“บิ๊กตู่” ย้ำคณะรัฐมนตรี อย่าปากไว ชี้ ให้ข้อมูลค่อยๆพูด หวั่นประชาชนด่า ด้าน ดีอีเอส จ้องฟัน คนปั่น “เฟคนิวส์” โดยจะเลือกจากบุคคลที่มียอดผู้ติดตาม จำนวนมาก
เมื่อวันที่ 25 พ.ค.รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ วันที่ 25 พ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เน้นย้ำเรื่องการสื่อสารและประชาสัมพันธ์เป็นพิเศษ ซึ่งเน้นย้ำเรื่องนี้มาหลายสัปดาห์ติดต่อกันแล้ว โดยเฉพาะกรณีถูกประชาชนวิพากษ์วิจารณ์เรื่องให้ข้อมูลที่สับสนเกี่ยวกับการแก้ไข โควิด-19 และการกระจายวัคซีน
โดยกำชับให้ระมัดระวังการให้ข้อมูลมากขึ้น ว่าไม่ต้องเร่งรีบ รอให้ชัดเจนก่อน รอ 2-3 วันก็ได้ เพราะถ้าพูดไปแล้วคนจะมีความคาดหวัง มีผลกระทบเป็นวงกว้าง ทำให้ฝ่ายนโยบายต้องตามชี้แจง นอกจากนี้ ยังสั่งการให้แต่ละกระทรวงประชาสัมพันธ์ผลงานของตัวเองว่าช่วงที่ผ่านมาได้ทำอะไรไปแล้วบ้างเพื่อให้ประชาชนรับรู้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอีอีซี การพัฒนาดิจิทัล รวมถึงการแก้ไขปัญหาโควิด-19 ที่ได้ดำเนินการไปแล้ว และไม่จำเป็นต้องออกมาตอบโต้แต่ให้นำข้อเท็จจริงมานำเสนอ
รายงานข่าวแจ้งว่า ในที่ประชุม ครม.ยังได้มีการหารือถึงการ เตรียมความพร้อมประชุมสภาเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 ระหว่างวันที่ 31 พ.ค. – 2 มิ.ย. โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้ขอความร่วมมือหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลต่างๆให้กำชับ ส.ส.ให้เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพียง อย่าให้เขามาว่าได้
นอกจากนี้ในช่วงท้าย พล.อ.ประยุทธ์ ได้ยังอ่านรายงานผลการแจ้งความ การดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดการเสนอข่าวอันไม่เป็นความจริง บิดเบือนข่าวสารในสถานการณ์ฉุกเฉิน ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน การร้องเรียนเกี่ยวกับเฟคนิวส์ ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส)
ซึ่งในรายงานมีกรณีของนายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ผู้ต้องหาในคดี มาตรา 112 ซึ่งขณะนี้ลี้ภัยในต่างประเทศ รวมอยู่ด้วย ขณะที่ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดีอีเอส ระบุว่าการดำเนินคดีจะมุ่งเน้นไปที่ผู้ที่มียอดผู้ติดตามจำนวนมาก จะเล่นพวกตัวใหญ่เป็นหลัก เนื่องจากมีผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชน