‘เรืองไกร’ ร้อง ป.ป.ช.สอบ ‘วิสาร’ ปมปูด ‘บิ๊กตู่’ แจกเงินส.ส.คนละ 5 ล้าน เผยะจะส่งหนังสือถึง ป.ป.ช. ในวันที่ 6 ก.ย.นี้ จี้ต้องรีบเข้ามาไต่สวนโดยเร็ว

เมื่อวันที่ 5 ก.ย.64 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต ส.ว. กล่าวว่า ตามที่ นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส. เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวหาในลักษณะยืนยันข้อเท็จจริงว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ จ่ายเงินให้ ส.ส.หัวละ 5 ล้านบาท ที่อาคารรัฐสภา ชั้น 3 เมื่อวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมานั้น คำกล่าวหาดังกล่าวพูดถึงการกระทำที่เกิดขึ้นนอกห้องประชุมสภาฯ แม้ผู้พูดจะอยู่ในห้องประชุม แต่น่าจะไม่ได้รับความคุ้มครองรัฐธรรมนูญมาตรา 124 วรรคหนึ่ง เพราะอาจเป็นการพูดใส่ร้ายที่ขัดต่อข้อบังคับการประชุม ข้อ 69 วรรคสอง ตามมาตรฐานทางจริยธรรม ที่ใช้กับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จึงมีข้อกำหนดไว้หลายข้อ

ซึ่งหากมีข้อเท็จจริงตามที่นายวิสารกล่าวหา เรื่องนี้จะเป็นความผิดทางอาญาตามมาได้ ทั้งตัวนายกฯ ผู้ถูกกล่าวหาว่าให้เงิน และตัว ส.ส.ที่ถูกกล่าวหาว่ารับเงิน คนละ 5 ล้านบาท เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องใหญ่ที่จะพูดโดยไม่รับผิดชอบโดยอ้างเอกสิทธิ์หาได้ไม่ เพราะกระทบความน่าเชื่อถือทั้งฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงตามมาได้

นายเรืองไกร กล่าวต่อว่า เรื่องนี้ย่อมมีผลกระทบและเสียหายมาก หากไม่มีการไต่สวนให้ได้ข้อเท็จจริง ซึ่งแม้แต่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ยังต้องรีบตั้งคณะกรรมการมาตรวจสอบข้อกล่าวหาของนายวิสาร หากพิจารณาคำกล่าวหาของนายวิสารแล้ว จะเห็นได้ว่าองค์กรที่มีหน้าที่และอำนาจไต่สวนเรื่องนี้ คือ ป.ป.ช. เพราะคำกล่าวหาดังกล่าวมีทั้ง พ.ร.ป.ปปช. และมาตรฐานทางจริยธรรมเข้ามาเกี่ยวข้อง

ในเบื้องต้นเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างน้อย 3 ข้อ คือ 1.หากคำกล่าวหาของนายวิสารไม่เป็นความจริง มีการบิดเบือนใส่ร้าย อาจผิดมาตรฐานทางจริยธรรม ข้อ 15 และหาก ป.ป.ช.เห็นว่าเป็นกรณีร้ายแรง ย่อมชี้มูลความผิด และส่งเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิจารณาพิพากษาได้

2.หากนายกฯ จ่ายเงินให้ ส.ส.คนละ 5 ล้านบาทจริง ก็อาจเข้าข่ายผิดมาตรฐานทางจริยธรรมข้อ 17 ซึ่งควรเป็นเรื่องร้ายแรง ป.ป.ช.ก็ต้องชี้มูล และส่งให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ พิจารณาพิพากษาได้เช่นกัน

3.หากมี ส.ส.รับเงินคนละ 5 ล้านบาทจากนายกฯ จริง ส.ส.ก็อาจจะผิดมาตรฐานทางจริยธรรมข้อ 9 และถือเป็นเรื่องร้ายแรงทันที ป.ป.ช.ต้องชี้มูลและส่งเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ พิพากษาเช่นกัน

นายเรืองไกร กล่าวอีกว่า เรื่องนี้จึงมีความสำคัญที่ ป.ป.ช.ต้องรีบเข้ามาไต่สวนตามหน้าที่และอำนาจโดยเร็ว ซึ่งตาม พ.ร.ป.ปปช.มาตรา 46 วรรคหนึ่ง ป.ป.ช. ต้องไต่สวนต้นเรื่องคือนายวิสารก่อนเป็นลำดับแรก เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ถูกต้องตรงตามความจริงที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคุณหรือเป็นโทษต่อนายกฯ หรือ ส.ส. ที่ถูกกล่าวหา หากไม่มีมูลความจริงและเป็นการใส่ร้าย บิดเบือน ก็ควรดำเนินการกับนายวิสารตามมาตรฐานทางจริยธรรมต่อไป แต่หากมีมูลก็ต้องดำเนินการกับนายกฯ และ ส.ส.ที่เกี่ยวข้อง ตามมาตรฐานทางจริยธรรมและดำเนินการทางอาญา ด้วย

ดังนั้นด้วยเหตุและผลที่กล่าวมาข้างต้น จึงจำเป็นต้องร้องให้ ป.ป.ช.ไต่สวนข้อเท็จจริงจากนายวิสาร ก่อนเป็นลำดับแรก ตนจึงจะส่งหนังสือถึง ป.ป.ช. ในวันที่ 6 ก.ย.นี้ทางไปรษณีย์อีเอ็มเอส

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน