‘กนก’ ส.ส.ปชป. ซัดงบฯ 65 ไม่ตอบโจทย์ ทำหนี้ท่วม 21 ล้านล้านบาท ต้องใช้เวลา 81 ปีใช้หนี้ ชี้อีก 10 ปี ความยากจน-เหลื่อมล้ำจะถึงขั้นวิกฤต
เมื่อเวลา 13.55 น. วันที่ 31 พ.ค. 2564 ที่รัฐสภา นายกนก วงษ์ตระหง่าน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า สถานะการเงินของประเทศ รัฐบาลตั้งรายได้สุทธิในปี 2565 ไว้ที่ 2.4 ล้านล้านบาท แต่พบหนี้สาธารณะ จำนวน 8.195 ล้านล้านบาท เพิ่มจากปี 2564 ถึง 2.1 ล้านล้านบาท ทำให้รัฐบาลต้องตั้งงบเพื่อชำระเงินกู้ จำนวน 1 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ถึง 1,000 ล้านบาท
แต่ปัจจุบันประเทศไทยมีหนี้ครัวเรือน 13 ล้านล้านบาท คิดเป็น 86.6% ของจีดีพี และเมื่อรวมหนี้รัฐบาลรวมกับของประชาชน จะมีมากกว่า 21 ล้านล้านบาท มากกว่าจีดีพีของประเทศ เรียกว่าหนี้ท่วมรายได้ โดยรัฐบาลมีหนี้สูงกว่ารายได้ มากถึง 3.3 เท่า และต้องใช้เวลา 81 ปี เพื่อชำระหนี้สิน
นายกนก กล่าวต่อว่า สถานการณ์ปัจจุบัน และอีก 10 ปีจากนี้ ปัญหาของประเทศและประชาชน จะมี 3 ประการ คือ 1.ความยากจนและความเหลื่อมล้ำที่ถึงจุดวิกฤต เพราะมีโควิด-19 เป็นตัวเร่ง 2.การเป็นหนี้ระยะสั้น โดยเฉพาะหนี้ครัวเรือน ที่จะทำให้คนไทยมีภาวะลำบาก หนี้ท่วมรายได้อย่างน้อย 10 ปี และ 3.ผลิตภาพที่แข่งขันไม่ได้ในระยะยาว ไม่มีการพัฒนา
ดังนั้น ทุกกระทรวงต้องเร่งแก้ปัญหา ผ่านการจัดสรรงบประมาณ ตนขอฝากคำเตือนงบประจำปีนี้ ว่าเมื่อรายได้ไม่เพิ่ม แต่หนี้เพิ่ม วิกฤตเศรษฐกิจตามมา เมื่อผลิตภาพไม่โต ประเทศแข่งขันไม่ได้ และล้าหลัง ในที่สุดงบประมาณแต่ละกระทรวงต้องแก้ปัญหาประชาชนอย่างมีความรู้และแม่นยำ เพราะงบมีจำกัด ในสถานการณ์ที่ประเทศมีโควิด ต้องเร่งฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ และปัญหาระบบบริหารราชการแผ่นดินเป็นจุดอ่อนของการแก้ปัญหาประเทศ
นายกนก กล่าวอีกว่า การจัดทำงบประมาณนี้ สำนักงบประมาณไม่สามารถจัดงบประมาณได้ตอบโจทย์ปัญหาของประชาชนและประเทศ และจัดทำงบตามกรอบของตนเองเป็นหลัก นอกจากนั้น สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ไม่ประเมินผลสำเร็จของงบประมาณ เพราะไม่มีงบประมาณตรวจความสำเร็จของงบประมาณรายปี
นายกนก กล่าวต่อว่า ดังนั้น ทางแก้ไข คือให้หน่วยงานภายนอกดำเนินการ นอกจากนั้น ตนมองว่าสำนักงบฯ, สตง. และกรมบัญชีกลาง ต้องร่วมวิเคราะห์ปัญหาเพื่อให้การใช้งบประมาณมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล ทั้งนี้ ตนมีข้อเสนอแนะเพื่อเป็นทางรอดของเศรษฐกิจ สำหรับการเพิ่มงบประมาณของรัฐบาล คือการยกระดับผลิตภาพ การแข่งขัน มีนวัตกรรม ไม่ใช่เพิ่มรายได้จากการกู้ ทั้งนี้การจัดสรรงบประมาณต้องให้ท้องถิ่นเป็นผู้จัดการ ไม่ใช่กระจุกอยู่ที่สำนักงบฯ