เมื่อวันที่ 19 ต.ค. ที่ศาลาว่าการกทม. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. กล่าวถึงการแต่งตั้งรองผู้ว่าฯกทม. จำนวน 4 ตำแหน่ง ว่า ตนไม่ได้มีสเปก แต่จะต้องเลือกคนที่ดีที่สุด ก่อนเสนอนายกรัฐมนตรี เพื่อขอความเห็นชอบ ถ้านายกฯไม่เห็นชอบ ก็จะปรับเปลี่ยน แต่ถ้าเห็นชอบทั้งหมด นายกฯก็ลงนามประกาศอย่างเป็นทางการได้ โดยคนที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าฯกทม. นั้น ยืนยันว่ามีนายจักกพันธุ์ ผิวงาม อดีตรองปลัด กทม. ส่วนที่เหลือสามารถเป็นใครก็ได้ที่มีความสามารถ ไม่ว่าจะเป็นครูหรืออาจารย์ เรียกว่าทุกวิชาชีพที่มีความสามารถ เพราะตนต้องการให้เข้ามาช่วยทำงานด้านต่างๆ โดยในช่วงนี้จะเน้นงานจัดพิธีพระศพ ถึงแม้จะเป็นงานเฉพาะกิจ แต่ก็เป็นงานที่ยิ่งใหญ่ เพราะพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร เป็นที่รักเคารพบูชาของปวงชนชาวไทย ซึ่งจะต้องดำเนินการจัดให้สมพระเกียรติ คอยดูแลความปลอดภัยของประชาชนทั้งคนกรุงเทพฯและคนต่างจังหวัดทุกคน คอยอำนวยความสะดวกทุกด้าน ในฐานะเจ้าของบ้าน ส่วนงานรองลงมาคืองานประจำต่างๆที่จะต้องเดินหน้าต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 64/2559 ระบุว่าในการแต่งตั้งและถอดถอนให้กระทำได้ เมื่อได้รับความเห็นชอบจากนายกรัฐมนตรี เป็นการปิดกั้นสิทธิในการเลือกรองผู้ว่าฯกทม.หรือไม่ พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า เมื่อมีการเสนอรายชื่อรองผู้ว่าฯกทม. พร้อมกับอธิบายว่าคนนั้นมีความชำนาญด้านใด เชื่อว่านายกฯ เห็นด้วย เพราะมีการประสานงานกันนอกรอบ
ทั้งนี้ ยืนยันว่านายกฯ ไม่เข้ามาก้าวล่วง แต่จะให้อิสระในการคิด ซึ่งเมื่อวานนายกฯ ได้เรียกเข้าไป โดยขอให้ตนตัดสินใจเลือกคนดีและเลือกคนที่เกิดประโยชน์กับสังคม กับคนกรุงเทพฯ และเกิดประโยชน์สูงสุด อย่างไรก็ตาม ภายในวันที่ 21 ต.ค.นี้ ตนจะเสนอ 4 รายชื่อ เสนอนายกฯพิจารณา เพื่อขอความเห็นชอบต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มีการปรึกษาผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) หรือไม่ พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า ตนไม่ได้สังกัดการเมืองใดๆทั้งสิ้น ไม่เคยสมัครสมาชิกใดๆ ทั้งนั้น ตนมีพรรคพระเจ้าอยู่หัว ขณะเดียวกันยืนยันว่าไม่ได้เข้าพบนายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคปชป. แต่ไปพบนายกฯ ช่วงเช้า จากนั้นก็มาประชุมที่สนามหลวง เพื่อดูแลความเรียบร้อย รวมทั้งไปพบนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้เรียกไปหารือในการทำงานแต่ละด้าน โดยพล.อ.ประวิตร เน้นให้ดูแลเรื่องความมั่นคง ซึ่งกทม.ได้ประสานทหารและตำรวจไว้แล้ว
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการแต่งตั้งรองผู้ว่าฯกทม.จะไม่อิงแอบการเมืองใดๆทั้งสิ้น แต่ทำเป็นเอกเทศ จะไม่มีคนการเมืองและไม่มีอดีตส.ส.สักคนเดียว จะไม่มีโควตาพรรค ถ้ามีความผิดพลาด ตนจะแอ่นอกรับผิดชอบคนเดียวอย่างเต็มที่ เพราะตัดสินใจคนเดียว
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะพิจารณาในการลาออกจากสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า ไม่ลาออก เพราะเมื่อวานทำหนังสือถึงประธาน สปท. โดยระบุว่าขอเวลาประชุมสปท.เฉพาะวันจันทร์-อังคาร ถึงช่วงเที่ยงวันเท่านั้น ซึ่งประธานสปท.ก็ตกลง
ผู้สื่อข่าวถามว่าเหมือนกับว่ารับเงินเดือน 2 ที่ พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า ตนทำงานคุ้มค่า ไม่ต้องห่วง ไม่แอบอิงเป็นเหลือบไร ไต่ตอม ภาครัฐ และไม่เบียดบังเงินราชการอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม จากนี้การทำงานระหว่างฝ่ายผู้บริหาร ข้าราชการฝ่ายประจำ และสภากทม. จะทำงานร่วมกันเป็นเนื้อเดียวกันอย่างแน่นอนและตลอดไป จะไม่มีการแบ่งแยกกันทำงาน เพราะผู้บริหารทำงานฝ่ายเดียวไม่ได้ ต้องให้ข้าราชการประจำช่วยขับเคลื่อน ส่วนสภากทม. เป็นผู้กำหนดนโยบาย ทั้ง 3 ฝ่ายจะทำงานร่วมกันเพื่อให้งานราบรื่น ยืนยันว่าจะทำให้กทม.มีความสุขเท่าที่จะทำได้
ส่วนการแต่งตั้งรองปลัดกทม.นั้น ได้มอบหมายให้ปลัดกทม. นัดประชุมกับรองปลัดที่เหลืออยู่ 2 คน เพื่อเสนอรายชื่อให้เข้ารับการคัดเลือกบุคคลเพื่อเข้ารับตำแหน่งรองปลัดกทม. ที่เห็นว่ามีความเหมาะสม ที่ยังว่างอยู่ 4 ตำแหน่ง เพราะข้าราชการประจำรู้รายละเอียดดีกว่า