ก้าวไกล เเทงกั๊กบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ชี้ ใช่ว่าจะดีกว่าปัจจุบันทั้งหมด ชู โมเดล MMP ฉบับ “บวรศักดิ์” ที่หลายชาติในยุโรปใช้ นักวิชาการมองว่าดีกว่าตอนปี 40
วันที่ 4 เม.ย. นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เเละ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีมีการเสนอการแก้รัฐธรรมนูญ เปลี่ยนระบบเลือกตั้ง กลับไปใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบเหมือนเดิม
นายพิจารณ์ กล่าวว่า ตนไม่อยากออกตัวว่าควรแก้หรือไม่ เพราะมีหลายฝ่ายมองว่า พรรคก้าวไกล ได้ประโยชน์จากการใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว
แต่ต้องยอมรับว่าบัตรใบเดียว หรือระบบเลือกตั้งรัฐธรรมนูญ 60 ทำให้เกิดรัฐบาลผสมไร้ประสิทธิภาพ มีสูตรคำนวน ส.ส. ที่ตลก เพราะคะเเนนแค่ 3-4 หมื่น ก็ได้เข้าสภาฯแล้ว การแก้เรื่องบัตรเลือกตั้งจึงต้องคุยถึงรายละเอียดว่าจะแก้อย่างไร
รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวต่อว่า การกลับไปใช้บัตร 2 ใบ เเบบปี 40 ใช่ว่าจะสะท้อนเสียงประชาชนทั้งหมด ยกตัวอย่างในการเลือกตั้งปี 54 พรรคเพื่อไทย ได้คะเเนนป็อบปูลาร์โหวตเเบบเเบ่งเขต 44 เปอร์เซ็นต์ และได้ 48 เปอร์เซ็นต์ในเเบบบัญชีรายชื่อ แต่กลับได้ ส.ส. ในสภา 57 เปอร์เซ็นต์ มันอาจไม่สะท้อนได้ดีพอ ฉะนั้นการกลับไปใช้บัตรสองใบเเบบปี 40 ใช่ว่าจะดีกว่าปัจจุบันทั้งหมด
พรรคก้าวไกล มีการพูดถึงกรณีวงหารือของนักวิชาการ ที่ออกมาเเสดงความเห็นกับระบบการเลือกตั้ง ส.ส. แบบผสม (Mixed Member Proportional : MMP) ซึ่งอยู่ในร่างสมัย นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญที่เสนอไว้ในปี 58 แต่สุดท้ายถูกคว่ำร่างทิ้งไป ซึ่งระบบเลือกตั้งแบบ MMP นักวิชาการมองว่าได้รับการยอมรับกว่าของปี 40 ในหลายประเทศใช้ เช่น ยุโรป อเมริกาใต้ เป็นการสะท้อนเสียงประชาชน แม้จะใช้บัตร 2 ใบ แต่เอาคะเเนนดิบบัญชีรายชื่อมาคำนวณ ส.ส. ที่พึงมี ซึ่งชัดเจนเเละตอบโจทย์เสียงประชาชนมากกว่า