2 พรรคเล็ก ประสานเสียงไม่เดินตาม ไพบูลย์โมเดล ลั่นไม่ยุบ ไม่รวมกับใคร ขอทำพรรคต่อไป พีระวิทย์ จ่อลงส.ส.เขตสระบุรี ลบข้อครหาส.ส.ปัดเศษ
เมื่อวันที่ 21 ต.ค.2564 นายปรีดา บุญเพลิง ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคครูไทยเพื่อประชาชน ให้สัมภาษณ์กรณีศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมากว่า นายไพบูลย์ นิติตะวัน ไม่สิ้นสมาชิกภาพส.ส. จากกรณีเลิกหรือยุบพรรคประชาชนปฏิรูปเพื่อเข้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)ว่า เรื่องนี้จะเป็นประโยชน์กับพรรคใหญ่หรือพรรคเล็ก ขึ้นอยู่กับประชาชนจะเลือกหรือไม่เลือก
ทั้งนี้ ตนคิดว่าพรรคเล็กคงไม่ทำตาม “ไพบูลย์โมเดล” เพราะทุกพรรคตั้งขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่ในฐานะตัวแทนปวงชน ส่วนจะได้ส.ส.มากแค่ไห ขึ้นอยู่กับนโยบายที่นำเสนอ พรรคครูไทยเพื่อประชาชนยังยืนยันจะทำพรรคต่อไป ไม่ยุบ ไม่รวม
ด้านนายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทรักธรรม กล่าวว่า ไม่คิดย้ายพรรคหรือยุบพรรค แต่ถ้าให้มองกรณีนายไพบูลย์ ซึ่งมีกฎหมายที่ว่าพรรคไม่พร้อม คือยุบพรรคไป ไม่ได้เป็นการรวมพรรค ถ้ารวมพรรคถือว่าผิด แต่นายไพบูลย์ขอยุบพรรค และการมีกฎหมายคุ้มครองสิทธิ์สถานภาพส.ส.ให้ย้ายพรรคภายใน 60 วัน เราก็ต้องเคารพคำวินิจฉัยศาลฯ
เมื่อถามว่าพรรคไทรักธรรม มีส.ส.คนเดียว จะเอาแบบอย่างหรือไม่ นายพีระวิทย์ กล่าวว่า คงไม่แม้เป็นพรรคเล็กแต่ไม่คิดยุบรวมกับใคร ตนพร้อมเป็นหนึ่งในพรรคทางเลือกและจะทำให้ดีที่สุด มีการแก้เป็นบัตรเลือกตั้งสองใบ ตนก็หันไปลงเขต การลงเขตทำพื้นที่ได้ชัดเจนขึ้น ไม่ต้องวิ่งไปทั่วประเทศเหมือนลงบัญชีรายชื่อ และการลงแบบเขต ไม่ได้อยู่ที่ชื่อพรรค แต่อยู่ที่ตัวเราว่าจะทำให้ประชาชนรู้จักมากน้อยแค่ไหน
“บัตรสองใบก็รู้อยู่แล้ว ใครรักชอบพรรคไหนก็เลือกพรรคนั้น อีกใบถ้าเห็นว่าผมทำงานดีก็ให้เลือกผม ส.ส.เขตอย่างน้อย 2 หมื่นกว่าคะแนนก็ได้แล้ว จะได้ไม่มีข้อครหาเป็นส.ส.ปัดเศษ” นายพีระวิทย์ กล่าว
นายพีระวิทย์ กล่าวด้วยว่า คิดจะลงสมัครส.ส.เขต 4 สระบุรี เพราะเป็นพื้นที่บ้านตน โดยตนเองลงพื้นที่มาตั้งแต่โควิดระบาด และรู้ว่าจะมีการแก้รัฐธรรมนูญ โดยพรรคจะส่งผู้สมัครส.ส.เขตประมาณ 10 เขตทั่วประเทศ เราจะทำให้เต็มที่