บิ๊กตู่ อ้อนฝากหัวใจชาวอุบลฯ ขอให้สู้ไปพร้อมกับนายกฯ ลั่นสัญญาไว้แล้วจะทำให้สำเร็จ วอนคนไทยไม่แบ่งแยก เจอ 2 นักศึกษาชูป้าย-ตะโกนไล่
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 15 ต.ค.2564 ที่เขื่อนสิรินธร ต.นิคมลําโดมน้อย อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการน้ำ และการใช้พลังงานหมุนเวียนในการผลิตไฟฟ้า โดยใช้นวัตกรรมโซลาร์เซลล์ลอยน้ำไฮบริดกับพลังน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก กำลังผลิต 45 เมกะวัตต์ ซึ่งผลิตไฟฟ้าแบบผสมผสานระหว่าง พลังงานแสงอาทิตย์ และ พลังน้ำ
จากนั้น นายกฯ พร้อมคณะได้เยี่ยมชม เส้นทางเดินชมธรรมชาติ หรือ Nature Walkway ซึ่ง กฟผ.ได้เร่งก่อสร้างเพื่อเป็นจุดเช็กอินและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญแห่งใหม่ของ จ.อุบลราชธานี สามารถชมโซลาร์เซลล์ลอยน้ำไฮบริดใหญ่ที่สุดในโลกในมุมสูงอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ ระหว่างที่เดินดูน้ำในเขื่อน พล.อ.ประยุทธ์ พูดติดตลกว่า “วันหน้าเลื่อนตำแหน่งให้ว่ายน้ำข้ามนี่ดีกว่า รัฐมนตรีโดนหมด” ทำให้คนติดตามหัวเราะและตอบว่า “ไม่ได้ซ้อมครับ” นายกฯ กล่าวในช่วงท้ายด้วยว่า วันนี้หลายโครงการยังติดประชาพิจารณ์และประชาชน ซึ่งเราอยากทำอะไรอีกหลายอย่าง
จากนั้นเวลา 15.20 น. พล.อ.ประยุทธ์ ตรวจเยี่ยมการบรรเทาภัยและการฟื้นฟูผู้ประสบภัยในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ที่ศาลาประชาวาริน ต.วารินชําราบ อ.วารินชําราบ โดยทันทีที่มาถึง นายกฯ ทักทายประชาชนที่มารอต้อนรับว่า “รักกันไว้เถิด”
นายกฯ กล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้ฝากหัวใจนายกฯด้วย ห่วงทุกคน ห่วงกรุงเทพฯเหมือนกันโดยเฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา รัฐบาลและนายกฯ ให้ความสำคัญในการบริหารจัดการน้ำมาตลอด และจะแก้ปัญหาให้ได้มากที่สุด วันนี้ต้องเร่งระบายน้ำออกให้ได้พร้อมเก็บน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้ง หากมีความสูญเสียอะไรก็ตาม ตนขอแสดงความเสียใจด้วย แต่รัฐบาลจะดูแลให้ดีที่สุด รวมทั้งการเยียวยาต่างๆ ตนเชื่อมั่นจากที่มาอุบลฯ คิดว่าชาวอุบลเป็นคนเข้มแข็งและใจสู้
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า นายกฯยังอยู่ตรงนี้ สัญญากับประชาชนไว้แล้วจะทำให้ดีที่สุด และขอให้ฟังในสิ่งที่นายกฯพูดบ้าง วันนี้เตรียมเปิดประเทศ เตรียมการท่องเที่ยว การค้าขายก็จะดีขึ้น เราต้องเดินหน้าอย่างระมัดระวังท่ามกลางสถานการณ์โควิด
เมื่อถึงช่วงนี้นายกฯ ถามว่าพร้อมจะไปกับนายกฯหรือไม่ ประชาชนตะโกนตอบว่า พร้อม นายกฯจึงกล่าวว่า “ไปด้วยกัน นายกฯ รัฐบาล ส.ส. และข้าราชการทั้งหมด เป็นกระบวนการบริหารราชการแผ่นดิน ทุกคนต้องร่วมมือกัน การทำงานเราจะทำแบบเก่าๆ ไม่ได้แล้ว ต้องเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับเรา อาจจะยังไม่ทั่วทุกครัวเรือนทุกพื้นที่ แต่มันต้องเกิดผลให้เป็นรูปธรรม วันนี้เห็นใจบางอย่างติดกติกากฎหมายหลายอย่าง นายกฯต้องรื้อใหม่ทั้งหมด เพราะติดกฎหมายและกฎระเบียบหลายอย่างที่เราไปแทรกแซงไม่ได้ จะพยายามทำให้ดีที่สุด”
นายกฯ กล่าวอีกว่า ขณะที่สถานการณ์โควิด เราต้องเดินหน้าฉีดวัคซีนให้มากขึ้น ไม่ต้องเลือกยี่ห้อ เพราะทุกยี่ห้อล้วนดี ไม่ทำให้เจ็บป่วยรุนแรงและลดอัตราการเสียชีวิตได้ อยู่ที่พวกเราทุกคนด้วย ขอให้ระวังตัวเองให้ดีที่สุด อย่าให้มีการแพร่ระบาดอีกครั้ง ไม่เช่นนั้นก็เปิดอะไรไม่ได้ การท่องเที่ยวก็ลำบาก ขอให้ทุกคนดูแลกันให้ดีที่สุด
นายกฯ กล่าวว่า ขอให้ติดตามข่าวที่เป็นประโยชน์ เป็นสาระและเป็นข้อเท็จจริง เราเดือดร้อนพออยู่แล้ว อย่าไปแบกรับปัญหาอื่นๆ เข้ามาเลย ปัญหานั้นนายกฯรับเอง จะได้แก้ปัญหาทุกคนให้ได้ทุกเรื่อง ขอฝากความรักความห่วงใยฝากหัวใจไว้กับชาวอุบลราชธานีด้วย
นายกฯ ถามชาวบ้านว่า รับฝากหัวใจนายกฯหรือไม่ ซึ่งชาวบ้านตอบว่ารับ นายกฯ จึงกล่าวต่อว่า “ฝากหัวใจไว้กับทุกคน ตราบใดที่ประชาชนยังหน้าตาไม่ผ่องใส ยังมีรายได้ไม่เพียงพอ ยังมีหนี้สินและทุกข์ นายกฯรู้และรับทุกอย่างเข้าสู่กระบวนการต้องแก้ให้ได้เร็วที่สุด แต่ทุกอย่างต้องเริ่มต้นไปด้วยกัน ร่วมมือกับรัฐบาล ไม่เช่นนั้นก็ขัดแย้งกันไปมาทำอะไรไม่ได้”
จากนั้น นายกฯ เดินพบปะประชาชน พร้อมมอบถุงยังชีพและกล่าวตอนหนึ่งด้วยว่า “อีสานคนสู้ คนอีสานยอมแพ้ที่ไหน ถ้าพวกสู้ นายกฯก็สู้ สู้ไปกับนายกฯ นายกฯสู้คนเดียวไม่ได้”
ทั้งนี้ ในช่วงนายกฯ เดินพบปะประชาชน ได้ขอให้เปิดเพลงบ้านเกิดเมืองนอน โดยนายกฯ ถามชาวบ้านว่า รู้จักเพลงนี้หรือไม่ ประเทศไทยเป็นของคนไทยทุกคน ต้องรักกันและสามัคคีกัน เราถอยหลังไปไหนไม่ได้อีกแล้ว ประเทศไทยอยู่แค่นี้แล้ว อย่าแบ่งแยกกัน เราเหมือนครอบครัวเดียวกัน คนไทยต้องเป็นครอบครัวเดียวกันให้ได้นะจ๊ะ เดินหน้าไปด้วยกัน นายกฯจะทำให้ดีที่สุดเพื่อพวกเรา สัญญาๆ ขอเวลา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเสร็จสิ้นภารกิจ พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมคณะเดินทางกลับกรุงเทพฯ ทั้งนี้ ระหว่างที่รถนายกฯ เคลื่อนขบวนผ่าน ได้เกิดเหตุการณ์วุ่นวายขึ้นเล็กน้อย โดยมีนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จำนวน 2 คน ได้ถือป้ายพร้อมตะโกนขับไล่นายกฯ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาห้ามปราม แต่ไม่ได้มีเหตุการณ์ความรุนแรงแต่อย่างใด