พรรคร่วมฝ่ายค้าน ตั้งคณะกรรมการกฎหมายร่วมกัน พิจารณาร้อง รมต.ที่ถูกอภิปรายไปองค์กรอิสระ พร้อมส่งหนังสือถึงศาลรัฐธรรมนูญ พรุ่งนี้
เมื่อเวลา 11.20 น. วันที่ 22 ก.พ.64 ที่พรรคเพื่อไทย แกนนำ 6 พรรคร่วมฝ่ายค้าน แถลงภายหลังการประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวว่า จากการอภิปรายของพรรคร่วมฝ่ายค้าน รัฐมนตรีหลายคนอยู่ในข่ายที่เราพิจารณาส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
ขณะนี้เราจัดตั้งคณะกรรมการฝ่ายกฎหมายขึ้นมาหนึ่งคณะ เป็นนักกฎหมายจากพรรคร่วมฝ่ายค้านทุกพรรค เพื่อพิจารณาความผิดของรัฐมนตรีแต่ละบุคคลว่าจะยื่นในลักษณะใด โดยเราพิจารณา 2 กรณี คือ 1.ความผิดทางอาญา 2.ความผิดทางจริยธรรม ส่วนเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะประชุมรัฐสภาวันที่ 24–25 ก.พ.นี้ ฝ่ายค้านพร้อมดำเนินการตามที่แปรญัตติไว้ ส่วนแนวทางอื่น ต้องปรึกษากันว่าจะร่วมลงมติกันอย่างไร
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า แต่ละพรรคมีเจ้าภาพหลักในการอภิปรายรัฐมนตรีแต่ละกระทรวง ดังนั้น จะแบ่งกันรับผิดชอบการยื่นเรื่องรัฐมนตรีที่ตัวเองอภิปรายไปยังองค์กรอิสระ ส่วนพรรคเพื่อไทยมี 3 คนที่จะยื่นร้องแน่นอน คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ และณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะจบแค่นี้ เราไม่ได้มีมาตรการเพียงเท่านี้ เพราะรัฐมนตรีบางท่านอาจไม่ถูกยื่นไปยังองค์กรอิสระ แต่จะมีมาตรการทางการเมืองดำเนินการกับรัฐมนตรีทั้ง 10 คน ทุกคนต้องได้รับการตรวจสอบ
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า พรรคก้าวไกลจะติดตามเอาข้อเท็จจริงมาตีแผ่ให้ประชาชนได้ทราบต่อไป และจะลงพื้นที่เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนได้ทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วง 2-3 เดือนนี้
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญ 2560 ระบุเพิ่มเติมว่าคนเป็นรัฐมนตรีหรือเป็นส.ส. ต้องมีจริยธรรมตามประมวลจริยธรรมที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ หากป.ป.ช. พิจารณาว่ารัฐมนตรีท่านใดถูกอภิปราย แล้วส่งเรื่องไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถ้าศาลรับไว้ รัฐมนตรีท่านนั้นต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่ทันที เพราะที่ผ่านมารัฐมนตรีในรัฐบาลก่อนๆ แม้จะได้รับการยกมือให้ผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา แต่เมื่อส่งเรื่องไปป.ป.ช.ก็ติดคุกติดตาราง ต้องออกจากตำแหน่งมาแล้วหลายคน
นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ที่ประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านรับทราบความคืบหน้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่ามีประเด็นสำคัญอะไรบ้าง โดยที่ประชุมตั้งข้อสังเกตว่าการที่ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ นำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา โดยรัฐสภามีมตินำเรื่องส่งศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยอำนาจหน้าที่ของรัฐสภา และศาลรัฐธรรมนูญรับไว้พิจารณา และจะพิจารณาในวันที่ 4 มี.ค.นี้ เราตั้งข้อสังเกตว่า
1.การที่ศาลจะรับฟังความเห็นผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มเติม 4-5 ท่าน เช่น นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และนายอุดม รัฐอมฤต กรรมการฯ เป็นต้น บุคคลต่างๆเหล่านี้มีส่วนในการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทั้งสิ้น พรรคร่วมฝ่ายค้านจึงมีมติมอบหมายให้คณะทำงานยกร่างหนังสือส่งไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ ให้ฟังความเห็นผู้ทรงวุฒิด้านกฎหมายมหาชนให้กว้างขวางกว่านี้ เพื่อเป็นประโยชน์ในการพิจารณาอย่างรอบคอบมากขึ้น โดยจะยื่นหนังสือต่อศาลรัฐธรรมนูญในวันพรุ่งนี้ (23 ก.พ.)
เมื่อถามว่าหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าไม่สามารถแก้ไขทั้งฉบับได้ ฝ่ายค้านจะมีแนวทางแก้รัฐธรรมนูญอย่างไร นายชูศักดิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องอนาคต แต่ที่ฝ่ายค้านคุยกัน เราเชื่อว่าศาลไม่น่าจะมีคำวินิจฉัยไปในแนวทางนั้น
นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญอยากให้ช่วยจับตา 3 ประเด็น คือ 1.ในร่างนี้ท้ายที่สุดสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่จะตั้งขึ้นในอนาคต จะมีหมวด 1 และหมวด 2 ที่ไม่สามารถไปแก้ไขปรับปรุงได้ แต่หากดูข้อเรียกร้องจากการชุมนุมของนักเรียน นักศึกษา และประชาชนเขาก็เรียกร้องประเด็นนี้ ดังนั้น อาจนำไปสู่การสร้างชนวนความขัดแย้งใหม่ เพราะไม่ได้เป็นทางออกแท้จริง
2.ระหว่างที่มีส.ส.ร.จัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ปกติเราจะแก้รัฐธรรมนูญบางประเด็นระหว่างนี้ได้ แต่ปัญหาคือร่างของ กมธ.เสียงข้างมาก กำหนดว่าหากจะแก้ต้องใช้เสียง 2 ใน 3 ซึ่งโอกาสในทางปฏิบัติเป็นไปยากมากที่จะสามารถแก้ไขได้ ดังนั้น โอกาสที่จะเห็นฉันทามติในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เมื่อเกิดปัญหาวิกฤตเรื่องรัฐธรรมนูญขึ้นในอนาคต สภาจะฝ่าวิกฤตไปยากมาก และ
3.กรณีที่ส.ส.ร.ร่างเสร็จแล้ว และต้องนำไปลงประชามติ หากร่างที่ออกมาประชาชนไม่เห็นด้วยต้องขีดเส้นใต้ว่า ไม่ได้หมายความว่าประชาชนอยากทนอยู่กับรัฐธรรมนูญ 2560 แต่อาจหมายถึง ส.ส.ร.ต้องไปร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้ดีกว่าเดิม ดังนั้น จึงเป็นการบีบให้เราอยู่กับรัฐธรรมนูญ 2560 ไปตลอดกาล
สุดท้ายการแก้รัฐธรรมนูญใหม่ในอนาคตอาจต้องใช้วิธีการรัฐประหารเท่านั้น การแก้ไขจึงต้องระมัดระวังมาก สะดุดไม่ได้เลย ถ้าสะดุดอาจจะให้ใบอนุญาตกองทัพในการทำรัฐประหารต่อไป อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อว่าอำนาจการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นของประชาชน ไม่จำเป็นต้องให้องค์กรอื่นพิจารณาแทน
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ กล่าวว่า แม้แต่คนร่างรัฐธรรมนูญอย่างนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ยังบอกว่ารัฐธรรมนูญสามารถแก้ไขได้ เราจึงไม่อยากให้อำนาจของรัฐสภาที่มีอำนาจแก้ไขถูกยกไปให้หน่วยงานอื่นตีความ ส่วนที่ฝ่ายค้านมองว่าการแก้รัฐธรรมนูญต้องใช้เสียง 2 ใน 3 ซึ่งเป็นเรื่องยาก ดังนั้น เมื่อถึงการโหวตวาระ 3 คงต้องขอชั่งน้ำหนักดูก่อนว่าจะโหวตอย่างไร
เมื่อถามถึงกรณีงูเห่าฝ่ายค้านแต่ละพรรคในการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจจะมีมาตรการอย่างไร นายสมพงษ์ กล่าวว่า เราพิจารณาดูแล้วว่าเป็นเอกสิทธิ์ของส.ส. เพราะไม่มีกฎหมายกำหนด ถือเป็นเรื่องภายในแต่ละพรรคต้องไปดำเนินการ
เมื่อถามว่าพรรคเพื่อชาติยอมรับว่าปล่อยให้ส.ส.ของพรรคฟรีโหวตในกรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ จะผิดมารยาทพรรคร่วมฝ่ายค้านหรือไม่ นายสมพงษ์ กล่าวว่า วันนี้เราไม่ได้คุยกันเรื่องนี้เลย และวันนี้พรรคเพื่อชาติก็ไม่ได้มาร่วมประชุม ในอนาคตคงมีการคุยกัน ทั้งนี้ ถือว่าเป็นเรื่องภายในที่แต่ละพรรคจะไปดูเรื่องจริยธรรมของพรรคตัวเอง