บิ๊กตู่ เชื่อมั่นคนใต้จงรักภักดีสถาบัน พร้อมขอประชาชนฟังเพลงชาติให้ชัดตั้งแต่ต้นจนจบเพื่อรู้ความหมาย” ลั่น” อย่าให้ใครมาแบ่งแยกเป็นฝ่ายได้อีก
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 7 ต.ค. ที่อ.เมืองนครศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมคณะ ตรวจเยี่ยมศูนย์ดิจิทัลชุมชน ต.มะม่วงสองต้น อ.เมืองนครศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวย้ำว่า วันนี้เราทำงานร่วมกันทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ รวมทั้งบรรดาส.ส. ต่างๆก็ดูแลความต้องการของประชาชนในพื้นที่ วันนี้ตนก็ยินดีตั้งแต่เช้ามาตั้งแต่เช้าได้รับการต้อนรับอย่างดียิ่ง ด้วยบรรยากาศที่มีมิตรไมตรีและบรรยากาศที่รับกันได้เพราะตนให้ความสำคัญในพื้นที่ชายแดนภาคใต้มาโดยตลอด
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สำหรับปัญหาอุทกภัยรัฐบาลพยายามดูแลมาโดยตลอดหลายปีที่ผ่านมา มีอีกหลายโครงการที่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ บางโครงการอยู่ในแผนงานที่จะต้องสร้างต่อไป ในแผนบริหารจัดการน้ำทั้งประเทศ โดยยืนยันว่าเราคงไม่เจอปัญหาเช่นเดียวกับปี 54 เพราะเราลดไปได้ทุกปี พื้นที่น้ำท่วมก็ลดลง ค่าเยียวยาก็ลดลง ระยะเวลาในการท่วมก็น้อยลง ความเสียหายก็ลดลง แต่ยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือปริมาณน้ำฝนที่ตก ตนจึงกำชับต้องมีแผนการเตรียมการเคลื่อนย้าย เพื่อตั้งรับสถานการณ์ไว้ก่อน
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นครศรีธรรมราช มีศักยภาพเยอะแยะไปหมด เราต้องหาศักยภาพให้เจอและจะส่งเสริมตรงไหนก่อน สิ่งสำคัญที่สุดคือความรักความสามัคคี คนใต้เป็นคนที่รักใครรักจริง จริงใจ และซื่อสัตย์ จงรักภักดี ต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ใช่หรือไม่
“ผมเชื่อมั่นกับท่าน รู้จักท่านมาหลายปีแล้ว มาที่จังหวัดนครศรีธรรมราช 4 ครั้ง ก่อนหน้านั้นเป็น ผบ.ทบ. ผมเห็น หลายอย่างตอนเห็นกับตา ว่าหลายอย่างดีขึ้น หลายอย่างยังคงไม่ดีนัก หลายอย่างต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแก้ไข เราจะช่วยกันกับบรรดาส.ส. ของท่าน ส.ส.ของรัฐบาล หรือส.ส. อะไรก็แล้วแต่ ที่รับฟังความเห็นจากประชาชนมา ก็นำมาสู่กลไกการบริหารให้ถูกต้อง
เพราะฉะนั้นวันนี้เราต้องไม่ให้ใครมาแบ่งแยกพวกเรา เป็นกลุ่มเป็นฝ่ายให้ทุกคนมีความรักความสามัคคี เพื่อจะพาคนในชาติเจริญก้าวหน้าไปพร้อมกัน ต้องเดินหน้าไปด้วยกันด้วยการเรียนรู้เข้าใจซึ่งกันและกัน ผมอยากให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีมีความสุข นั่นคือเป็นเป้าหมายของรัฐบาลอย่างยิ่งยวด ที่จะทำงานให้ทุกคนอย่างเต็มที่ ร่วมกันพลิกโฉมประเทศไทยไปกับผม ไม่ให้กลับมาสู่ที่เดิม จะเดินช้าเกินไปไม่ได้ ขอฝากทุกคนไว้ได้ ผมทำคนเดียวไม่ได้ รู้ว่า ท่านเชื่อมั่นผม เชื่อมั่นคนของท่าน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ในช่วงท้ายพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้พูดไปเยอะเหมือนกัน เวลาอยู่กรุงเทพฯนายกฯก็พูดอยู่ทุกวัน ก็นึกถึงคนใต้ตลอด ไม่รู้ว่าฟังบ้างหรือไม่ วันนี้นำหัวใจ นำความห่วงใย นำความคิดถึงของคนกรุงเทพฯ ของรัฐบาลมาด้วย รัฐบาลรักทุกคน ขอทุกคนช่วยกันทำให้ชาติบ้านเมืองปลอดภัย ช่วยกันรักษาสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อันเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง นึกอะไรไม่ออกตอนเช้าขอให้ลองฟังเพลงชาติให้ชัดอีกที ฟังตั้งแต่ต้นจนจบ ความหมายของเพลงชาติคืออะไร เริ่มตั้งแต่วันแรกจนประโยคสุดท้ายของเพลงชาติ พร้อมขอให้ฟังเพลงสามัคคีชุมนุม ตนขอ 2 เพลงเท่านั้น จะทำให้เรารู้สึกว่าเราเป็นคนไทย เรารวมกันมาจากไหนเราเป็นชาติได้อย่างไร
“ถ้าเราไม่รู้จักประวัติศาสตร์ว่ามาจากไหน ก็จะไม่รู้ว่าจะรักประเทศชาติได้อย่างไร รักจังหวัด รักเพื่อนพี่น้องบ้านใกล้เรือนเคียงได้อย่างไรเพราะเราเป็นคนชาติเดียวกัน ใครก็มาแบ่งแยกไม่ได้ นี่คือสิ่งที่ตนคาดหวังจากทุกคน ขอแค่นั้นเอง ให้สัญญากับตนได้หรือไม่ หากได้ขอให้ปรบมือ ซึ่งจะเป็นกำลังใจให้กับตนและคณะทั้งหมดเพื่อทำงานให้ประชาชนให้ดีที่สุด ทั้งนี้ทุกอย่างต้องใช้เวลาและต้องแก้ไขทั้งหมด ตนคิดว่าใน 5 ปีข้างหน้าหลายอย่างต้องดีขึ้นจากโครงสร้างที่ทำใหม่ทั้งหมด เหลือเพียงว่าคนจะเข้าถึงได้อย่างไร” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า
จากนั้นนายกรัฐมนตรี ได้เยี่ยมขมนิทรรศการต่างๆ โดยเมื่อเวลา 16.10 น. พล.อ.ประยุทธ์ ขอให้กรมประชาสัมพันธ์ เปิดเพลงชาติไทย พร้อมร้องเนื้อท่อนที่ว่า “ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย เป็นเป็นประชารัฐ” ก่อนที่จะร่วมร้องเพลงชาติที่หน้าเสาธงโรงเรียนวัดมะม่วงสองต้น จนจบเพลงโดยเมื่อถึงท่อนที่ว่า”ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด “พล.อ.ประยุทธ์ได้นำมือขวาไปกุมไว้ที่หัวใจด้วย และเมื่อร้องเพลงจบได้กล่าวคำว่า ”ไชโย” 3 ครั้ง พร้อมระบุว่านี่คือประเทศไทยของเรา “ประเทศไทยของเราจงเจริญ”
ทั้งนี้ ก่อนขึ้นรถเพื่อเดินทางทางกลับ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวกับประชาชนที่มาส่ง ว่า “ รักทุกคน แล้วเจอกันใหม่ เจอกันในบรรยากาศที่ยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่มีปัญหาเรื่องน้ำท่วม ร่วมทั้งได้ฝากฝังให้ดูแล ส.ส.ในพื้นที่ ก่อนขอบคุณในการต้อนรับ พร้อมระบุว่า นายกฯเจอปัญหาทุกเรื่อง แต่จะพยายามแก้ให้ได้ทุกเรื่อง ประเทศเราต้องอยู่ด้วยความรักความสามัคคี