ก้าวไกล ซุ่มทำการบ้านศึกซักฟอก ชี้ไพบูลบ์ วืดประธานกมธ.แก้กฎหมายลูก สะท้อนรัฐบาลคุมเสียงในสภาไม่ได้อีกแล้ว เล็งหาจังหวะโค่น ขยี้ซ้ำช่วงผุ-กร่อน แตกคอกันเอง
เมื่อวันที่ 4 มี.ค.2565 นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองเลขาธิการพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงการนัดหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 ว่า พรรคก้าวไกลได้พูดคุยกันเบื้องต้นแล้ว และเน้นย้ำส.ส.ทุกคนว่า หากยื่นญัตติแล้ว จะต้องพร้อมอภิปราย ซึ่งในช่วงปิดสมัยประชุม เราได้นำข้อมูลที่มีอยู่เดิมมาทำให้สมบูรณ์ขึ้น และแสวงหาข้อมูลเพิ่มด้วย
ทั้งนี้ พรรคร่วมฝ่ายค้านต้องคุยกันให้ได้ข้อสรุปว่าจะยื่นญัตติเมื่อใด และจะต้องประเมินสถานการณ์เป็นระยะ โดยยังไม่ตัดความเป็นไปได้ที่รัฐบาลอาจจะอยู่ไม่รอด ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดว่าจะเลือกอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อใด
เมื่อถามว่าจำนวนเสียงของพรรคร่วมรัฐบาล และพรรคเศรษฐกิจไทย ที่ยังสวิงอยู่ถึง 18 เสียง จะส่งผลต่อการโหวตอภิปรายหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตัวชี้วัดสำคัญอย่างหนึ่งคือ การที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ไม่ได้เป็นประธานกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างกฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับ แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลมีปัญหาเรื่องเสียงในสภา คือไม่สามารถล็อกเสียงได้อีกแล้ว ประกอบกับหลายฝ่ายขาดความเชื่อมั่นในรัฐบาล จึงทำให้รัฐบาลอ่อนแอลง และรัฐบาลเองอาจจะไม่รู้ว่าเสียงตัวเองมีอยู่เท่าใด เพราะต้องดูเสียงกันหน้างาน แบบรายสัปดาห์
เมื่อถามว่าในสมัยประชุมหน้าช่วงเดือนพ.ค. จะมีกฎหมายสำคัญหลายฉบับเข้าพิจารณา ถือเป็นช่วงเสี่ยงของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช่หรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า หากเป็นกฎหมายที่ไม่มีความสำคัญมากก็จะเป็นจุดที่ท้าทายรัฐบาล เพราะสภาอาจจะไม่ยอมผ่านกฎหมายให้ แต่ถ้ากฎหมายนั้นมีความสำคัญกับประชาชน ทุกฝ่ายยอมเห็นด้วยให้ผ่าน จุดสังเกตหนึ่งคือ ตอนนี้รัฐบาลไม่ค่อยส่งกฎหมายให้สภาพิจารณา คงกังวลว่ามือที่จะยกมีไม่เพียงพอ จนนำไปสู่การล้มรัฐบาลได้
เมื่อถามว่าจะใช้โอกาสที่เสียงของรัฐบาลไม่มั่นคง เพื่อล้มรัฐบาลในครั้งนี้หรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า พรรคร่วมฝ่ายค้าน พยายามทำทุกวิถีทางที่จะคว่ำรัฐบาลอยู่แล้ว เพราะเราเชื่อว่ารัฐบาลนี้ไม่ควรอยู่ต่อไป ซึ่งได้เรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ ลาออกหรือยุบสภามาตลอด แต่จะคว่ำรัฐบาลได้สำเร็จหรือไม่ ปัจจัยหลักอยู่ที่ปัญหาภายในของรัฐบาลเอง ที่ผุกร่อนและเต็มไปด้วยสนิม ตนก็สงสัยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะยื้อต่อไปอีกทำไม ควรจะยอมๆ เพื่อให้ประเทศเดินไปข้างหน้าได้