องค์กรสิทธิมนุษยชนจัดเวทีคู่ขนานรบ.ไทยรายงานสถานการณ์ต่อที่ประชุมยูเอ็น-จี้เคารพสิทธิทุกด้าน

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

 

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 11 พ.ค. ที่ร้าน Blackbox cafe&bar ผู้สื่อข่าวรายงานว่าองค์กรภาคประชาสังคมไทยและต่างประเทศ อาทิ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ฮิวแมนไรท์วอซท์ องค์กรนิติศาสตร์สากล ฟอรั่มเอเชีย อซีรั่ม แอคเสส ไทยแลนด์ ฯลฯ ร่วมกันจัดเสวนารายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชน โดยมีการถ่ายทอดสดการรายงานกระบวนการทบทวนสิทธิมนุษยชน Make Human Rights a Reality for All : สิทธิมนุษยชนไทยในสายตาโลก หรือ Universal Periodic Review (UPR) ครั้งที่ 2 ของประเทศไทยจากนครเจนีวาประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นกลไกภายใต้คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งประชาชาติโดยประเทศสมาชิกองค์การสหประชาชาติ 105 ประเทศจากทั้งหมด 193 ประเทศ โดยแต่ละประเทศได้ตั้งคำถามและมีข้อเสนอแนะต่อสถานการณ์สิทธิ มนุษยชนในประเทศไทยเช่นเสรีภาพในการแสดงออก เสรีภาพในการชุมนุม กลุ่มการพิจารณาคดีพลเรือนในศาลทหาร เป็นต้น

 

น.ส.ศิริกาญจน์ เจริญศิริ ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า รัฐบาลไทยเคยไปลงนามความร่วมมือในหลายประเด็น แต่ในระดับปฏิบัติมีปัญหา เพราะยังไม่มีกฎหมายภายใน ทำให้มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอยู่ อีกทั้งการต่อต้านการซ้อมทรมาน แม้จะมีการเสนอร่างพ.ร.บ.ซ้อมทรมานและบังคับบุคคลสูญหาย แต่ต้องใช้เวลา และการพัฒนาต้องนำข้อเท็จจริงจากภาคประชาสังคมเข้ามาด้วย ซึ่งที่ผ่านมาการพัฒนากฎหมายคุ้มครองผู้ต้องขังมีความพยายามยกระดับ แต่ภายหลังรัฐประหารมีการให้อำนาจเจ้าหน้าที่ทหารซึ่งเป็นคำถามที่หลายประเทศมีความกังวลถึงสิทธิผู้ต้องขัง หรือผู้ถูกควบคุมตัวว่าเข้าถึงทนายความหรือญาติได้หรือไม่ ได้ประกันตัวหรือไม่

นายสุณัย ผาสุก ที่ปรึกษาองค์กรฮิวแมนไรท์วอซท์ กล่าวว่า รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการปกป้องนักสิทธิมนุษยชน เพราะที่ผ่านมามีนักปกป้องสิทธิเสียชีวิตกว่า 30 คน มีการคุกคามทำร้ายร่างกาย บังคับสูญหาย นอกจากนี้คำสัญญาของรัฐบาลไทยที่ให้กับทาง UPR เป็นคำสัญญาว่างเปล่าและไม่สะท้อนให้เห็นถึงข้อกำหนดของสิทธิเสรีภาพที่จำเป็นในการกลับสู่ระบอบประชาธิปไตย โดยข้อสังเกตของ UPR มองประเทศไทยว่าเป็นรัฐทหาร และระบบยุติธรรมก็ต้องเปลี่ยนจากทหารที่ไม่สอดคล้องกับกติการะหว่างประเทศ ขณะเดียวกันการทำประชามติมีลักษณะปิดปาก พร้อมตั้งคำถามว่า กระบวนการทำประชามติทำไมถึงมีข้อจำกัดมาก ไม่แสดงออกได้อย่างเสรี และทำไมคสช. ถึงสามารถระดมสรรพกําลังอยู่ในทุกพื้นที่เพื่อให้มีการรับร่างรัฐธรรมนูญได้

 

นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กล่าวถึงการรายงานทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศไทยต่อการประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติว่า การรายงานดังกล่าวนั้น เป็นไปเพื่อชี้แจงการดำเนินการของไทยตามสนธิสัญญาความร่วมมือที่ไทยร่วมเป็นภาคี ซึ่งที่ผ่านมาไทยเคยยอมรับข้อเสนอแนะของสหประชาชาติมาแล้วกว่า 130 ข้อ แต่บางข้อก็ยังไม่สามารถปฏิบัติได้ ทั้งนี้ ในส่วนของ กสม. มีหน้าที่ในการเฝ้าระวังการดำเนินการของรัฐที่เกี่ยวข้องกับสิทธิเสรีภาพของประชาชน โดยส่วนตัวได้เสนอให้มีการจัดตั้งคณะอนุกรรมการติดตามข้อเสนอแนะที่จะเกิดขึ้นในการประชุมครั้งล่าสุดนี้ว่ารัฐบาลจะดำเนินการได้มากน้อยเพียงใด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน