วันที่ 2 พ.ย. นายถาวร เสนเนียม อดีตส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตแกนนำ กปปส. กล่าวถึงกรณี พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รมว.แรงงาน ลาออกจากตำแหน่ง ว่า ในฐานะประชาชนที่ใช้บริการรัฐบาลชุดนี้มา 4 ปีเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯต้องมีการปรับ ครม.ครั้งใหญ่ โดยปรับไปในคราวเดียวกันนี้ เพราะมีรัฐมนตรีบางคนบางกระทรวงที่กำกับดูแลงานที่เกี่ยวข้องกับพี่น้องเกษตรกรคนส่วนใหญ่ของประเทศ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาความเดือนร้อนให้ประชาชนได้ นายกฯอาจจะเกรงใจ หรือเป็นสุภาพบุรุษชาติทหารให้โอกาสพรรคพวก เพื่อนฝูง พี่น้องในการบริหารงานในกระทรวงที่แต่งตั้งให้ไปบริหาร แต่ทำให้พี่น้องประชาชนขาดโอกาส
อดีตแกนนำ กปปส. กล่าวว่า กระทรวงที่น่าจับตามองที่ต้องปรับ ครม.ครั้งนี้คือกระทรวงที่มีความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรตกต่ำเป็นประวัติการณ์ เช่น ข้าวหอมปทุมที่วันนี้ภาคเหนือ จ.เชียงราย ตกเหลือตันละ 5,200 บาท ในภาคใต้เหลือ 5,500 บาท ส่วนยางพาราแผ่นดิบตกเหลือกิโลกรัมละ 39-41 บาท แล้วแต่พื้นที่ทั่วประเทศไทย เศษยางก้อนตกมากเหลือกิโลกรัมละ 18 บาท มีประชาชนที่ได้รับผลกระทบมากกว่า 40 ล้านคน คือเกษตรกรชาวนา ชาวสวนยางพารา ประมาณ 30 ล้านคน และอีก 10 ล้านคน เป็นแรงงานรับจ้างที่เกี่ยวเนื่องในการจ้างทำนา หรือรับจ้างกรีดยาง
นายถาวร กล่าวว่า ที่ผ่านมานายกฯให้โอกาส รมว.เกษตรฯ และรมว.พาณิชย์ มามากพอและหลายครั้งแล้วในการแสดงฝีมือแก้ไขปัญหาแต่ก็ล้มเหลว สินค้าหมวดเกษตรยังต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ชาวไร่ชาวนาเดือดร้อนถูกกดราคา หากจะให้โอกาสต่อไปก็ควรให้หรือใช้ในเรื่องส่วนตัว แต่ไม่ใช่มาให้โอกาสทำหน้าที่ในฐานะรัฐมนตรีที่มีผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่และปากท้องของประชาชนและเกษตรกรคนส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยและเจ้าของประเทศ
“ผมจึงเรียนต่อนายกฯว่าเพื่อเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมของชาติ ควรปรับรัฐมนตรีทั้งสองกระทรวงนี้พ้นจากตำแหน่งได้แล้ว และควรจะเป็นการปรับครม.ครั้งใหญ่ โดยหาคนดีที่มีฝีมือ เป็นมืออาชีพมาทำหน้าที่แทนได้แล้ว” อดีตแกนนำ กปปส.กล่าว