การดำรงอยู่ของ “กองทุนราษฎรประสงค์” ได้รับความสนใจเป็นลำดับในทางการเมือง
เนื่องจาก 1 เป็นการดำรงอยู่ในลักษณะของ “มวลชน” ขณะเดียวกัน 1 เป็นการดำรงอยู่ในท่ามกลางการเคลื่อนไหวในทางความคิด ในทางการเมือง
เส้นทางของ “กองทุน” จึงขึ้นอยู่กับ “สถานการณ์” ที่เป็นจริง
ภายในสถานการณ์ที่เป็นจริงในแต่ละห้วงของเวลาจึงสัมพันธ์กับทิศทางและพลังสนับสนุนของสังคมผ่าน “มวลชน” ที่แวดล้อมอยู่อย่างแนบแน่น
อนาคตของ “กองทุน” จึงอยู่ที่การตัดสินใจของ “มวลชน”
เหตุใด “กองทุนราษฎรประสงค์” จึงสร้าง “ปรากฏการณ์” อันเหลือเชื่อในทางการเมือง
คำตอบหนึ่ง มาจาก “ภาระ” และ “หน้าที่” ที่ “กองทุนราษฎรประสงค์” เข้าไปแบกรับ สัมพันธ์อยู่กับชะตากรรมและการเคลื่อนไหวในทางการเมือง
นั่นคือ ชะตากรรมของ “นักเคลื่อนไหว” มากหลาย
ไม่ว่าจะเป็น นายอานนท์ นำภา ไม่ว่าจะเป็น น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล ไม่ว่าจะเป็น นายไผ่ ดาวดิน ไม่ว่าจะเป็น นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ เป็นต้น
วิถีของ “กองทุนราษฎรประสงค์” จึงขึ้นกับบทบาทของคนเหล่านี้
จำนวนเงินบริจาคที่ทะยานไปสู่ 13 ล้านบาทในชั่วข้ามคืนเกิดขึ้นได้อย่างไร
ด้านหนึ่ง เพราะคนที่บริจาคเงินมีความรู้สึกร่วมกับชะตากรรมของ “นักเคลื่อนไหว” จึงพร้อมใจกันมอบเงินอันน้อยนิดที่มีอยู่เข้าร่วมส่วนด้วย
ด้านหนึ่ง เพราะมีความเชื่อมั่นต่อแนวทางของ “กองทุน”
รากฐานอย่างสำคัญก็คือ ความไว้วางใจต่อชื่อ น.ส.ชลิตา บัณฑุวงศ์ ความไว้วางใจต่อชื่อ น.ส.ไอดา อรุณวงศ์ ณ อยุธยา ว่าเป็นคนที่เชื่อถือและควรศรัทธา
นั่นก็คือ ไม่ทำให้พวกเขาผิดหวังไปจากที่ตั้งใจ
ถามว่าบทบาทและการเคลื่อนไหวของ “กองทุนราษฎรประสงค์” เป็นการเมืองหรือไม่
ตอบได้เลยว่าเป็นอย่างแน่นอน ทั้งยังเป็นการดำรงอยู่ในทางการเมืองที่สัมพันธ์และแนบแน่นอยู่กับกระแสและความตื่นตัวของ “มวลชน”
จึงเป็น “ปรากฏการณ์” สำคัญในทาง “สังคม” และการเมือง