“ศิริกัญญา” แฉรัฐบาลอนุมัติงบกลางแก้โควิด ให้โครงการปาล์มน้ำมัน- โครงการสร้างรายได้อาชีพประมง ซ้ำ ไฟเขียว 1.6 พันล้าน ให้กห.สร้างสถานกักตัว
เมื่อเวลา 12.45 น. วันที่ 18 ส.ค.64 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม พิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ 65 มาตรา 6 งบกลาง จำนวน 587,409 ล้านบาท
โดย น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และกมธ.งบฯ อภิปรายสงวนความเห็น ขอตัดงบกลาง จำนวน 2 หมื่นล้านบาท โดยระบุว่า ปีนี้มีการเพิ่มงบประมาณให้งบกลางอีก จำนวน 1.63 หมื่นล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่าย และบรรเทาสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด – 19 ทั้งที่ความจริงได้ตั้งเงินสำรองจ่ายเพื่อฉุกเฉินและความจำเป็นอยู่แล้ว จำนวน 8.9 หมื่นล้านบาท ซึ่งตนคิดว่าน่าจะมากเกินพอแล้ว
เพราะที่ผ่านมา สภาฯเพิ่งอนุมัติพ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท เพื่อการแก้ปัญหาโควิดโดยเฉพาะไปแล้ว ดังนั้น เงินไม่พอจึงไม่ใช่ปัญหาสำคัญ แต่ปัญหา คือ การใช้งบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม งบกลางที่ให้อำนาจโดยตรงกับนายกรัฐมนตรีนั้น ตรวจสอบได้ยาก
ตนขอข้อมูลไป ก็ได้ข้อมูลการเบิกจ่ายจากสำนักงานงบประมาณของรัฐสภา ถึงเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมาเท่านั้น โดยงบประมาณเพื่อบรรเทาโควิด 9 เดือนที่ผานมา เบิกจ่ายได้เพียง 23% ส่วนงบกลางเพื่อสำรองใช้ยามจำเป็น เพิ่งเบิกจ่ายได้ 3% หรือ 2,743 ล้านบาท
ข้องใจ ไฟเขียว 1.6 พันล้าน ให้กลาโหมสร้างสถานกักตัว
“งบกลางเพื่อใช้บรรเทาโควิดนั้น ถ้าเป็นโครงการใหญ่จะอนุมัติโดยตรงจากมติครม. ซึ่งมีโครงการที่น่าสงสัย เช่น การอนุมัติงบประมาณให้สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เพื่อทำสถานที่กักตัวของรัฐ จำนวน 1,613 ล้านบาท เรื่องนี้ไม่น่าจะใช่ความเชี่ยวชาญของกระทรวงกลาโหม
นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่ไม่เข้าใจว่าเกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาโควิดอย่างไร เช่น โครงการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันสู่โอลีโอเคมิคอล แบบครบวงจร จำนวน 22 ล้านบาท โครงการสร้างรายได้จากอาชีพประมง แหล่งน้ำชุมชน สำนักงานประมง จ.นครราชสีมา 1,147 ล้านบาท
ค่าทำพัฒนาเนินทรายงาม ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศตามเส้นทางท่องเที่ยว 19 ล้านบาท ถามว่าโครงการเหล่านี้เป็นการแก้ไขโควิดอย่างไร” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวอีกว่า เมื่อสืบค้นยังพบว่าโครงการเหล่านี้นำเสนอไปยังคณะกรรมการกลั่นกรองเงินกู้ ตามพ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท เมื่อวันที่ 31 ต.ค.63 มติที่ประชุมเห็นชอบโครงการดังกล่าว แต่เมื่อเสนอเรื่องต่อครม. ได้มีความเห็นของสำนักงบประมาณให้ใช้แหล่งเงินอื่น โดยให้ใช้งบกลาง ในรายการค่าใช้จ่ายบรรเทาและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19
และยังมีโครงการระดับจังหวัด อีก 86 โครงการ ที่กำลังอยู่ระหว่างการเสนอด้วย ถามว่าการกระทำเช่นนี้จะยิ่งไม่สับสนหรือ รัฐบาลเคยบอกว่าเงินกู้จะไม่ใช้ซ้ำซ้อนกับเงินที่เป็นงบประมาณแผ่นดิน การอนุมัติเช่นนี้ ทำถูกต้องแล้วใช่หรือไม่
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวด้วยว่า ในส่วนของเงินสำรองใช้จ่ายในยามฉุกเฉินจำเป็น ตนยังพบว่ามีโครงการ ซ่อมสร้างถนน มากถึง 180 โครงการ โครงการเกี่ยวกับแหล่งน้ำประปาอีก 250 โครงการ ถามว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนอย่างไร ดังนั้น การที่สภาฯกำลังจะเพิ่มงบประมาณให้งบกลางอีก 1.63 หมื่นล้านบาท จะยิ่งมีพื้นที่มากพอให้ทำโครงการอะไรก็ได้ที่อยู่ในอำนาจเห็นชอบของนายกฯใช่หรือไม่ แบบนี้คือการเซ็นต์เช็คเปล่าใช่หรือไม่
เพื่อไทย ติดใจเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน
ต่อมา เวลา 13.45 น. นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า งบกลาง 5.7 แสนล้านบาท ตนติดใจรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 8.9 หมื่นล้านบาท ว่าเป็นการตั้งงบไว้สูงเกินจำเป็น และตรวจสอบได้ยาก เหมือนตีเช็คเปล่าให้นายกฯ ซึ่งควรนำงบส่วนนี้กระจายไปยังหน่วยงานต่างๆที่มีความจำเป็น
เช่น กระทรวงสาธารณสุข เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในพื้นที่ต่างจังหวัด หลังจากประชาชนออกจากพื้นที่กทม. แล้วกลับไปยังภูมิลำเนา ทำให้อุปกรณ์ทางการแพทย์ไม่เพียงพอ ถ้างบที่ถูกปรับลดนำไปใช้ประโยชน์กับกระทรวงสาธารณสุขจะเป็นประโยชน์กว่า ทั้งนี้ เราประมาทเกินไปในการดูแลบุคลากรด่านหน้า ตนจึงยืนยันขอ ตัดงบกลางลง 5% เพื่อนำไปใช้ด้านสาธารณสุขจะเหมาะสมกว่า