ก้าวไกลแฉยับ เอกสารกองทัพ ใช้อภิสิทธิ์ขอโควตาวัคซีน ฉีดกำลังพล-ครอบครัว เผยตัวเลขทหารติดโควิดอื้อ พร้อมถามหาความเป็นธรรม

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.64 นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. และโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ในฐานะที่ติดตามนโยบายการปฏิรูปกองทัพและการเกณฑ์ทหาร พบในเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา มีกำลังพลทหาร ครอบครัว และพลเรือนที่เกี่ยวข้องติดโควิด-19 ไปแล้วกว่า 984 ราย ต้องเข้ากักกันโรคกว่า 22,370 ราย ส่วนในเดือนพ.ค. พบกำลังพล ครอบครัว และพลเรือนที่เกี่ยวข้องติดเชื้อโควิด 136 ราย เข้ากักกันโรคกว่า 2,215 ราย เดือนมิ.ย.พบติดเชื้อ 271 ราย ต้องเข้ากักกันโรคอีก 5,190 ราย

นี่คือตัวเลข อย่างน้อยที่มีการรายงานอย่างเป็นทางการในระบบของกองทัพบกเท่านั้น ขณะเดียวกันกองทัพบกยังเดินหน้ากระบวนการเกณฑ์ทหาร โดยผลัด 1/2564 จะเข้ากรมกองในวันที่ 1 ก.ค.เป็นต้นไป โดยส่งหนังสือขอโควตาวัคซีนไปยังกรมควบคุมโรค อย่างน้อย 60,000 โดส สำหรับทหารเกณฑ์และกำลังพลที่เกี่ยวข้อง

นายณัฐชา กล่าวต่อว่า หากกองทัพเห็นหัวประชาชนและไม่อยากเพิ่มภาระให้ระบบสาธารณสุขจริง ควรจะหยุดกระบวนการเกณฑ์ทหารก่อน อย่างน้อยก็รอจนกว่าการระบาดจะจบลง เพราะปัจจุบันแม้ยังไม่เกณฑ์ทหารผลัดใหม่ก็ยังมีกำลังพลของกองทัพติดและกักตัวอยู่จำนวนไม่น้อย หากมีการเกณฑ์ทหารเพื่อรวมกลุ่มกันเกรงว่าจะกลายเป็นคลัสเตอร์ใหม่ ยังไม่นับถึงความเหมาะสมที่ทางการจะต้องแบ่งวัคซีน 60,000 โดสไปฉีดให้ทหารเกณฑ์และกำลังพลที่เกี่ยวข้อง แม้ยังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนเท่าบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้า หรือผู้สูงอายุ ผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเสี่ยงสูง ที่ถูกเทนัดฉีดวัคซีน และยังมีสัดส่วนการฉีดน้อยมาก

“อยากให้กองทัพเห็นหัวและเคารพประชาชนบ้าง หรืออย่างน้อยที่สุดอย่าก่อเรื่องจนกลายเป็นคลัสเตอร์ใหม่ อะไรเลี่ยงได้ก็เลี่ยง อะไรหยุดก่อนได้ก็ควรหยุด ไม่เช่นนั้นก็รอดูได้เลยคงจะกลายเป็นคลัสเตอร์ไม่ต่างกับเรือนจำหรือแคมป์คนงานก่อสร้าง ทั้งที่หลีกเลี่ยงได้แต่ไม่ยอมทำ ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 มิ.ย. มีรายงานว่าพบว่าค่ายภาณุรังษี กองทัพภาคที่ 1 กำลังพลหลักสูตรนายสิบทหารกองหนุน ติดเชื้อ 73 คน จาก 161 คน และทั้งเดือนมิ.ย.รพ.ค่ายภาณุรังษีพบติดเชื้อไปกว่า 107 คน จนต้องกักตัวคนที่เกี่ยวข้องอีกนับร้อยนับพัน

ถ้าใช้มาตรฐานเดียวกันในการสั่งปิดร้านอาหารไม่ให้นั่งทานในร้าน หรือสั่งปิดแคมป์คนงาน สั่งปิดธุรกิจกลางคืน ค่ายทหารเป็นอีกที่หนึ่งที่มีการระบาด แต่รัฐบาลไม่ได้สั่งปิดหรือเลื่อนออกไปก่อน อยากถามว่าความเป็นธรรมเสมอภาคอยู่ตรงไหน กองทัพจะทำตัวเป็นแดนสนธยา เป็นดินแดนลึกลับได้รับการยกเว้นเสมอใช่หรือไม่ มิหนำซ้ำกำลังจะนำทหารเกณฑ์เข้าไปเพิ่มอีก แถมยังตัดโควตาวัคซีนไปอีกอย่างน้อย 6 หมื่นโดส ทั้งที่ยังมีประชาชนและบุคลากรสาธารณสุขยังขาดวัคซีนอีกมาก จึงอยากถามหาความเป็นธรรมหรือความโปร่งใสในจุดนี้ด้วย” นายณัฐชา กล่าว

นายณัฐชา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีเรื่องกองทัพบกในภาพใหญ่ ที่มีการรวมรวบรายชื่อกำลังพลที่จะฉีดวัคซีนและขอเป็นโควตาจากรัฐบาลอีกด้วย โดยในเอกสารพบมีการใช้คำว่า “ข้อมูลในการจองคิวและรับวัคซีนป้องปันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Whitelist) ของกำลังพลและครอบครัว พร้อมบริวารที่พักอาศัยในบ้านพักของทางราชการ…” จึงอยากถามว่าความเป็นธรรมอยู่ตรงไหน ทำไมประชาชนทั่วไปถึงถูกเทวัคซีน แต่บุคลากรและบริวารของกำลังพลในกองทัพบก จึงมีอภิสิทธิ์สามารถขอคิววัคซีนในลักษณะนี้ได้

นอกจากนี้ในเอกสารดังกล่าวยังพบว่ามีการแบ่งตามลำดับความเร่งด่วนในการฉีดวัคซีน พบชื่อบางหน่วยงานจนทำให้เกิดคำถามว่าสมควรหรือไม่ เช่น นักเรียนทหาร และโรงเรียนนายร้อย จปร. ซึ่งสถานะที่แท้จริงแล้วก็ไม่ต่างจากครูอาจารย์และนักเรียนนักศึกษาในสถานศึกษาทั่วไปที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนเช่นกัน แต่นักเรียนทหารเหล่านี้กลับมีโอกาสจองคิวไปแล้ว ส่วนบางลำดับก็ซ้ำซ้อนกับระบบหมอพร้อม เช่น กำลังพลที่เกษียณอายุในวันที่ 1 ต.ค. ซึ่งคือผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี อยู่แล้ว หรือ กำลังพลกลุ่มเสี่ยง 7 โรค ซึ่งก็เป็นกลุ่มที่รัฐบาลประกาศให้ฉีดเร่งด่วนอยู่แล้ว ทำไมต้องจัดโควตาให้เฉพาะ ไม่รวมกับระบบปกติของประชาชนทั้งประเทศ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน