บก.ลายจุด แนะทางม็อบ ต่อรองอำนาจ ยก ‘ทอม แอนด์ เจอร์รี่’ โยกให้หัวหมุน-แหย่ และวิ่งหนี ชี้ ไป “บ้านประยุทธ์” ไม่ได้ทำให้นายกรัฐมนตรี ลาออกจากตำแหน่ง
เมื่อวันที่ (12 ส.ค.) สมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ผู้ริเริ่มกิจกรรมคาร์ม็อบ “สมบัติทัวร์” ได้โพสต์ภาพตัวการ์ตูน “ทอม แอนด์ เจอร์รี่” พร้อมข้อความแนะแนวทางขบวนการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในเชิงเปรียบเทียบ ความว่า
ทอมแอนด์เจอร์รี่ คน Gen-X อย่างผม เติบโตมากับการ์ตูน ทอมแอนด์เจอร์รี่ โดยธรรมชาติ ทอมซึ่งเป็นแมวตัวใหญ่กว่า ย่อมเป็นผู้ไล่ล่าหนูเจอร์รี่ แต่ด้วยเจอร์รี่รู้ดีว่าตนเป็นผู้ที่อ่อนแอกว่า การต่อสู้ของเจอร์รี่จึงเป็นการแหย่และวิ่งหนี
แต่แม้ไม่ต้องแหย่ เพียงแค่หนูเจอร์รี่เดินไปเดินมาในบ้านได้ ก็ทำให้แมวทอมหัวเสียได้เช่นกัน ดังนั้น เกมนี้จึงเล่นกันในแบบที่ว่า หนูเจอร์รี่จัดกิจกรรมม็อบ ไม่ไปยืนปะทะกับแนวกั้น หรือที่นอนของทอม เจอร์รี่เพียงแค่วิ่งเล่นอยู่ในบ้าน วิ่งไปวิ่งมา พอทอมเห็นและวิ่งตาม เจอร์รี่ก็แค่หนีและมุดเข้ารู แล้วไปโผล่ที่โน่นที่นี่ โยกให้ทอมหัวหมุนและเสียศูนย์
การดำรงอยู่และรักษาพื้นที่วิ่งเล่นของหนูเจอร์รี่ จึงเป็นการแสดงอำนาจต่อรอง แม้ทอมจะวิ่งไล่ ก็วิ่งตามไม่ทัน เพียงแค่เจอร์รี่อย่าประมาท แค่นี้ก็สนุกแล้ว ในทางการเมือง คนดูเชียร์หนูเจอร์รี่ เพราะเป็นคนที่อ่อนแอกว่า ชนะใจมวลชนให้ได้ ถ้าคนดูเชียร์แมวเมื่อไหร่เราแพ้ ต่อมา สมบัติ ยังได้โพสต์ข้อความเพิ่มเติม ระบุ “อยากขับรถทัวร์มา Car Mob 15 ส.ค.นี้”
ล่าสุด เมื่อเวลา 21.41 น. นายสมบัติด้โพสต์ข้อความ เล่าประสบการณ์การต่อสู้ทางการเมือง ตั้งแต่สมัยการชุมนุมคนเสื้อแดง ระบุว่า ถ้ากลัวก็ถอยออกไป
#สามเหลี่ยมดินแดง ช่วงที่ทหารสลายการชุมนุมปี 53 มีประชาชนโดนยิงเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ผมเป็นคนไปตั้งเวทีย่อยที่เวทีสามเหลี่ยมดินแดง ระหว่างที่ปราศรัยบนรถหกล้อ ผมเห็นคนโดนยิงโดนแบกออกมาเป็นระยะ เกือบทุกครั้งผมมองขึ้นไปบนตึกสูง ถามตัวเองว่าจะโดนสไนเปอร์ยิงมาจากด้านบนที่ใดที่หนึ่งหรือเปล่า
#หลังยุติการชุมนุม ปี 53 หนึ่งวัน ผมนัดชุมนุมต่อที่ใต้ด่วนรามอินทรา สุดท้ายโดยทหารตำรวจขี่มอเตอร์ไซค์ถือปืนยาวมาสลายการชุมนุม แต่ก็วิ่งหนีมาได้
#ผูกผ้าแดง คนไทยเวลานั้นแทบไม่มีใครสวมเสื้อสีแดง แม้กระทั่งคนเสื้อแดง วันหนึ่งผมตัดสินใจไปผูกผ้าแดงที่ป้ายราชประสงค์คนเดียว ผมยืนอยู่บน Skywalk มองมาข้างล่างมีตำรวจอยู่สิบกว่าคน ผมตัดสินใจเดินไปผูกผ้าที่ป้าย ตำรวจเข้ามาประชิดตัว ผมบอกว่าขอผมถูกผ้าเสร็จก่อนแล้วผมยินดีให้โดนจับ ผมขอบคุณตำรวจคนนั้นมากที่ยอมรับเงื่อนไขของผม
#หลังรัฐประหาร ตำรวจและทหารประมาณ 20 คนบุกเข้าไปที่บ้านพัก เอาปืนส่องมาที่หัวผมเกือบทุกคนตอนผมเปิดประตูห้องนอน
ที่เล่ามานี้ไม่ได้บอกว่าไม่กลัว แต่ถ้ามันจำเป็นหรือคิดว่าคุ้มค่าก็จะทำ คนที่ยืนอยู่ข้างหน้าทุกคนรู้สึกเช่นนี้ คำถามจึงไม่ได้อยู่ตรงที่กลัวหรือกล้าหรือเปล่า มันอยู่ตรงที่เราประเมินแล้วว่ามันคุ้มค่าหรือไม่ นี่เฉพาะชีวิตของเราคนเดียว ไม่รวมชีวิตของผู้คนที่อยู่รอบตัวเราหรือมวลชนที่ตามเราออกมา ความรับผิดชอบเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผู้นำต้องแบกรับ
ดังนั้น เวลามีคนด่าผมว่าผมปอดแหก ขี้กลัว เป็นพวกโลกสวย เลี้ยงไข้ ผมขอใช้ข้อความข้างบนนี้อธิบายข้อกล่าวหาเหล่านั้น ผมเรียนรู้ว่านอกจากจิตใจที่ต้องกล้าหาญแล้วเราต้องใช้สติปัญญาในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง การไปยืนอยู่หน้าบ้านของประยุทธไม่ได้ทำให้ประยุทธลาออก แต่การที่ประชาชนออกมาตะโกนไล่ประยุทธทุกหนแห่งต่างหากที่จะทำให้ประยุทธต้องลงจากอำนาจ