สภาฯเดือด ‘ส.ส.ก้าวไกล’ ดวล ‘ส.ว.เจ้าเดิม’ ปมหนุนม็อบ ก่อนประท้วงกันวุ่น-แซะกันไปมา ถึงขั้นไล่ไปเขียนใบลาออก
เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด

เมื่อวันที่ 17 มี.ค.64 มีการประชุมรัฐสภา ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เพื่อพิจารณาลงมติในวาระที่สาม ร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. … โดยก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระ นายชวน ได้แจ้งต่อที่ประชุมถึงผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก่อนที่สมาชิกจะลุกขึ้นอภิปรายแนวทางการพิจารณาตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจำนวนมาก
ต่อมาเวลา 17.50 น. นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้น ทำให้เราถึงทางตันจริงๆ ทั้งที่เป็นหน้าที่ของรัฐสภา แต่ต้องมาถกเถียงกันว่าเราทำได้จริงหรือไม่ ซึ่งเป็นปัญหาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้แล้วยังยื้อกันอีกเหรอ ไม่ให้แก้อีกเหรอ และเราจะไม่ได้เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ เพราะเรายังนั่งเถียงตัวกฎหมาย ขอให้ทุกคนช่วยดึงสติ เพราะรัฐสภาเกิดจากระบอบประชาธิปไตยที่อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน วันนี้สิ่งที่ประชาชนต้องการคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และญัตติที่ยื่นเข้ามาก็มาจากประชาชนและพรรคร่วมรัฐบาล และนายกรัฐมนตรีก็แถลงไว้ต่อรัฐสภาว่าจะแก้รัฐธรรมนูญ ถ้าประชาชนไม่เห็นด้วยเขาประท้วงตั้งแต่วันแรกที่แถลงแล้ว
ขอย้ำในรอบ 69 ล้านว่านี่คือฉันทามติว่ารัฐธรรมนูญมีปัญหาที่เราต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน เมื่อประชาชนอยากแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วสมาชิกรัฐสภามาเถียงอะไรกันอยู่ ขอถามว่าพวกเรากำลังทำเพื่อประชาชนจริงหรือไม่ ก็ไม่ต่างจากการตีเช็คเปล่าให้ศาลรัฐธรรมนูญไปกำหนดชะตาประเทศนี้เลย เพราะตามหลักการแล้วรัฐสภาแห่งนี้ต่างหากที่จะเป็นคนบอกว่าศาลรัฐธรรมนูญทำอะไรได้บ้าง มีอำนาจอะไรบ้าง คำวินิจฉัที่ออกมา ตนขอถามว่าศาลไม่รู้หรือว่ากระบวนการของสภาเดินถึงขั้นตอนไหนแล้ว ไม่คิดเลยหรือว่าคำวินิจฉัยจะมีผลต่อการโหวตวาระ 3 เป็นศาลต้องมองเห็นสิ่งที่จะเกิดขึ้น แล้วเหตุใดไม่วินิจฉัยให้จบๆ ไป โทรมาบอกประธานสภาก็ได้ว่าเราควรทำอย่างไร ไม่ใช่โยนเผือกร้อนใส่ ซึ่งเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง
นายจิรัฏฐ์ กล่าวต่อว่า อีกเรื่องคือส.ว.วันนี้ เริ่มอ้างความเห็นของประชาชนว่าคิดอย่างนั้น อย่างนี้ ตนไม่เชื่อ เพราะไม่มีเหตุผลที่ส.ว.ต้องลงไปคุยกับประชาชน ต่อให้ลงไปคุยกับประชาชนจริงก็ไม่จำเป็นต้องสนใจความต้องการของประชาชน เพราะท่านไม่ได้ใช้คะแนนจากประชาชนเหมือนกับส.ส. ในเมื่อประชาชนไม่ได้เลือกท่านมา แต่เป็นคสช.และคณะรัฐประหารเลือกท่านมา ซึ่งเป็นข้อเท็จจริง ไม่ได้มีใครเจ็บอะไรเลย นี่ไม่ใช่การด่าทอ ไม่ใช่การเหน็บแนม ไม่ใช่คำหยาบคายอะไร ไม่มีใครเสียหายจากข้อเท็จจริงนี้
ทำให้นายกิตตศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. ลุกขึ้นประท้วงทันทีว่า เหนื่อยใจกับผู้อภิปรายพรรคนี้ อะไรก็ประชาชน เห็นมีประชาชนอยู่กลุ่มเดียว ตอนนี้เหลือหลักร้อยแล้ว อ้างประชาชนทั้งประเทศ อยากได้ อยากแก้ แต่เราอยู่กับประชาชน เรารู้ว่าประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศไม่อยากแก้รัฐธรรมนูญ การมาอ้างประชาชนทั้งประเทศ แต่กลับมาอ้างประชาชนทั้งประเทศ
ทำให้ส.ส.พรรคก้าวไกลลุกขึ้นประท้วงนายกิตติศักดิ์ และขอให้ถอนคำพูดที่กล่าวถึงพรรค ทำให้นายกิตติศักดิ์ลุกขึ้นโต้ว่า ตัวเองไม่ได้เอ่ยถึงพรรคอะไร “พรรคอะไรผมไม่อยากจำ” นายชวนจึงบอกให้ถอนคำว่า “พรรคนี้ ซึ่งเป็นพรรคที่ผู้อภิปรายหมายถึง” พร้อมระบุว่า อย่าเถียงในสิ่งที่ไม่จำเป็น ตนให้ความเป็นธรรม และไม่เห็นด้วยที่มีการเสียดสีกัน
นายกิตติศักดิ์ จึงโต้กลับนายชวนว่า แล้วประธานพิจารณาหรือไม่ว่าเขาเสียดสีส.ว. นายชวนจึงชี้แจงว่า ได้พิจารณาแล้ว ส่วนกรณีชื่อพรรคก็อย่าไปเอ่ยถึงเขาเลย ทำให้นายกิตติศักดิ์บอกว่า “ขอถอนก็ได้ที่พรรคนี้สนับสนุนม็อบ” นายชวนจึงแย้งว่า “ไปกันใหญ่” ทำให้สุดท้ายแล้วนายกิตติศักดิ์ยอมถอนคำพูด
นายจิรัฏฐ์ จึงกล่าวว่า การสับสนุนม็อบไม่ได้ผิดอะไร ตนเห็นว่าไม่จำเป็นต้องถอนก็ได้ และตนไม่ได้ต้องการจะเหน็บแนมให้ใครเสียหายอะไร แต่เป็นข้อเท็จจริง ซึ่งถ้าท่านทนฟังไม่ได้ ก็เรื่องของท่าน ตนแนะนำได้เพียงว่าสิทธิที่ท่านจะทำได้เพราะเป็นอำนาจของท่านคือการเขียนใบลาออก และไม่ต้องถามศาลรัฐธรรมนูญ