนระหว่างเมียนมากับไทยด้วย

ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้ สิ่งที่รัฐบาลไทยพึงกระทำก็คือ

1.รัฐบาลไทยต้องไม่นิ่งดูดายและจะต้องแสดงบทบาทอย่างเหมาะสม เพราะการที่รัฐบาลไทยทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ต่อการรัฐประหารในเมียนมาอย่างที่เป็นอยู่ในขณะนี้ เป็นการละเลยต่อการรักษาผลประโยชน์ของอาเซียนและของประเทศไทยเอง

2. เลิกอ้างเรื่องการไม่แทรกแซงประเทศอื่นจนกลายเป็นไม่ทำอะไรเลย รีบร่วมมือกับรัฐบาลประเทศต่างๆในอาเซียนโดยเฉพาะมาเลเซียและอินโดนีเซียที่ได้ริเริ่มผลักดันให้มีการหารือกับคณะรัฐประหารในเมียนมาขึ้นแล้ว เพื่อหาทางลดความเสียหายต่อประเทศต่างๆในอาเซียนด้วยกัน

3. รัฐบาลไทยควรทำก็คือไม่แสดงความเป็นพวกพ้องกับคณะรัฐประหารอย่างออกนอกหน้า ให้ความคุ้มครองสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชนชาวเมียนมาในประเทศไทย ด้วยความเข้าใจว่าการรัฐประหารครั้งนี้คือความเป็นความตายของพวกเขา

ทั้งนี้นอกจากผลักดันให้รัฐบาลไทยรักษาผลประโยชน์ของประเทศแล้ว ประชาชนไทยเราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสนับสนุนการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยของประชาชนชาวเมียนมา สนับสนุนส่งเสริมให้รัฐบาลประเทศต่างๆและประชาคมโลกกดดันให้ผู้นำกองทัพเมียนมาร์ล้มเลิกการทำรัฐประหาร หยุดคุกคามจำกัดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนและคืนอำนาจให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด

หากประชาชนชาวเมียนมาได้รับชัยชนะในการหยุดยั้งการรัฐประหารครั้งนี้และสามารถนำประชาธิปไตยกลับคืนมาได้ ย่อมเป็นตัวอย่างและกำลังใจให้แก่การต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยเราด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน