หมอโอ๊ค ยื่นดีอีเอส ช่วยหลังถูกมิจฉาชีพ ก็อปข้อมูล หลอกประชาชน ชัยวุฒิ ฝากถึงดารา ใครถูกขโมยข้อมูลเเจ้งมาได้ เผยโทษหนักทั้งจำทั้งปรับ
เมื่อวันที่ 9 มี.ค.2565 ที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) นพ.สมิทธิ์ อารยะสกุล หรือหมอโอ๊ค ดารานักแสดงชื่อดัง เข้ายื่นเรื่องร้องเรียนขอความเป็นธรรม ต่อนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยได้รับความเสียหายจากการถูกแอบอ้างปลอมบัญชีเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และ วอตส์แอป (WhatsApp) ไปหลอกลงทุน หลอกยืมเงิน และอ้างรูปและชื่อในการขายผลิตภัณฑ์สุขภาพ โดยไม่ได้รับอนุญาต
โดยมีการนำภาพถ่าย และวิดีโอของหมอโอ๊คและครอบครัว ไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง สร้างความเสียหายต่อผู้หลงเชื่อในกรณีดังกล่าวทั้งในและต่างประเทศ มูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท ซึ่งได้แจ้งความดำเนินคดีต่อผู้กระทำความผิดไปแล้ว
ด้านนายชัยวุฒิ กล่าวว่า อยากรณรงค์ให้ประชาชนรู้เท่าทันภัยจากโซเชียลมีเดียรูปแบบใหม่เหล่านี้ เพื่อมิให้ตกเป็นเหยื่อถูกหลอกลวง เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งกระทรวงดิจิทัลฯ ประสานสื่อโซเชียลมีเดียที่เกี่ยวข้อง ระงับการเผยแพร่ หรือบัญชีที่ปลอมแปลงดังกล่าว พร้อมกันนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) และกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) จะเร่งรัดติดตามการดำเนินคดีต่อผู้กระทำความผิดให้ถึงที่สุด
นายชัยวุฒิ กล่าวว่า อยากฝากสื่อมวลชนช่วยแจ้งเตือนและสร้างการรับรู้ให้กับประชาชน กรณีผู้มีชื่อเสียงมาทักแชท เชิญชวนลงทุน หรือขอยืมเงินหรืออื่นๆว่าอย่าเชื่อ ต้องตรวจสอบก่อนที่จะโอนเงินหรือดำเนินการใดๆ ต้องตรวจสอบกับเพจหรือบัญชีทางการของผู้มีชื่อเสียงที่ถูกแอบอ้างว่าจริงหรือไม่ สังเกตจากเครื่องหมายติ๊กถูกหรือยืนยันว่าเป็นบุคคลนั้นจริง (verification badge) ก่อนจะเชื่อตามที่เพจหรือบัญชีนั้นกล่าวอ้าง ซึ่งตนและหมอโอ๊ค กำลังยื่น verify อยู่เช่นกัน ขอให้ผู้มีชื่อเสียง บุคคลสาธารณะตระหนักในเรื่องนี้ด้วย เพื่อป้องกันการสับสนของประชาชน
นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ประชาชนสามารถร้องเรียนปัญหาออนไลน์ได้ที่กระทรวงดิจิทัลฯ โทรสายด่วน 1212 และขอฝากเตือนว่า ใครที่มีพฤติกรรม หรือคิดจะนำรูปผู้อื่นหรือโปรไฟล์ใช้แอบอ้าง สวมรอยเป็นบุคคลอื่น จะมีความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 16 จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นอกจากนี้ยังมีความผิดฐานฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญา บทลงโทษปรับสูงสุด 100,000 บาท จำคุกสูงสุด 5 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ
โดยมาตรา 341 กำหนดไว้ว่า “ผู้ใดโดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงดังว่านั้น ได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม หรือทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม ทำ ถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 342 ถ้าในการกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ผู้กระทำ (1) แสดงตนเป็นคนอื่น หรือ (2) อาศัยความเบาปัญญาของผู้ถูกหลอกลวงซึ่งเป็นเด็ก หรืออาศัยความอ่อนแอแห่งจิตของผู้ถูกหลอกลวง ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ