ฝ่ายค้าน อภิปรายเดือดวันที่ 3 ท้า นายกฯ แน่จริงยุบสภา คำว่า “ผนงรจตกม” วันนี้ขำไม่ออก แต่เป็นเช่นนั้นจริง ฉะเลิกซื้ออาวุธหยุดขี้เหนียวกับประชาชน ชี้หากทำงบแบบนี้คงได้เปลี่ยนเงินสดเป็นแบงก์กงเต็ก

เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.เวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 วงเงิน 3.1 ล้านล้านบาท วาระแรก วันที่สาม โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม ซึ่งเป็นการอภิปรายวันสุดท้าย ก่อนลงมติว่าจะรับหรือไม่รับหลักการ

โดยก่อนเข้าสู่วาระอภิปราย นายชวน แจ้งกับที่ประชุมว่า เวลาการอภิปรายของส.ส. ขอให้บริหารจัดการ โดยขณะนี้ เวลาของส.ส.ฝ่ายค้าน เหลือเวลา 6 ชั่วโมง 49 นาที ขณะที่เวลาของส.ส.ฝ่ายรัฐบาลและคณะรัฐมนตรี(ครม.)เหลือเวลาประมาณ 8 ชั่วโมง 49 นาที ดังนั้นเวลาที่เหลืออยู่แต่ละฝ่ายก็บริหารเวลากันไป

นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ส่วนตัวยืนยันว่าขอไม่ไว้วางใจร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ แม้ว่าร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 ฝ่ายค้านจะอภิปรายด้วยเหตุและผลหรือฝ่ายรัฐบาลบางคนให้ข้อเสนอแนะและติดฉินนินทา แต่ส่วนตัวมั่นใจว่าร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้จะผ่านการพิจารณา แต่อยากจะสื่อไปยังพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคขนาดเล็กว่าสิ่งที่เรากำลังร่วมกันพิจารณานั้นต้องดูว่าเม็ดเงินสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หรือไม่ และความเป็นผู้นำของนายกรัฐมนตรีไปได้แค่ไหน ประเทศชาติจะจมน้ำตายหรือตกเหว

นายวิสาร กล่าวต่อว่า เนื่องจากร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ รัฐบาลจัดทำงบประมาณโดยขาดความรู้ ความเข้าใจและความจริงใจ การแก้ปัญหาของประเทศทุกวันนี้อะไรเป็นจุดอ่อนหรือจุดแข็งเราทราบดี ประชาชนต้องอยู่ในความหวาดระแวงว่าจะติดเชื้อโควิดหรือไม่ ต้องการฉีดวัคซีน แต่ผู้นำเรากลับไปนำวัคซีนที่ดีบ๊วยมาฉีดให้ และไม่รู้ว่าจะได้ฉีดเมื่อใดด้วย

รัฐบาลกลับให้ความสำคัญกับอาวุธยุทโธปกรณ์มากกว่า แต่เอสเอ็มอีตายสนิท โดยที่รัฐบาลไม่ให้ความสำคัญเหมือนงบกระทรวงกลาโหม แม้เงินจะมากหรือน้อย แต่ไม่สำคัญเท่าภาวะความเป็นผู้นำ เพราะสงกรานต์ปีนี้ตกลงกันไว้แล้วจะล็อกดาวน์ แต่พอเรื่องเข้าสู่ศบค.ชุดใหญ่ มีนักธุรกิจไปให้ข้อมูลเยอะ ถ้าล็อกดาวน์จะทำให้เศรษฐกิจเสียหายมหาศาล แต่นายกฯหูเบาเชื่อ จนมีผู้ติดเชื้อเป็นแสนคนตามมา

“การตัดสินใจของผู้นำที่ผิดทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรง ใครจะรับผิดชอบ ทุกอย่างที่ล้มเหลวเพราะผู้นำเอาแต่ใจตัวเอง คำว่า “ผนงรจตกม” ถึงวันนี้ขำไม่ออก เป็นเช่นนั้นจริงๆ เพราะความดื้อรั้น ไม่รับผิดชอบ ใจแคบที่อยู่ในตัวผู้นำ แต่ขณะนี้นายกฯไม่แคร์อะไร บริหารไม่มีฝ่ายการเมือง ใช้แต่ทหารบริหาร” นายวิสาร กล่าว

นายวิสาร กล่าวต่อว่าสิ่งที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ออกมาขู่ว่าถ้าพ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท ไม่ผ่านจะต้องยุบสภา ขู่ฝ่ายค้านมันไม่ได้ผลหรอก ตนท้าท่านนายกฯวันนี้ให้ลาออก ท่านไม่ต้องลาออกก็ได้ ยุบสภาไปเลย ยิ่งอยู่นานไปเท่าไร ประเทศชาติเสียหายหนัก ไม่มีโอกาสเห็นเดือนเห็นตะวัน ทุกวันนี้ประเทศวิกฤต อันดับจะบ๊วยของอาเซียนแล้ว ถ้าเราจะปล่อยให้ผู้นำที่ไม่รับผิดชอบ เอาแต่ใจตัวเอง ขู่จะยุบสภา ยุบเลย เพราะถ้าไม่ยุบ ตอนนี้มีคนตายกลางถนนเยอะเลย ถ้าไม่หาทางเปลี่ยนแปลง ก็เอา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออก

“ผมไม่ได้ท้าให้ยุบสภา ผมท้าให้ลาออกด้วย แล้วแต่พล.อ.ประยุทธ์ แน่จริงเอาเลย จะเลือกตั้งเมื่อไหร่ อะไร อย่างไร อย่าปล่อยให้ประเทศชาติเสียโอกาสในการบริหาร ทำให้พวกเราไม่มีอนาคต จะต้องล้มตายไปทั้งประเทศหรืออย่างไร ” นายวิสาร กล่าว

ต่อมาเวลา 11.55 น.นายวิรัตน์ วรศสิริน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย อภิปราย ว่า ขณะนี้ประชาชนตั้งคำถาม ทำไมรัฐบาลนำงบประมาณไปจัดหาวัคซีนที่แย่และแพงที่สุด โดยยังไม่รู้ว่ามีวัคซีนเพียงพอหรือไม่ เพราะนำงบประมาณไปเน้นที่กองทัพในการจัดซื้ออาวุธ ทั้งที่ถ้าเทียบสมรรถนะการรบแล้ว ประเทศไทยเหนือกว่า

ประเทศที่มีพรมแดนติดกัน ทั้ง 4 ประเทศ ได้แก่ พม่า ลาว กัมพูชา มาเลเซีย โดยประเทศไทยมีจำนวนกองรถถัง กองเรือ และกองบิน เหนือกว่าทุกประเทศที่มีพรมแดนติดกัน สมรรถนะการรบประเทศไทยอันดับที่ 26 ของโลก พม่าอยู่ลำดับที่ 38 กัมพูชา ลำดับที่ 94 ลาว ลำดับที่ 118 และมาเลเซีย ลำดับที่44 เรามีศักยภาพ กำลังรบเข้มแข็งที่สุดในประเทศที่มีพรมแดนติดกัน จะไปจัดซื้ออาวุธเพิ่มทำไมให้มากมายอีก

“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ไม่ได้เป็นผบ.ทบ.แล้ว แต่เป็นนายกฯ จะไปดูแลหรือเดือดร้อนแทนกองทัพอย่างเดียวไม่ได้ ขอให้หยุดขี้เหนียวกับประชาชน หยุดซื้อเรือดำน้ำไว้ก่อน เพื่อมาดูแลความเป็นอยู่ประชาชนก่อน ถ้ายังปล่อยให้รัฐบาลจัดทำงบประมาณลักษณะเช่นนี้ต่อไป คงได้เปลี่ยนเงินสดเป็นแบงก์กงเต็กแน่” นายวิรัตน์ กล่าว

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน