‘จิราพร’ จี้ ‘ประยุทธ์-อนุทิน’ โชว์หลักฐานปมเงินทอนวัคซีน เหน็บ ยุค ‘ตู่’ สัปเหร่อทำงานหนักกว่านายกฯ อธิษฐานผู้ตายจากโควิดชาติหน้าอย่าเกิดในยุคผู้นำโง่
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 2 ก.ย. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล เป็นวันที่ 3 มี นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม
น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย อภิปรายเป็นคนแรกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม บริหารสถานการณ์โควิดล้มเหลว พาประเทศถึงจุดวิกฤต
วันก่อน พล.อ.ประยุทธ์ บอกมีสมองน้อยนิด แต่ฉลาดนิดนึงคือ เรื่องใดมีข้อมูลน้อยนิดจะให้ข้าราชการมาพูดแทน แล้วใช้การสวดมนต์มาบังหน้า เคยได้ยินคำว่ามือถือสาก ปากถือศีลหรือไม่ สิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องตอบ คือ
1.คณะกรรมการกลั่นกรองเงินกู้มีมติให้ซื้อวัคซีนที่มีประสิทธิภาพควบคู่ไปอย่างเคร่งครัด หมายความว่า ต้องซื้อมากกว่า 1 ยี่ห้อ แต่คณะรัฐมนตรีกลับมีมติซื้อซิโนแวคอย่างเดียว และที่ผ่านมาสื่อของสหรัฐเคยเสนอข่าวบริษัท ซิโนแวค เคยติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐ นี่คือเหตุผลที่ไม่ซื้อวัคซีนยี่ห้ออื่นหรือไม่
2.ข้อสงสัยเงินทอนวัคซีนซิโนแวค 5 ครั้ง ซื้อโดสละ 17 เหรียญสหรัฐ 10.9 ล้านโดส อ้างเป็นการจัดซื้อเฉพาะครั้งแรก แต่ครั้งต่อๆไปราคาจัดซื้อลดลง ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง เหตุใดการจัดซื้อครั้งที่ 2-5 ครม.ยังอนุมัติเงินจัดซื้อราคา 17 เหรียญสหรัฐต่อโดสเหมือนเดิม
หลักการถ้าซื้อราคาใดต้องอนุมัติเงินราคานั้น ไม่ใช่ขอเผื่อไว้ จะไม่ให้สงสัยได้อย่างไรว่ามีเงินทอนจากที่ครม.อนุมัติเงินเกินจริง 1.6 พันล้านบาท
เพื่อยืนยันความโปร่งใสขอให้นำเอกสารมาชี้แจงคือ หลักฐานการจ่ายเงินที่กรมควบคุมโรคจ่ายให้องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ไปซื้อวัคซีน และเอกสารการจ่ายเงินที่ อภ. จ่ายค่าวัคซีนให้บริษัท ซิโนแวค มาแสดงในทุกครั้ง
อย่าอ้างเปิดเผยไม่ได้เพราะเป็นภาษีประชาชน ไม่ใช่สัญญาระหว่างประเทศ การอ้างเงินส่วนที่เหลือจะส่งคืนคลังนั้น ตอบง่ายเกินไป ต้องเอาหลักฐานมาแสดง มิเช่นนั้นไม่มีใครเชื่อ วันนี้เจ้าของภาษีอยากรู้มีเงินทอนหรือไม่
ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ หรือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข ตอบไม่ชัดเจน แสดงว่าค้าความตาย หากินบนซากศพประชาชน รอพรรคเพื่อไทยยื่นดำเนินคดีได้เลย
ส่วนการซื้อวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า เป็นการคาดการณ์ผิดพลาดมหันต์ ไม่รู้หรือว่าสภาพบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ กำลังขาดทุน ไม่มีประสบการณ์วัคซีน ทำไมกล้าเอาเงินภาษีไปฝากความหวังบริษัทนี้
“ภาวะประเทศไทยขณะนี้ สัปเหร่อทำงานหนักกว่านายกฯ ประชาชนต้องรอตรวจ รอเตียง รอตายกลางถนน จนเตาเผาศพพัง แต่รัฐบาลยังอยู่ได้ จริงๆ เตาเผาศพต้องยังอยู่ แต่รัฐบาลต้องไป คนจำนวนมากไม่ได้ตายเพราะโรคระบาด แต่ตายเพราะความไม่ฉลาดของผู้นำ
ขอไว้อาลัยให้ผู้เสียชีวิตจากโควิด ชาติหน้ามีจริงฉันใดขอให้ท่านเหล่านี้อย่ามาเกิดในยุครัฐประหาร ยุคพล.อ.ประยุทธ์ ยุคผู้นำโอหังคลั่งอำนาจ ยุคผู้นำค้าความตาย และอย่ามาเกิดยุคผู้นำโง่เราจะตายกันหมด” น.ส.จิราพร กล่าว