คอลัมน์ ใบตองแห้ง
กฎหมา-เถื่อน
ข่าวดี สภารับหลักการร่าง พ.ร.บ.ป้องกันการทรมานและอุ้มหาย แต่ตำรวจยังใช้อำนาจเกินกว่าเหตุกับม็อบ ทั้งใช้ความรุนแรงกับ “ทะลุแก๊ส” ที่ดินแดง และยัดข้อหาสารพัดให้ผู้จัดม็อบไล่ประยุทธ์ทั่วประเทศ
ข่าวดี ไมค์ บอย ฟ้า ณัฐชนน ได้ประกัน แต่อานนท์ เพนกวิน ไผ่ อาจถูกขังยาว
งั้นตำรวจอ้างได้ไหม “ตำรวจย่อมทำถูกกฎหมายอยู่แล้ว” ผู้กำกับโจ้ย่อมทำถูกกฎหมายอยู่แล้ว คฝ.ย่อมทำถูกกฎหมายอยู่แล้ว ไม่ว่าขับรถชนเด็ก 14 ขับรถปาดหน้ามอเตอร์ไซค์คว่ำเจ็บสาหัส ถีบรถล้ม จับได้แล้วยังรุมตี บุกเข้าไปในแฟลตยิงแก๊สน้ำตากระสุนยางไม่เลือกหน้า
ร่าง พ.ร.บ.ป้องกันทรมานอุ้มหาย ตระกูลโต๊ะมีนารอมา 3 ชั่วคน เพิ่งผ่านสภาเพราะคลิป “โจ้ ถุงดำ” กฎหมายนี้ยกร่างตั้งแต่ยุค คสช. “สิทธิมนุษยชนเป็นวาระดัดจริตแห่งชาติ” แต่ไปค้างใน สนช. รัฐบาลนี้ก็ชักเข้าชักออก จน “โจ้ ถุงดำ” โด่งดัง จึงดันด่วนก่อนปิดสมัยประชุม
“กฎหมายโจ้ถุงดำ” บังคับใช้ก็ทำอะไรไม่ได้ ถ้าไม่ปฏิรูปตำรวจ ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ปรับทัศนคติที่มองว่าตำรวจทหารย่อมทำถูกกฎหมาย ตำรวจทหารมีเกียรติศักดิ์ศรีน่าเชื่อถือกว่าชาวบ้านธรรมดา ไม่น่าเป็นไปได้ที่จะกลั่นแกล้ง ใส่ร้าย ยัดข้อหา ซ้อมทรมาน สุดท้ายประชาชนที่ร้องเรียนนอกจากจะไม่ได้รับความเป็นธรรม ยังอาจถูกตำรวจเอาผิดฐานหมิ่นเจ้าพนักงาน แพร่ความเท็จผิด พ.ร.บ.คอมพ์
ภาพลักษณ์ตำรวจไทยไม่ได้มีเกียรติกว่าชาวบ้านทั่วไป เหมือนไปรษณีย์เตือน ระวังมิจฉาชีพหลอกให้รับพัสดุผิดกฎหมายแล้วตำรวจปลอมมารีดไถ ใครเชื่อบ้างว่าเป็น “ตำรวจปลอม”
พฤติกรรม คฝ.ที่ดินแดง ที่เพจสภานักศึกษา มธ.ประณามว่า ไม่ใช่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อีกต่อไป เป็นได้เพียง “สัตว์เลี้ยงดุร้ายของผู้ปกครอง” ว่าที่จริงก็เป็นพฤติกรรมโดยทั่วไปของตำรวจ แต่ปกติทำลับๆ ล่อๆ พอผู้มีอำนาจ ผู้บังคับบัญชาให้ท้าย ก็ใช้ความรุนแรงอย่างไม่บันยะบันยัง
ม็อบเยาวรุ่นทะลุแก๊ส “ผิดกฎหมาย” ผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ร.บ.โรคติดต่อ เหมือนที่ตำรวจยัดข้อหาให้ทุกม็อบ บวกกับใช้พลุ ประทัดยักษ์ ระเบิดปิงปอง เผายาง ซึ่งบางคนหาว่า “ใช้ความรุนแรง” ไม่ใช่ม็อบสันติ แต่ดูให้ดี ม็อบมาเป็นเดือนไม่เคยยกระดับเกินกว่านี้ ไม่ใช้อาวุธจริงที่เป็นอันตรายกว่านี้ เอาเข้าจริง ม็อบยังอยู่ในกรอบสันติวิธี เพียงเป็นการแสดงออกในสไตล์ “เยาวรุ่นมอเตอร์ไซค์” เพื่อท้าทาย คฝ.
คฝ.ต่างหากใช้ความรุนแรงเกินสัดส่วน เกินจำเป็น เกินสมควร แม้อ้างว่ามีอำนาจตามกฎหมายในการสลายม็อบ ในการจับกุม แต่กฎหมายไม่ได้ให้อำนาจทำรุนแรง
เหมือนตำรวจตั้งด่าน ถ้ามีรถแหกด่าน ตำรวจมีอำนาจตามจับ แต่ถ้าตำรวจชักปืนซัลโว หรือถ้าเป็นรถมอเตอร์ไซค์แล้วขับรถไล่ชน ตำรวจก็ทำเกินกว่าเหตุ ข้ามเส้นเป็นฆาตกร
ผู้ต้องหาหรือแม้แต่นักโทษ ยังมีสิทธิที่จะได้รับการปฏิบัติตามกรอบกฎหมาย ไม่ใช่ผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉินโควิด หรือฝ่าเคอร์ฟิว แล้วตำรวจสามารถไล่ทำร้ายทุบตี แต่กระบวนการยุติธรรมไทย รวมทั้งสังคมไทย กลับเห็นว่าถ้า “ผิดกฎหมาย” แล้วจะใช้อำนาจปราบปรามอย่างไรก็ได้ เหมือนใช้ถุงดำคลุมหัวอ้างรีดข้อมูล
ที่สำคัญกว่านั้น “เยาวรุ่นทะลุแก๊ส” เกิดจากปัญหาการเมือง เป็นการรวมตัวโดยไม่มีแกนนำ ของเด็กวัยรุ่นที่ครอบครัวมีปัญหาเศรษฐกิจ เรียนออนไลน์ ไม่พอใจรัฐล้มเหลวโควิด ไม่พอใจการใช้ความรุนแรงของตำรวจ จากการมาร่วมม็อบหลายครั้ง จนเหลืออดแล้วแยกมารวมตัวกันที่ดินแดง
แทนที่รัฐบาลจะหาทางพูดคุย แก้ไขด้วยการบรรเทาปัญหาเศรษฐกิจการเมือง กลับผลักให้เป็น “การกระทำผิดกฎหมาย” ให้ คฝ.ใช้กำลังปราบ ทำให้ยิ่งโกรธแค้นกัน พูดอย่างเข้าใจคือเมื่อมี คฝ.เจ็บ ก็ยิ่งใช้อารมณ์ ยิ่งทำรุนแรง จนถูกประณาม “ป่าเถื่อน”
รัฐบาลนั่นแหละผลักภาระให้ คฝ.เป็นผู้ร้าย แล้วผู้บังคับบัญชายังปัดความรับผิดชอบว่า ใครใช้ความรุนแรงกับประชาชนต้องรับผิดชอบเอง อ้าวเฮ้ย
ผู้บังคับบัญชาตำรวจแหละตัวดี ถ้าเข้าใจอารมณ์มวลชน เฉยเสียไม่ออกมาสัก 4-5 วัน ม็อบอาจซาไปเอง นี่กลับคิดแต่จะใช้ความรุนแรงปราบจับ จนหาเหตุปิดปากสื่อ จับสื่ออิสระไลฟ์สด อ้างว่ามีม็อบปลอมตัวเป็นสื่อ
หาเหตุชัดๆ อ้างว่าสื่อปลอมจะทำให้นักข่าวเป็นอันตราย ทั้งที่ คฝ.นั่นแหละยิงใส่นักข่าว
ตำรวจกำลังเสื่อมเสียทั้งสถาบัน เพราะใช้ความป่าเถื่อนในนามกฎหมาย และใช้กฎหมายเกินกว่าเหตุ งัดทุกข้อหามายัดม็อบ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ร.บ.โรคติดต่อ 112,113,116 ม็อบไล่ประยุทธ์=ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ม็อบเรียกร้องให้ปล่อยเพื่อนเรา=ข่มขืนใจเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ (ส่งศาลทุจริต) ใช้เครื่องเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต โดนยึดรถเครื่องเสียง
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่า เฉพาะเดือนสิงหาคม มีคนโดนคดี 1,161 คน แต่ไม่มีใครกลัว โดนก็สู้ ช่วยกันบริจาคเงินประกันตัว ยืนหยุดขัง ม็อบไม่หยุดยั้ง
ทั้งตำรวจ ทั้งกระบวนการยุติธรรม และกฎหมาย เสื่อมไปหมดแล้ว