เมื่อวันที่ 19 พ.ย.นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการปรับ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่จะมีขึ้นเร็วๆ นี้ว่า นอกเหนือจากการปรับเปลี่ยนตัวบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในกระทรวงต่างๆ แล้ว อยากฝากนายกรัฐมนตรีให้พิจารณาถึงการปรับเปลี่ยนแนวนโยบายรวมถึงแนวทางในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศด้วย โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจฐานรากที่กระทบต่อคนส่วนมากของประเทศควบคู่ไปกับการปรับ ครม. ด้วย
“รัฐบาลควรต้องพิจารณาว่า ทำไมแนวนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่ทำมาหลายครั้ง จึงยังไม่ส่งผลไปกระตุ้นเศรษฐกิจของคนระดับฐานรากให้ได้ผลอย่างที่ควรจะเป็น โครงการช็อปช่วยชาติก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่ชี้ให้เห็นว่า ผู้คนระดับฐานรากของประเทศไม่ได้ประโยชน์จากโครงการนี้ เพราะไม่มีรายได้มากพอที่จะไปจับจ่ายใช้สอยเพื่อหักลดหย่อนภาษี จึงทำให้การกระตุ้นเศรษฐกิจระดับฐานรากยังไม่ได้ผลจริงจัง” นายองอาจ กล่าว
นายองอาจ กล่าวอีกว่า นอกเหนือจากนั้นปัญหาราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่รัฐบาลพึงตระหนักว่าควรได้เวลาปรับเปลี่ยนแนวนโยบาย และแนวทางในการแก้ไขปัญหาเช่นกัน เพื่อทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มมากขึ้น เพราะขณะนี้พืชผลการเกษตรตกต่ำไม่ใช่มีเฉพาะยางพารา ข้าว ปาล์ม เท่านั้น สินค้าเกษตรอีกหลายตัวก็อยู่ในสภาพโงหัวไม่ขึ้นเช่นกัน ถ้าปรับ ครม. แล้วไม่มีการปรับเปลี่ยนแนวคิดทางเศรษฐกิจ รัฐบาลก็จะติดหล่มจมปรักกับปัญหาเศรษฐกิจฐานรากที่ก่อให้เกิดผลกระทบในการกระจายรายได้ และปัญหาราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำต่อไปอีก การปรับ ครม. จึงไม่ควรหมกมุ่นแค่เพียงว่าจะเอาใครเข้าเอาใครออก ควรปรับแนวคิด ทิศทาง นโยบาย และวิธีการปฏิบัติ ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเพื่อตอบสนองต่อการแก้ไขปัญหาของประชาชนได้ในที่สุด