ฝ่ายค้านอภิปรายให้ตายก็ล้มประยุทธ์ไม่ได้ รู้กันตั้งนานแล้ว รู้ตั้งแต่ถวายสัตย์ไม่ครบก็ยังลอยนวล
ประยุทธ์จะอยู่จนจบเอเปกก็ได้ อยู่จนครบวาระก็ได้ เดี๋ยวอภิปรายไม่ไว้วางใจก็มีคนช่วยฉีดวัคซีน ส.ส.ฝ่ายค้าน เพราะซื้อซิโนแวคตุนไว้บาน ไม่ต้องคำนึงถึงความชอบธรรม

ประยุทธ์ไม่แยแสฝ่ายค้าน ถึงขนาดไม่ต้องฟังอภิปราย ท่องบทมาจากบ้าน กลบเนื้อหาด้วยดราม่า “พระราม” พูดหน้าตาเฉยรัฐบาลไม่ได้ทำอะไรผิด รัฐบาลไม่ได้เอาโควิดเข้ามา รัฐบาลจัดซื้อวัคซีนล่าช้า แต่ถ้ารัฐบาลไม่อนุมัติให้ซื้อ mRNA คงตายมากกว่าสองหมื่น

เก่งจัง วิธีพูดทวงบุญคุณ ถ้าไม่มีประยุทธ์เซ็นหนังสือราชการ ประเทศนี้คงพังไปนานแล้ว ประธานสภาอุตสาหกรรมจึงบอกว่า เลือกตั้งใหม่ได้ใครเข้ามาก็ไม่เลวร้ายไปกว่านี้

ประยุทธ์อ้างผลงานรัฐบาล ทั้งด้านสุขภาพด้านเศรษฐกิจ ส่งออก จ้างงาน ฯลฯ ถามว่าถ้าดีอย่างนั้นจริง ทำไมเพิ่มบัตรคนจนเป็น 20 ล้าน ทำไมประชาชนร้องโอดโอย อ๋อ เงินเฟ้อของแพงน้ำมันแพงทั้งโลก

โทษปัจจัยภายนอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า รัฐบาลไม่ผิดเพราะไม่ได้ทำอะไร ประยุทธ์ไม่ทุจริต แต่ดัชนีโปร่งใสลดลง รัฐบาลบริหารถูกทางแล้ว เดี๋ยวเศรษฐกิจก็ดีเอง เดี๋ยวต่างชาติก็มาท่องเที่ยวมาลงทุน

พูดไปเถอะ คนเชื่อประยุทธ์อยู่ในอัลกอริทึมที่เห็นแต่พวกตัวเอง เห็นแต่กลุ่มสวัสดีวันจันทร์ มาตื่นอีกทีตอนเห็นคะแนนเลือกตั้งหลักสี่แล้วแทบคลั่ง

คำอภิปรายของฝ่ายค้านทำอะไรรัฐบาลไม่ได้ ภายใต้กลไกรัฐ PR ประยุทธ์รายวันให้เสียงพากย์โดยธนกร “นายกฯ ห่วงใย” มีปัญหาอะไรก็ห่วงใย แต่ไม่เคยแก้ได้ เว้นแต่เป็นดราม่า แบบตำรวจชนหมอตาย แล้วกวดขันบูรณะทางม้าลายทั่วประเทศ

รัฐบาลประยุทธ์เอาตัวรอดเป็นวันๆ มา 3 ปี ผิดพลาด ล้มเหลว โดนด่ากระหน่ำ เรื่องซ้ำๆ แก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไม่ด่าไม่ทำ พอทำตามเสียงด่า เช่น “กราบไฟเซอร์” ก็อ้างเป็นบุญคุณเป็นผลงาน ใช้อำนาจไม่ชอบธรรมแต่บอกให้คนเชื่อฟังไม่งั้นจะวุ่นวาย ใช้ความอยุติธรรมใช้กำลังกับม็อบ แล้วอ้างว่าม็อบตอบโต้ผิดกฎหมาย

ระบอบประยุทธ์อยู่ได้สองขา หนึ่ง รัฐราชการทหารตำรวจ กระบวนการยุติธรรม กุมอำนาจมั่นคงประชาชนไม่สามารถไล่ได้ สอง นักการเมืองอุปถัมภ์หาผลประโยชน์ต่างตอบแทน จากการค้ำจุนรัฐประหารสืบทอดอำนาจ แล้วแบ่งไปช่วยเหลือคนในพื้นที่ตัวเอง หวังยึดครองพื้นที่เบ็ดเสร็จยาวนาน

คนที่ไม่เดือดร้อนกับรัฐบาลประยุทธ์จึงได้แก่ข้าราชการ โดยเฉพาะฝ่ายความมั่นคง กับคนในอาณัติของนักการเมืองร่วมรัฐบาล

การเมืองอุปถัมภ์เคยเป็นความหวังชนะเลือกตั้ง กระทั่งแก้รัฐธรรมนูญบัตรสองใบ ที่ไหนได้ ขัดแย้งกันจนพรรคพลังประชารัฐนับถอยหลัง เหลือความหวังแค่ “หนูช่วยหน่อย“ ค้ำจนครบวาระ แต่ “หนู” ก็จะเป็นเป้าถล่มของฝ่ายค้าน ของประชาชนที่โกรธรัฐบาล ในช่วงถัดไป

ประยุทธ์คงหวังอยู่จนจบเอเปกจนครบวาระ แต่ช่วงต่อจากนี้ไม่ง่าย ไม่ใช่แค่ทางการเมือง ความเสื่อมของพรรครัฐบาล ที่คนไม่ชอบทักษิณก็ยังเชื่อว่ามีวัคซีน 20-30 ล้าน

แต่เศรษฐกิจยิ่งเปราะบาง ท่ามกลางภาวะผันผวน อันตราย เฉพาะหน้าน้ำมันแพง สินค้าแพง เงินเฟ้อ ซึ่งใช่-เป็นทั้งโลก แต่เศรษฐกิจไทยยังไม่ฟื้น ประชาชนไม่มีกำลังซื้อ

น้ำมันขึ้นราคากระทบค่าขนส่ง สินค้าขึ้นราคา แทนที่จะลดภาษีแต่ต้น เพิ่งมาลดก่อนอภิปราย ภาษีที่ดินก็จะเริ่มเก็บ ทำราวกับอยู่ในยุคหลวงพ่อคูณเหยียบโฉนด รู้ไหมกระทบคนชั้นกลาง เศรษฐีที่ดินหมื่นล้านปลูกมะนาวหมดแล้ว

เศรษฐกิจโลกหลังโควิด น่ากลัวอันตราย เพราะเงินอัดฉีดไหลลงตลาดหุ้น-คริปโต เศรษฐกิจจริงย่อยยับ ธุรกิจรายย่อยเจ๊ง คนตกงาน แต่หุ้นขึ้น 2-3 เท่า คนเล่นหุ้นเมืองไทยเพิ่ม 2 ล้านบัญชี คริปโตไม่รู้เท่าไหร่

ย้ำอีกที คนทำธุรกิจฝืดเคือง พนักงานถูกปลด ทั้งจากโควิดและ Disruption แต่มูลค่าหุ้นมูลค่าเงินอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มมหาศาล จากการเก็งกำไร ขายอนาคต ขายโลกนฤมิต เศรษฐกิจอย่างนี้จะผันผวนหนักและอันตราย

รัฐบาลไม่ตระหนักเลย ถ้าเกิดอะไรก็โทษเศรษฐกิจโลก ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่ประธานวิปรัฐบาลรอฟัง ชี้ว่างบ 2 ล้านล้าน มีงบฟื้นฟูเศรษฐกิจแค่ 7.7 หมื่นล้าน ต่ำที่สุดตั้งแต่เคยมีวิกฤติเศรษฐกิจ คิดเป็นแค่คนละครึ่ง

ปี 65 จะเป็นปีเศรษฐกิจวิบาก อเมริกาขึ้นดอกเบี้ย ดึงเงินทุนไหลกลับ เดือนเมษาขึ้นค่าแก๊สค่าไฟ จบคนละครึ่ง ก็คงขึ้นเฟสใหม่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าต่อไป

เศรษฐกิจปากท้องล้มรัฐบาลไม่ได้ อาจทำให้คนหวังพึ่งรัฐมากขึ้นด้วยซ้ำ แต่ท่ามกลางข้าวยากหมากแพง ความเหลื่อมล้ำไม่เป็นธรรม ความโกรธความไม่พอใจยิ่งสั่งสม

ถามความรู้สึกคนทั่วไป รู้สึกอย่างไรที่ประยุทธ์จะอยู่ต่อไปเรื่อยๆ คงชินเสียแล้ว แต่ในความเคยชินก็รู้สึกไหมว่ามันมีคลื่นอยู่ข้างใต้ตลอด ตอบไม่ได้ว่าจะลงเอยอย่างไร ไม่รู้เมื่อไหร่ แต่มันไม่ปกติแน่ มันจะสั่งสมจนทะลักออกมา

ถ้าเครือข่ายอำนาจยังมีความฉลาด ก็ใช้วาระที่เหลืออยู่ เปลี่ยนประยุทธ์อย่างสงบ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน