สธ. ชงครม.ของบมัดจำ วัคซีนไฟเซอร์ 20 ล้านโดส จ่อซื้อเพิ่มอีก 10 ล้านโดส ศปก.ศบค.รายงานแนวทางผ่อนคลายมาตรการในพื้นที่แดงเข้ม ก่อนบังคับใช้ 18 ส.ค.นี้
วันที่ 17 ส.ค. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ห้อง PMOC ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์
สำหรับวาระการประชุม ครม.ที่น่าสนใจคาดว่า พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) จะรายงานผลการประชุม ศบค.เมื่อวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา ถึงแนวทางการผ่อนคลายมาตรการในพื้นที่สีแดงเข้มซึ่งจะมีผลบังคับใช้วันที่ 18 ส.ค.นี้ รวมถึงการบริหารจัดการเตียงและวัคซีน ต่อที่ประชุมครม.รับทราบ
นอกจากนี้กระทรวงสาธารณสุข จะเสนอขออนุมัติงบประมาณจ่ายมัดจำวัคซีนไฟเซอร์จำนวน 20 ล้านโดส ซึ่งคาดการณ์ว่าจะส่งมาในไทยในช่วงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนก.ย. โดยอยู่ในขั้นตอนของการดำเนินการตามสัญญา พร้อมกับเสนอจะซื้อวัคซีนไฟเซอร์อีก 10 ล้านโดส หลังจากที่ประชุมศบค.วานนี้อนุมัติการจัดหาเพิ่มเติม
ขณะเดียวกันจะเสนอให้ครม. เห็นชอบการช่วยเหลือด้านอุปกรณ์ทางการแพทย์และสาธารณสุขจากต่างประเทศ โดยมีการแลกวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า ระหว่างรัฐบาล ภูฏานและรัฐบาลไทย ประมาณ 150,000 โดส โดยจะต้องมีการ Swap วัคซีน ซึ่งต้องมีการคืนวัคซีน โดยไทยจะรับผิดชอบในค่าใช้จ่ายเรื่องของการขนส่ง ภาษีนำเข้าส่งออกและค่าธรรมเนียมต่างๆ โดยให้กองทัพอากาศเป็นผู้สนับสนุนการขนส่งวัคซีน
นอกจากนี้ยังมีการรับบริจาคยา monoclonal antibody รักษาในกลุ่มผู้ป่วยหนักมาก จากกระทรวงสาธารณสุขประเทศเยอรมัน ประมาณ 1-2 พันชุด ซึ่งจะช่วยลดผู้ป่วยหนักและเสียชีวิตได้ถึงร้อยละ 50-70 โดยจะเสนอใช้ทดลองในไทย และขึ้นทะเบียนกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว