บิ๊กตู่ ห่วงครูไทย 9 แสนคน มีหนี้รวม 1.6 ล้านล้าน พอใจ ศธ.แก้หนี้สินครูคืบหน้า ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการรอบแรก กว่า 2.9 หมื่นราย ส่งให้เขตพื้นที่ฯ ช่วยเหลือ
เมื่อวันที่ 11 มี.ค.65 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้ความสำคัญและติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งน.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ สนองนโยบายในการช่วยแก้ไขปัญหาหนี้สินครูมาอย่างต่อเนื่อง และสานต่อนโยบายของนายกรัฐมนตรีไปสู่การปฏิบัติ
โดยตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาในระดับกระทรวงขึ้น เร่งแก้ไขปัญหาหนี้สินครูภายใต้แนวทางการลดภาระหนี้โดยรวมของครูให้น้อยลง ให้ครูมีรายได้ต่อเดือนเหลือไม่น้อยกว่า 30% ของเงินเดือน พร้อมกำหนดแนวทางขับเคลื่อนในเฟสแรกด้วยการลดดอกเบี้ย เปิดโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู ให้สหกรณ์ออมทรัพย์ครูซึ่งเป็นเจ้าหนี้ครูรายใหญ่เข้าร่วม
ขณะนี้มีสหกรณ์ออมทรัพย์ครู 70 แห่ง จากทั้งหมด 108 แห่ง เข้าร่วมปรับอัตราดอกเบี้ยแล้ว ซึ่งจะปรับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลงตั้งแต่ 0.05-1.0% และมีสหกรณ์ 11 แห่ง สามารถปรับลดดอกเบี้ยให้ลงเหลือต่ำกว่า 5% มีครูได้รับประโยชน์ทันทีกว่า 460,000 คน และ ศธ.จะเร่งขยายผลให้ครอบคลุมทั่วประเทศในเฟสถัดไป โดยล่าสุดจัดตั้งสถานีแก้หนี้ครูระดับเขตพื้นที่การศึกษาและหน่วยงานทางการศึกษา จำนวน 481 แห่ง ระดับจังหวัด 77 จังหวัด รวม 558 สถานีทั่วประเทศ
นายธนกร กล่าวว่า ศธ.เปิดโครงการ “สร้างโอกาสใหม่ให้ครูไทย” เมื่อ 14 ก.พ. ที่ผ่านมา เปิดให้ครูและบุคลากรทางศึกษาเข้ามาลงทะเบียนผ่านออนไลน์ที่เว็บไซต์ https://td.moe.go.th เพื่อแจ้งความประสงค์เข้าสู่ขั้นตอนกระบวนการเพื่อการแก้ไขปัญหาหนี้สิน ในรอบแรกเปิดลงทะเบียนระหว่าง 14 ก.พ. – 14 มี.ค. 65 ซึ่งขณะนี้ (10 มี.ค. 65) มีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมแล้วจำนวน 29,817 ราย
ซึ่ง ศธ.จะส่งต่อให้เขตพื้นที่ฯ เร่งดำเนินการช่วยเหลือ ขณะเดียวกันจะเดินหน้าหาแนวทางแก้ไขที่หลากหลาย รวมถึงดำเนินการเกี่ยวกับกฎระเบียบต่างๆ เพื่อปลดล็อกข้อจำกัด และเพื่อแบ่งเบาการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู ซึ่งจะช่วยทำให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เป็นหนี้ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อันจะส่งผลต่อคุณภาพทางการศึกษาให้ดีขึ้นตามไปด้วย
นายธนกร กล่าวต่อว่า นายกรัฐมนตรีมีความมุ่งมั่นให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตดี โดยประกาศให้ปี 2565 เป็น ‘ปีแห่งการแก้หนี้ภาคครัวเรือน’ โดยครูและบุคลากรทางการศึกษา เป็นประชาชนกลุ่มหนึ่งที่มีจำนวนกว่า 9 แสนคน มีหนี้สินรวมกว่า 1.4 ล้านล้านบาท ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยและติดตามการแก้ไขปัญหาหนี้ครูอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีความคืบหน้าการดำเนินการเป็นที่น่าพอใจ
โดยการแก้ไขปัญหาหนี้ครูจะเป็นตัวอย่างสำคัญในการขยายไปสู่การแก้ปัญหาหนี้ให้กับข้าราชการส่วนอื่นๆ รวมถึงการแก้ปัญหาความยากจนรายครัวเรือนทุกมิติ ทั้งนี้ นายกฯ กำชับให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้ครูอย่างเคร่งครัด โปร่งใส เป็นธรรม ตรวจสอบได้ พร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเดินหน้าแก้ปัญหาหนี้ให้กับทุกกลุ่มให้เป็นรูปธรรมชัดเจน และยั่งยืน