“วิโรจน์” เย้ย “บิ๊กตู่” รับเหรียญรามาฯ แต่ชิ่งฉีดวัคซีนโควิด ย้ำ ต้องกระจายความเสี่ยงจัดหาวัคซีนหลายยี่ห้อ จี้ระงับ วัคซีนแอสตร้าฯ พร้อมเปิดสัญญา ให้ประชาชน รับรู้

เมื่อวันที่ 12 มี.ค. ที่พรรคเพื่อไทย ภายหลังการประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้าน นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และครม.เลื่อนฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกา หลังมีรายงานพบผู้ฉีดแล้วเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน และมี 7 ประเทศยุโรปที่ระงับการฉีดวัคซีนยี่ห้อนี้ว่า เรื่องนี้ไม่ได้เป็นอะไรที่ร้ายแรง วัคซีนใหม่ที่เพิ่งคิดค้นและผลิตออกมาในปริมาณมาก และไม่เคยมีการใช้งานมาก่อน ก็จะพบปรากฏการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นเป็นระยะๆ

นี่เป็นสิ่งที่ตนและพรรคก้าวไกลย้ำมาตลอด ว่า ควรจะต้องมีการกระจายความเสี่ยงในการจัดหาวัคซีนจากหลายแหล่งหลายยี่ห้อ เพื่อให้ประชาชนมีวัคซีนทางเลือกในกรณีที่พบอุบัติการณ์อะไรก็ตามที่เป็นข้อสงสัย และข้อกังวลที่ต้องรอการพิสูจน์ ประชาชนจะได้มีวัคซีนตัวอื่นในการฉีดและสร้างภูมิคุ้มกันอย่างต่อเนื่อง ไม่สะดุดหยุดลง ทำให้การฟื้นฟูเศรษฐกิจภายใต้การฉีดวัคซีนดำเนินต่อไปได้

นายวิโรจน์ กล่าวว่า ปัญหานี้ไม่ได้อยู่ที่การชะลอหรือระงับการฉีดวัคซีนชั่วคราว แต่เป็นการที่รัฐบาลยังกระจุกความเสี่ยงในการจัดหาวัคซีน โดยทุ่มเทแรงกายแรงใจและงบประมาณส่วนใหญ่ไปที่แอสตราเซเนกา แม้จะมีการชี้แจงว่าวัคซีนดังกล่าว 1 แสนกว่าโดสที่ประเทศไทยมีมาจากเกาหลีใต้ คนละแหล่งกับที่เป็นข้อสันนิษฐานอยู่ ต้องตั้งคำถามว่า

1.วัคซีนที่เป็นปัญหาที่เดนมาร์ก ผลิตในโรงงานวัคซีนแถบยุโรป ซึ่งมีประสบการณ์ผลิตวัคซีนมายาวนาน และถ้าเกิดในเดือนมิ.ย.วัคซีนที่ผลิตโดยโรงงานที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีมา และไม่เคยมีประสบการณ์ในการผลิตวัคซีนในปริมาณมากมาก่อน เราเชื่อว่าจะไม่มีปัญหาใดเกิดขึ้นเลยหรือ ตนจึงยืนยันว่าไม่เคยโทษบริษัทเอกชน เพราะการเกิดปัญหาในการผลิตสินค้าใหม่ๆ สามารถเกิดขึ้นได้อยู่แล้ว แต่ผู้ที่รับผิดชอบคือรัฐบาลที่กระจุกความเสี่ยงพาเอาประชาชน 67 ล้านคนไปฝากความหวังแต่เพียงแหล่งเดียว

2.รัฐบาลจะปรับนโยบายจัดหาวัคซีนเพื่อกระจายความเสี่ยงหรือไม่ เพื่อให้ประชาชนมีทางเลือกในการรับวัคซีน 3.วัคซีน 35 ล้านโดสที่สั่งแอสตราเซเนกาในงวดหลังนั้น จากงวดแรกที่สั่ง 26 ล้านโดส สามารถระงับได้หรือไม่ เพราะถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นประเทศไทยจะมีวัคซีนแแอสตราเซเนกา มากถึง 61 ล้านโดสทันที และควรเป็นวัคซีนยี่ห้ออื่นหรือไม่ หากมีการระงับการสั่งซื้อวัคซีนรัฐบาลต้องเสียค่าปรับ หรือค่าโง่อีกหรือไม่

4.เนื่องจากรัฐบาลไม่เคยเปิดสัญญาระหว่างแอสตราเซเนกา และสยามไบโอไซแอนซ์ หาก 35 ล้านโดสมีเหตุจำเป็นต้องระงับหรือหยุดการสั่งซื้อลง รัฐบาลมีความรับผิดที่ต้องไปชดเชยชดใช้ให้กับแอสตราเซเนกาหรือไม่ และตนขอเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดสัญญาเพื่อความโปร่งใส เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมตรวจสอบงบประมาณที่มาจากภาษีประชาชน

5.รัฐบาลมักบอกว่ามีแผนรองรับการบริหารความเสี่ยง แต่วันนี้เราได้เห็นชัดแล้วหรือไม่ ว่าเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นที่ยุโรปแล้วมีการเลื่อนฉีดวัคซีนอย่างปัจจุบันทันด่วน หากรัฐบาลยืนยันกระจุกความเสี่ยงในการจัดหาวัคซีนเกิดขึ้น รัฐบาลจะมีแผนรองรับอย่างไร

6.ตั้งแต่เดือนมิ.ย.ขีดความสามารถในการฉีดวัคซีนให้ประชาชนจะอยู่ที่ 10 ล้านโดสต่อเดือน คำถามคืออยากให้รัฐบาลเปิดเผยแผนส่งมอบวัคซีนของสยามไบโอไซแอนซ์ ที่ต้องส่งมอบวัคซีนให้กระทรวงสาธารณสุข ว่าสอดรับกับขีดความสามารถในการฉีดวัคซีน 10 ล้านโดสหรือไม่ เป็นคำถามที่ประชาชนต้องการคำตอบจากรัฐบาล

“วันนี้นายกฯ ไม่กล้า 2 ครั้งแล้ว ครั้งแรกคือ ไม่กล้าฉีดวัคซีนซิโนแวค เหตุผลที่ไม่กล้าก็ควรอยู่ ในเมื่อมีข้อบ่งชี้ว่าไม่ควรฉีด ก็ต้องไม่ฉีด แต่คราวนี้นายกฯ ไม่กล้าถึงคำรบที่ 2 แล้วประชาชนจะรู้สึกอย่างไร คนที่เป็นนายกฯ ยังไม่กล้าเลย ที่ท่านบอกท่านได้เหรียญรามาฯ ด้วย ผ่านสมรภูมิต่างๆ มา ท่านยังไม่กล้าถึง 2 คำรบ แล้วประชาชนจะกล้าได้อย่างไร

สิ่งที่รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขควรทำ คือการสร้างความเชื่อมั่นที่เป็นรูปธรรมให้กับประชาชน วันนี้ครม.ทั้งขบวนถอยกรูดแบบปัจจุบันทันด่วน ผมว่าประชาชนก็ต้องลดทอนความมั่นใจลง เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องเร่งสร้างความมั่นใจ แต่ถ้าวันนี้มีวัคซีนหลายยี่ห้อ มันจะไม่เกิดปัญหาขึ้น” นายวิโรจน์ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน