ก้าวไกล จับตารัฐบาล จ่อสอดไส้นิรโทษเหมาเข่งเข้าครม. อัด ประยุทธ์ ปากบอกเศร้าใจคนเสียชีวิตจากโควิด แทนที่จะออกกม.ชดเชย กลับรักตัวกลัวต้องรับผิดชอบ
เมื่อวันที่ 23 ส.ค.64 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ในวันที่ 24 ส.ค. มีประเด็นต้องจับตาการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า จะนำร่างแก้ไขพ.ร.บ.โรคติดต่อ ที่มีเนื้อหานิรโทษกรรมเหมาเข่งล่วงหน้าให้ฝ่ายบริหารและคณะบุคคลที่มีหน้าที่ตัดสินใจเชิงนโยบาย เกี่ยวกับการจัดหาวัคซีน จัดฉีดวัคซีน การควบคุมโรค การตรวจเชิงรุกเพื่อสกัดกั้นการระบาด การจัดหายาเวชภัณฑ์และอุปกรณ์การแพทย์ การเตรียมความพร้อมระบบสาธารณสุข การจัดการเรื่องเตียง การส่งต่อผู้ป่วย และการดูแลรักษาผู้ป่วยหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นสำคัญคือจะมีการนิรโทษกรรมล่วงหน้าให้กับ ศบค.ในนั้นด้วยหรือไม่
นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า ต้องย้ำว่าหากกฎหมายนิรโทษกรรมเหมาเข่งล่วงหน้าผ่านไปได้ ผู้ที่อาจจะได้รับความเสียหายที่สุดคือ ประชาชนทุกคน ประชาชนที่ถูกเลื่อนฉีดวัคซีนจนต้องมาติดโควิดและเสียชีวิต ผู้ติดเชื้อที่เสียชีวิตเพราะระบบการจัดหาเตียงของรัฐล้มเหลว เข้าถึงยาฟาวิพิราเวียร์อย่างล่าช้า ที่สำคัญประชาชนที่ต้องสูญเสียพ่อแม่ พี่น้อง และคนที่เขารัก ที่ไม่มีแม้โอกาสที่จะได้สั่งเสียดูใจกันเป็นครั้งสุดท้าย แม้แต่จะขอเปิดฝาโลงขอดูหน้าเป็นครั้งสุดท้ายก็ยังไม่ได้ แม่ที่ตั้งครรภ์ที่ต้องตายไปพร้อมกับลูกในท้อง ที่ไม่ได้รับโอกาสแม้กระทั่งการลืมตาขึ้นมาดูโลก เพราะไม่ได้รับยาเรมเดสซีเวียร์ตามแนวปฏิบัติ
“บุคลากรการแพทย์และเจ้าหน้าที่ด่านหน้า ประชาชนที่ต้องสูญเสียชีวิตจากการฉีดวัคซีนที่ไม่มีประสิทธิภาพป้องกันเชื้อกลายพันธุ์ ประชาชนที่ได้รับผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนแบบสลับ ซึ่งยังไม่มีงานศึกษาวิจัยในระดับสากล เพื่อยืนยันความปลอดภัยที่มากเพียงพอ เด็กที่ต้องเป็นกำพร้าต้องสูญเสียพ่อแม่จากโควิด เจ้าของธุรกิจเล็กๆ พ่อค้าแม่ขายที่ต้องสิ้นเนื้อประดาตัว หนี้สินล้นพ้นตัว เพราะความล้มเหลวและการปล่อยปละละเลยในการควบคุมการระบาดของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นกรณีบ่อนการพนัน การลักลอบเปิดสถานบันเทิงผิดกฎหมาย การลักลอบค้าแรงงานต่างชาติ การประกาศปิดไซต์งานก่อสร้างล่วงหน้า จนเกิดการเคลื่อนย้ายของประชากรจากกทม. ออกไปยังทุกจังหวัดทั่วประเทศ ประชาชนเหล่านี้อาจไม่สามารถฟ้องเพื่อเรียกร้องค่าชดเชย เยียวยา เพื่อขอความเป็นธรรมจากรัฐได้เลย” นายวิโรจน์ กล่าวและว่า
รัฐบาลควรเลิกนำบุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่ด่านหน้ามาอ้างได้แล้ว เพราะพวกเขาต่างมีกฎหมายปกป้องการปฏิบัติหน้าที่ของเขาอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ.ประกอบวิชาชีพเวชกรรม พ.ร.บ.การแพทย์ฉุกเฉิน และพ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ เพียงแต่กฎหมายเหล่านี้ไม่ได้คุ้มครอง ศบค. และคณะบุคคลบนหอคอยงาช้างเท่านั้น
“เมื่อวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็พูดเองว่ารู้สึกเจ็บปวดและเศร้าใจทุกครั้งที่ได้อ่านข่าวผู้เสียชีวิตจากโควิด แทนที่จะออกกฎหมายเพื่อชดเชย เยียวยาพวกเขา เพื่อดูแลเลี้ยงดูเด็กๆ ที่ต้องมาเป็นกำพร้า กลับรักตัวกลัวที่จะต้องรับผิดชอบ ถึงกับต้องออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้ตัวเองและพวกล่วงหน้าเชียวหรือ วันพรุ่งนี้ (24 ส.ค.) ประชาชนทุกคน สายตาทุกคู่ต้องจับตาดู ว่ารัฐบาลนี้จะกล้าออกกฎหมายนิรโทษกรรมเหมาเข่งล่วงหน้าให้ตัวเองและพวกหรือไม่” นายวิโรจน์ กล่าว