ประธานวิปฝ่ายค้าน ผิดหวังหลังรัฐสภาเคาะผ่านร่างเดียว แก้รัฐธรรมนูญ เหน็บ สว.ปากบอกห่วงประชาชน แต่ตีตกร่างหมด ชลน่าน เชื่อร่าง ปชป. ถูกคว่ำวาระ 3
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 25 มิ.ย. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคพท.ฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านหรือวิปฝ่ายค้าน และ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ร่วมแถลงข่าวถึงการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 13 ร่าง โดยผ่านเพียงร่างเดียว
โดยนายสุทิน กล่าวว่า ในส่วนของ พรรค พท.อภิปราย อยู่ในเกณฑ์น่าพอใจ เรานำเสนอความจำเป็นระยะยาว และปัญหาที่ต้องแก้ระยะสั้นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ แต่รู้สึกผิดหวัง มึนงงกับการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านเพียงเรื่องเดียวคือการแก้ไขระบบเลือกตั้งใช้บัตรสองใบของพรรคประชาธิปัตย์ นอกนั้นอีก 12 ร่างตกหมด
เรามีข้อสังเกตว่าการลงมติที่ผ่านไปน่าผิดหวังและมึนงงที่บอกว่าผิดหวังเพราะ 13 ร่างแก้ไขทีเสนอไป เราคิดว่าไม่น่าผ่านเพียงร่างเดียว ร่างแก้ไขดีๆ ที่อภิปรายกันสองวันว่าประชาชนจะได้ประโยชน์อะไร หรือเฉพาะนักการเมืองแก้แค่เพื่อตัวเอง ที่ ส.ว.อภิปรายสอบถามเรื่องนี้กันมาก
แต่พอเรื่องที่ทำเพื่อประโยชน์ประชาชน ส.ว.กลับตีตกหมด เช่น เรื่องสิทธิเสรีภาพประชาชน ระบบประกันสุขภาพ สาธารณสุข แม้แต่เรื่องรายได้พื้นฐานของประชาชนที่พรรคร่วมรัฐบาลเสนอ ดังนั้นเรื่องดีๆ ที่เกิดประโยชน์กับประชาชนโดยตรงตกหมด ซึ่งสวนทางกับคำอภิปรายที่ห่วงใยและเป็นกังวลมากว่าประชาชนจะไม่ได้อะไร ส่วนที่ได้เพียงร่างเดียวสมาชิกพูดย้ำกันเยอะมากว่าทำเพื่อนักการเมืองกลับผ่าน
ที่เรามึนงงมากอีกเรื่องโดยเฉพาะบัตรเลือกตั้งสองใบ มีการเสนอสอดคล้องทั้งหมดสามร่าง แต่ ส.ว.กละบไปลงมติเห็นชอบกับร่างของพรรคประชาธิปัตย์ ในขณะเดียวกันพรรคเพื่อไทยและพรรคพลังประชารัฐที่มีหลักการเดียวกัน กลับไม่ได้รับความเห็นชอบ เราถึงงงว่ามันขัดกันในเรื่องของวิธีคิดของเขาหรือเปล่า
นายสุทิน กล่าวต่อว่า ที่เขาไม่รับร่างของพรรคพลังประชารัฐเข้าใจได้ว่าอาจเป็นเพราะพ่วงม.144 และ 185 แต่หลักการของพรรคเพื่อไทยแยกชัด ท่านกลับไม่เลือกของเรา ต้องถามกลับว่าท่านใช้หลักการใดในการพิจารณา เอาเหตุผลหรือเห็นแก่หน้า เราเริ่มตั้งคำถามเหมือนกับสังคม ว่าถ้าแก้เรื่องบัตรสองใบของพรรคเพื่อไทย ถือว่าสมบูรณ์แบบที่สุด เราแก้กับมาตราต่างๆ ที่ยึดโยงเป็นพวง จบในคราวเดียวแต่กลับไม่รับ
เมื่อไปรับร่างของพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งพบว่ามี 7-8 ประเด็นที่ต้องไปพ่วงกับมาตราอื่นซึ่งก็ถามว่าจะจัดการได้ไหมในชั้นกรรมาธิการวาระสอง ซึ่งเป็นเรื่องไม่ง่ายที่เราจะไปแก้ในชั้นกรรมาธิการ และอีกข้อหนึ่งที่เราสงสัยมาก คือหลายร่างที่ฝ่ายประชาธิปไตยเรียกร้องต้องการมาก โดยเรามีร่างต่อต้านการรัฐประหาร เขียนไว้ละเอียดว่าห้ามรับรองผลการยึดอำนาจ ห้ามรับรองว่าคำสั่งเป็นกฎหมายโดยชอบ โทษจากการยึดอำนาจไม่มีอายุความ เราคาดหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนอย่างท่วมท้น
แต่กลับไม่ได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายประชาธิปไตยด้วยกัน แม้แต่เรื่องเดียวกันหลายพรรคไม่เห็นชอบแต่ครั้งนี้เห็นชอบ บางเรื่องคราวที่แล้วไม่เห็นชอบแต่คราวนี้เห็นชอบ ช่วงเวลาสองสามเดือนกลับเปลี่ยนแปลงความคิดและหลักการได้ สรุปแล้วการลงมติเมื่อวานทำให้ผิดหวังและมึนงง
“ที่น่าสังเกตว่าคือร่างที่สมบูรณ์ไม่เลือกรับ แต่กลับไปรับร่างที่ไม่สมบูรณ์ เจตนาใช้เป็นข้ออ้างเพื่อให้ถูกตีตกหรือไม่ เรายังทำใจไม่ได้กับร่างของพี่น้องประชาชนซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับ ส.ส.กลับตกหมด สวนทางกับคำอภิปรายที่บอกว่าห่วงใยประชาชนนักหนาซึ่งส่วนใหญ่ตกเพราะเสียงของ ส.ว.ที่ไม่รับหลักการ ขณะที่พรรคเพื่อไทยเปิดกว้างใจกว้างรับทุกร่าง เพราะเห็นว่าเป็นประโยชน์ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง แต่สมาชิกอีกสภาฯ หนึ่งกลับไม่ลงคะแนนให้เพราะไม่ชอบหน้าพวกเราหรือเปล่า” นายสุทิน กล่าว
ด้าน นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ผลสรุปจากการพิจารณาทั้ง 13 ร่าง จะเห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปไม่ได้เลย แม้ว่าจะมีร่างแก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบเลือกตั้งที่เสนอโดยพรรคประชาธิปัตย์ผ่านในวาระรับหลักการ ที่พูดเช่นนี้ชัดเจนว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เขาออกแบบมาไม่ให้แก้และเพื่อสืบทอดอำนาจต่อไป และที่บอกว่าแก้ไม่ได้เลย เพราะร่างที่เกี่ยวกับระบบเลือกตั้งของพรรคประชาธิปัตย์ ปัญหาจะเกิดขึ้นเยอะมาก หากเปรียบเทียบกับร่างของพรรคเพื่อไทยและพลังประชารัฐ ที่แก้ไขให้ครอบคลุมหลักการใหญ่
ทั้งการนับคะแนน คิดคำนวณคะแนน รวมถึงการเลือกตั้งซ่อม ทุกอย่างเขียนรองรับไว้ หมดพรรคเพื่อไทยเขียนไว้เยอะมากแต่ร่างของพรรคประชาธิปัตย์มีปัญหาพอสมควร เมื่อแก้ไขแล้วและพิจารณาในวาระสอง มีการแปรญัตติหรือแก้ไขเพิ่มเติมออกมา แต่ยังมีรัฐธรรมนูญหลายมาตราที่เกี่ยวข้องกับการใช้บัตรใบเดียวยังคงอยู่ เช่น มาตรา 93 ก็จะเป็นปัญหา นึกได้เลยว่าเป็นการรับแบบแก้หน้าไปก่อน ไม่หักหาญน้ำใจเลยหันไปหาร่างประชาธิปัตย์ แต่เมื่อผ่านวาระสองและจะลงมติในวาระสาม จะเกิดการถกเถียงกันมากว่าใช้บังคับไม่ได้ ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ แล้วจะถูกคว่ำในวาระสาม
“ร่างดีๆหลายร่างถูกปฏิเสธโดยเฉพาะร่างที่เกี่ยวข้องกับสิทธิเสรีภาพ และ ทวงคืนอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติในการตรวจสอบถ่วงดุล ซึ่งพรรค พท.เขียนไว้ในร่างที่สอง เพราะรัฐธรรมนูญ 60 ลดทอนอำนาจตรวจสอบถ่วงดุล เราไม่สามารถเรียกบุคคลหรือเอกสารเข้ามาตรวจสอบได้เลย เพราะไปตีความว่าขัดรัฐธรรมนูญ 60 โดยสรุปเราปรารถนาแก้ทั้งฉบับ สิ่งที่เราต้องการเดินต่อคือการผลักดันเข้าสู่ประชามติให้ได้ เมื่อมีโอกาสจะยื่นแก้รายมาตราต่อไป เราจะสู้ให้ถึงที่สุด” นพ.ชลน่าน กล่าว