ทิพานัน ยก รธน.แจง ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ตามรธน.60 สวน ฝ่ายค้านอย่าทำสังคมสับสน เหน็บ กลัวประชาชนเลือกพรรคที่ชง บิ๊กตู่ เป็นแคนดิเดตนายกฯ ในเลือกตั้งสมัยหน้า

เมื่อวันที่ 29 ก.ย.2564 น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีพรรคเพื่อไทยและฝ่ายค้านอ้างมาตรา 158 วรรคสี่ แห่งรัฐธรรมนูญ 2560 ห้ามนายกฯ ดำรงตำแหน่งเกิน 8 ปี มาปลุกปั่นกระแสสังคม เพื่อลดทอนความชอบธรรมในการดำรงตำแหน่งนายกฯ ที่มาจากการเลือกตั้งของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า ฝ่ายค้านถนัดและดิ้นรนจะทำ เพราะไม่สามารถหาจุดบกพร่องในการบริหารประเทศของพล.อ.ประยุทธ์ ได้ จึงต้องไปเอากฎหมายมาตีความกระท่อนกระแท่น เอามาบางส่วนในแต่ละมาตรามาโจมตีนายกฯ

เพราะถ้าอ่านมาตรา 158 และมาตรา 264 ทั้งมาตราจะเข้าใจได้ว่า การนับอายุดำรงตำแหน่งนายกฯ เริ่มขึ้นเมื่อรัฐธรรมนูญ 2560 มีผลบังคับใช้ เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ ดำรงตำแหน่งนายกฯ ตามมาตรา 158 วรรคสอง ที่บุคคลที่เป็นแคนดิเดตนายกฯ ได้รับความเห็นชอบจากสภา

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า สิ่งที่ต้องพิจารณาคือมาตรา 158 วรรคสอง ระบุว่า นายกฯต้องแต่งตั้งจากบุคคลซึ่งสภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบตามมาตรา 159 และเมื่อประกอบมาตรา 272 แล้วต้องให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบ ดังนั้น ความมุ่งหมายของมาตรา 158 ทั้งมาตราเป็นการบัญญัติพระราชอำนาจในการแต่งตั้งครม. และวาระการดำรงตำแหน่งของนายกฯ

ในการนับเวลา 8 ปีตามรัฐธรรมนูญนี้ ไม่ใช่ว่าจะนับตั้งแต่ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญ แต่ต้องเป็นตั้งแต่มีรัฐธรรมนูญฉบับนี้และเป็นนายกฯ ที่มาตามมาตรา 158 วรรคสอง ที่ต้องผ่านขั้นตอนการเสนอชื่อโดยกระบวนการตั้งแต่ประชาชนตามมาตรา 159 ซึ่งรัฐธรรมนูญปีไหนก็ยังไม่มี เมื่อจะใช้กฎหมายมาตรานี้ก็ต้องอ่านทั้งมาตรา จะเอาวรรคสี่ วรรคเดียวมาอ้างแบบบางส่วนไม่ได้ การนับเวลา 8 ปีตามมาตรา 158 วรรคสี่ ต้องนับจากนายกฯ ที่มาตามมาตรา 158 วรรคสองด้วย

ส่วนมาตรา 264 วรรคหนึ่ง ที่บัญญัติว่า “ให้ครม.ที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ เป็นครม.ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ จนกว่าครม.ที่ตั้งขึ้นใหม่ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญนี้จะเข้ารับหน้าที่” ก็มีความหมายตามตัวบทคือ ครม.ก่อนหน้าประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 2560 ไม่ใช่ครม.ตามรัฐธรรมนูญนี้ ซึ่งครม.ต้องรวมถึงนายกฯ ด้วย แสดงว่านายกฯ คนปัจจุบัน เพิ่งมีสถานะเป็นนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า การตีความมาตรา 264 วรรคหนึ่ง ไม่ได้เป็นไปตามที่นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล พยายามบิดเบือนว่าเป็นมาตรา ที่ให้นับการดำรงตำแหน่งนายกฯ ของ พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งแต่ปี 2557 เพราะไม่มีตรงไหนบัญญัติเรื่องการให้นับระยะเวลา ดำรงตำแหน่งต่อเนื่องเลย ดังนั้น จะมาอ้างว่ามาตรา 264 กำหนดไว้ชัดเจนให้นับย้อนตั้งแต่รัฐธรรมนูญฉบับก่อนหน้านี้ไม่ได้

จึงอยากให้นายธีรัจชัยและฝ่ายค้านหยุดบิดเบือนการตีความกฎหมายรัฐธรรมนูญเพื่อปลุกปั่นกระแสสังคมและลดทอนความชอบธรรมในการดำรงตำแหน่งนายกฯ ของพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งการคาดการณ์มาตรา 158 แบบล่วงหน้าของฝ่ายค้านจนสังคมสับสนนั้น มีเหตุผลเดียวคือ กลัวว่าการเลือกตั้งครั้งหน้า จะมีประชาชนเลือกพรรคที่เสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ เป็นพล.อ.ประยุทธ์ ใช่หรือไม่

สิ่งเดียวที่ฝ่ายค้านควรทำคือ ไม่บิดเบือนข้อมูล ไม่ใส่ร้ายป้ายสีคนทำงาน และต้องมีจิตใจช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนจากใจจริง เพราะสิ่งที่ฝ่ายค้านพยายามชี้นำประเด็นมาตรา 158 ก็ยังมาไม่ถึง จงทำปัจจุบันให้ที่สุดจะดีกว่า

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน