รมว.ศึกษาฯ ‘ตรีนุช’ เผยเด็กสนใจฉีดวัคซีนทะลุ 80% ด้านผู้ปกครอง-นักเรียน สะท้อนตัดสินใจฉีดไฟเซอร์ เพราะอยากกลับมาเรียน on site เหตุเรียนออนไลน์ไม่รู้เรื่อง
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 4 ต.ค.64 ที่โรงเรียนพิบูลอุปถัมภ์ ถนนลาดพร้าว เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธี “Kick off สร้างเกราะป้องกันด้วยวัคซีน เด็กปลอดภัย เรียนอุ่นใจ ต้อนรับเปิดเทอม” เพื่อการวัคซีนให้กับเด็กนักเรียนทุกสังกัดที่มีอายุระหว่าง 12-18 ปี โดยเป็นวัคซีนชนิด mRNA ไฟเซอร์
โดยมี น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข (สธ.) และผู้บริหารระดังสูงของกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงสาธารณสุข เข้าร่วม
น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า วันนี้เป็นการคิกออฟฉีดวัคซีนให้นักเรียนวันแรก โดยรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีเป็นห่วงนักเรียน จึงให้กระทรวงศึกษาธิการเตรียมความพร้อมเปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ภายใต้ความปลอดภัย จึงจัดสรรวัคซีนอย่างเร่งด่วนให้นักเรียนทุกสังกัด ที่อายุ 12-18 ปีบริบูรณ์
กระทรวงศึกษาธิการทำหน้าที่เก็บรวบรวมรายชื่อนักเรียนที่ยินยอมประสงค์ฉีดวัคซีน ให้กับกระทรวงสาธารณสุข โดยการกระจายวัคซีนนั้น กระทรวงสาธารณสุขจะกระจายสู่สาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้กระบวนการฉีดวัคซีนมีความรวดเร็ว ครอบคลุม ซึ่งได้รับรายงานเบื้องต้นว่าบางจังหวัดได้รับวัคซีนแล้ว
น.ส.ตรีนุช กล่าว วันนี้จะดำเนินการฉีดให้นักเรียน ใน 13 เขตสุภาพ กระจายไป 15 จังหวัด โดยกระทรวงสาธารณสุขจะเป็นผู้จัดสรรโซนการฉีดวัคซีนโดยตรง ส่วนภาพรวมที่ผู้ปกครองและนักเรียนแจ้งความประสงค์ยินยอมรับวัคซีน มีมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะนี้มีผู้ปกครองแจ้งความประสงค์มามากกว่า 80% แล้ว
คาดว่าจะมีผู้ปกครองทยอยแจ้งความประสงค์ให้นักเรียนฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในส่วนของตัวเลขที่เพิ่มขึ้นมานั้น กระทรวงศึกษาธิการจะประสานกับกระทรวงสาธารณสุขอีกครั้งเพื่อฉีดวัคซีนรอบเก็บตกให้นักเรียนต่อไป ในส่วนโรงเรียนพิบูลอุปถัมภ์ มีนักเรียนที่มีสิทธิรับวัคซีนทั้งหมด 799 ราย แสดงความประสงค์ฉีดวัคซีน 695 ราย โดยวันนี้จะเริ่มฉีดให้นักเรียน 200 รายก่อน
“หากนักเรียนได้รับวัคซีนครบหมดก็จะเปิดเทอม 2 ในวันที่ 1 พฤศจิกายนแน่นอน เพียงแต่ว่าจะเปิดเรียนรูปแบบไหนนั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ที่จะพิจารณาอนุมัติ ว่าสถานศึกษาแต่ละแห่งควรเปิดเรียนในรูปแบบไหน การฉีดวัคซีนเป็นเพียงการป้องกันให้ผู้เรียนมีความปลอดภัยในระดับหนึ่ง
เพราะการฉีดวัคซีนให้นักเรียน ก็เป็นการยืนยันว่าแม้นักเรียนจะติดเชื้อ แต่จะมีอาการไม่รุนแรง แต่การจะเปิดเรียนในโรงเรียน ต้องมีมาตรการอื่นๆ ประกอบการพิจารณาด้วย เช่น การเว้นระยะห่าง มีเจลแอลกอฮอล์ให้นักเรียน เป็นต้น” น.ส.ตรีนุช กล่าวและว่า
ขณะนี้ กระทรวงศึกษาธิการได้รับการประสานจากกระทรวงสาธารณสุขในการฉีดวัคซีนให้ครูที่ตกหล่น เบื้องต้นฉีดวัคซีนให้ครูไปกว่า 70% ซึ่งนายกฯ กำชับว่าไม่ใช่แค่นักเรียนเท่านั้น แต่ครูจะต้องได้รับการฉีดวัคซีนคู่ขนานไปด้วย ตลอดจนครอบครัวของนักเรียนต้องได้รับวัคซีนพร้อมๆกัน สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี อาจจะไม่รับการฉีดวัคซีน แต่ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขอยู่ระหว่างการรับรองและศึกษา ว่าจะมีวัคซีนตัวใดสามารถฉีดให้เด็กต่ำกว่า 12 ปีบ้าง หากเปิดเรียนแล้ว อาจจะให้นักเรียนเหล่านี้สลับวันมาเรียน โดยจะต้องมีมาตรการรักษาความสะอาดที่เข้มข้น
นางวิไล อินทร์ไชย อายุ 46 ปี กล่าวว่า สาเหตุที่ตัดสินใจให้ลูกฉีดวัคซีน เนื่องจากต้องการให้ลูกปลอดภัย ส่วนตัวไม่กังวล เพราะจากการติดตามข่าวและหาข้อมูล พบว่าวัคซีนมีความปลอดภัยระดับหนึ่ง ส่วนตัวอยากให้ลูกกลับมาเรียนในโรงเรียน ดังนั้น ต้องเร่งให้ได้รับวัคซีน เพื่อความปลอดภัยหากต้องกลับมาเรียนในโรงเรียนอีกครั้ง
“ใจจริงอยากให้เปิดเทอมเร็วๆ เพราะลูกเรียนออนไลน์ แล้วได้รับความรู้ไม่เต็มที่ ถ้ายังไม่ได้รับวัคซีนแล้วมาเรียนในโรงเรียน ซึ่งจะต้องเจอคนเยอะ อาจจะมีความเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 ได้ หากลูกติดเชื้อคนในครอบครัวอาจจะเสี่ยงตามไปด้วย ก็กลัวไปติดน้องคนเล็กอายุ 10 ขวบด้วย จึงอยากให้รัฐบาลขยายผลมาฉีดให้เด็กที่อายุต่ำกว่า 12 ปีด้วย” นางวิไล กล่าว
ด.ญ.วิสารัช วาจางาม นักเรียนชั้น ม.3 กล่าวว่า การรับมาวัคซีนวันนี้ไม่มีความกังวล เพราะได้ศึกษาผลกระทบและผลข้างเคียงมาแล้ว ส่วนตัวต้องการฉีดวัคซีนเองเพราะอยากมาเรียนในโรงเรียนแล้ว ที่ผ่านมาโรงเรียนกำหนดให้เรียนออนไลน์ ซึ่งการเรียนก็มีเสียงรบกวนตลอดเวลา เพราะเพื่อนแย่งกันพูด ทำให้ไม่มีสมาธิอย่างมาก จึงต้องการกลับมาเรียนที่โรงเรียน
“การเรียนออนไลน์ส่งผลกระทบกับนักเรียนมาก เช่น เพื่อนในห้องไม่มีอุปกรณ์ที่เพียงพอ ไม่สามารถเรียนออนไลน์ได้ ส่งผลให้เรียนช้า ไม่ทันเพื่อนในห้อง เพื่อนๆ และครูต้องช่วยเหลือกันเพื่อนคนนี้โดยการให้ใบงานบ้าง ช่วยกับอธิบายเนื้อหาบ้าง” ด.ญ.วิสารัช กล่าว
ขณะที่นักเรียนชั้น ม.5 รายหนึ่ง กล่าวว่า ที่มาฉีดวัคซีนเพราะแม่ต้องการให้ฉีด ส่วนตัวก็สองจิตสองใจเพราะยังกลัว เพราะจากที่หาข้อมูลมาพบว่ามีเด็กบางคนฉีดวัคซีนแล้วมีอาการแทรกซ้อน เช่น กล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง เป็นต้น แต่อีกใจก็อยากฉีด เพื่อจะได้กลับมาเรียนในโรงเรียนเหมือนเดิม เพราะเรียนออนไลน์ไม่รู้เรื่อง การบ้านเยอะ งานหนัก บางครั้งก็มีปัญหาเรื่องอินเตอร์เน็ต