เมื่อวันที่ 6 พ.ค.2564 ที่บริเวณพื้นที่แถลงข่าว ชั้น 1 อาคารรัฐสภา นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ แถลงถึงการจัดโครงการสืบสานพระราชปณิธานโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญได้ดำเนินการพิจารณาศึกษาเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของสถาบันพระมหากษัตริย์ ทรงมีต่อการพัฒนาชาติบ้านเมืองในหลายมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแพทย์และการสาธารณสุขไทย ซึ่งปัญหาด้านสุขภาพของประชาชนนั้นสะท้อนถึงความมั่นคงของชาติ และจากการศึกษาสถานการณ์ในอดีต ประเทศไทยได้เผชิญกับภัยคุกคามด้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภัยด้านความมั่นคงตามชายแดน
ปัญหาดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนตามพื้นที่ห่างไกลหรือถิ่นทุรกันดาร ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงการบริการทางการแพทย์ได้อย่างทั่วถึง
ด้วยสายพระเนตรอันกว้างไกลของพระมหากษัตริย์ที่ทรงมีพระวิสัยทัศน์ในการวางรากฐานการพัฒนาประเทศด้านการแพทย์และการสาธารณสุข และด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงห่วงใยต่อปัญหาด้านสุขภาพอนามัยของประชาชน ส่งผลให้เกิดโครงการพระราชดำริด้านการแพทย์และการสาธารณสุขขึ้นหลายโครงการ
จวบจนในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงตั้งมั่นที่จะสืบสานพระราชปณิธานของรัชการที่ 9 ด้านการแพทย์และการสาธารณสุขไทย ครั้งเมื่อยังทรงดำรงพระราชอิสริยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดฯ ให้จัดสร้างโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช เพื่อรักษาราษฎรผู้เจ็บป่วยในถิ่นทุรกันดาร รวมทั้งทรงรับเป็นองค์นายกกิตติมศักดิ์ของมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช นับแต่ก่อตั้งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช เมื่อ พ.ศ.2520 เป็นต้นมา ปัจจุบันโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช มีจำนวนทั้งสิ้น 21 แห่งทั่วประเทศ และยังคงดำเนินงานเพื่อบรรเทาความเดือนร้อนให้กับประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง
เพื่อน้อมรำลึก ในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและพระราชปณิธานในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีต่อการพัฒนาการแพทย์และการสาธารณสุขไทย รวมทั้งเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ให้สามารถรองรับผู้ป่วย ได้อย่างทั่วถึงและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)
คณะกรรมาธิการวิสามัญจึงได้จัดโครงการ สืบสานพระราชปณิธานโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช และตั้งคณะทำงานด้านการสืบสาน พระราชปณิธานโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ขึ้น
โดยมี นายวิทยา ผิวผ่อง สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญ เป็นประธานคณะทำงาน และมีสมาชิกวุฒิสภาหลายท่าน รวมทั้งผู้แทนภาคเอกชนปฏิบัติหน้าที่ในฐานะที่ปรึกษาคณะทำงานและคณะทำงาน ได้แก่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว นางพิกุลแก้ว ไกรฤกษ์ นายจิรชัย มูลทองโร่ย นางเบญจรัตน จริยธาราสิทธิ์ นายสำราญ ครรชิต นางศิรินา ปวโรฬารวิทยา นางฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร นางสาวเรณู ตังคจิวางกูร นางสุนี จึงวิโรจน์ นางนฤมล ล้อมทอง นางสาวจิตติเทวี ตติยรัตน์ และนายทวีจุลศักดิ์ ศรีสกุล
รวมทั้งร่วมกันจัดหาและสนับสนุนสิ่งของและอุปกรณ์ทางการแพทย์และอื่นๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ให้กับประชาชนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) และจัดทำภาพป้ายข้อความร่วมส่งกำลังใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์ส่งให้โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ทั้ง 21 จังหวัด
จากนั้น นายวิทยา ผิวผ่อง สมาชิกวุฒิสภา ประธานคณะทำงาน ได้กล่าวถึงการดำเนินงานของคณะทำงานว่า คณะทำงานได้มีการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์เพื่อพิจารณาเกี่ยวกับแนวทาง การดำเนินงานโครงการ การจัดหาสิ่งของและอุปกรณ์ทางการแพทย์และอื่นๆ ตามความเหมาะสม และแนวทางการมอบและการจัดส่งสิ่งของ
โดยในเบื้องต้นจะสนับสนุนนำร่องให้กับโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ทั้ง 5 แห่ง ในแต่ละภูมิภาค ประกอบด้วย ภาคใต้ โรงพยาบาลสมเด็จ พระยุพราชเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภาคตะวันออก โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว ภาคกลาง โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชจอมบึง จังหวัดราชบุรี ภาคเหนือ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม จังหวัดนครพนม
ขณะนี้ได้มีสมาชิกวุฒิสภาและผู้แทนภาคเอกชนร่วมให้การสนับสนุนรายการสิ่งของต่าง ๆ จำนวน 20 รายการ ดังนี้ 1.อุปกรณ์ทางการแพทย์ จำนวนวน 5 รายการ ประกอบด้วย
1) เครื่องให้สารละลายทางเส้นเลือดดำพร้อมเสาน้ำเกลือ จำนวน 1 เครื่อง
2) เครื่องควบคุมการให้สารน้ำโดยกระบอกฉีดยา จำนวน 1 เครื่อง
3) เครื่องวัดอุณหภูมิแบบมีขาตั้ง จำนวน 2 เครื่อง
4) เครื่องวัดความดันแบบกระเป๋า จำนวน 3 เครื่อง และ
5) เครื่องวัดอ๊อกซิเจนที่ปลายนิ้ว จำนวน 4 เครื่อง
2.วัสดุสนับสนุนการบริการทางการแพทย์ จำนวน 15 รายการ อาทิ ถุงมือตรวจโรค หน้ากากอนามัยและเฟสซิลล์ อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลหรือชุด PPE เจลแอลกอฮอล์และน้ำยาฆ่าเชื้อ ถุงขยะประเภทต่างๆ และอุปกรณ์กีฬา คิดเป็นมูลค่าที่มอบให้แก่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชแต่ละแห่ง เป็นจำนวนเงิน 320,000 บาท รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้น จำนวน 1,600,000 บาท
นอกจากนี้ สมาชิกวุฒิสภาที่เป็นเจ้าภาพดำเนินการของแต่ละจังหวัด ได้จัดอาหารว่างพร้อมน้ำดื่มมอบแก่บุคคลากรทางการแพทย์แต่ละแห่งอีกด้วย ซึ่งเจ้าภาพหลักของแต่ละจังหวัด ประกอบด้วย 1.พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รับผิดชอบโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม จังหวัดนครพนม 2.นางพิกุลแก้ว ไกรกฤษ์ รับผิดชอบโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชนครไทย จังหวัดพิษณุโลก 3.นายสำราญ ครรชิต รับผิดชอบโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี 4.นางเบญจรัตน จริยาธาราสิทธิ์ รับผิดชอบโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชจอมบึง จังหวัดราชบุรี 5.นางสุนีย์ จึงวิโรจน์ และนางฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร รับผิดชอบโรงพยาบาลสมเด็จ พระยุพราชสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว
ทั้งนี้ เอกชนที่ให้การสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ ได้แก่ มูลนิธิสิริวัฒนภักดี โดยคุณเจริญ สิริวัฒนภักดี บริษัท คิงส์แพ็ค อินดัสเตรียล จำกัด โดยนายทวี จุลศักดิ์ศรีสกุล และได้รับความอนุเคราะห์ในการจัดส่งอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่ โรงพยาบาลสมเด็จ พระยุพราช ทั้ง 5 แห่ง จากบริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 12 พ.ค.2564
เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมภารกิจดังกล่าว คณะทำงานจะมีการเชิญผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ทั้ง 5 จังหวัด ร่วมประชุมกับคณะทำงานผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (โปรแกรม Cisco Webex Meeting) ในวันศุกร์ที่ 7 พ.ค.2564 เวลา 13.00 น.


