สธ. วอนอย่าด้อยค่า ยาฟาวิพิราเวียร์ ย้ำรักษาโควิด-19 ได้ผล ชี้ที่ผ่านมารักษาด้วยยาฟาวิพิราเวียร์เกินกว่าล้านคนแล้ว ทำให้ลดการเสียชีวิตได้
19 มี.ค. 2565 – นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงประเด็นประโยชน์การใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ว่า เชื้อโควิดเป็นโรคอุบัติใหม่ที่ไม่เคยเจอมาก่อน และมีการระบาดกว้างขวาง แม้ช่วงแรกจะไม่รู้จักมาก่อน แต่ในฐานะแพทย์และบุคลากรทางสาธารณสุขก็ต้องหายาและวิธีมาบรรเทาอาการให้ดีขึ้น
ตั้งแต่ต้นปี 2563 ที่เราพบครั้งแรก เรายังไม่รู้จักโรคนี้ดี ไม่มียารักษา บุคลากรทางการแพทย์จึงหายาต้านไวรัสต่าง ๆ ที่มีอยู่เดิมและขึ้นทะเบียนแล้วว่าปลอดภัยมาทดลองใช้ ทั้งยาต้านไวรัสเอดส์ ยารักษาไข้หวัดใหญ่ เป็นต้น ในทางทฤษฎีการออกฤทธิ์ของยาน่าจะยับยั้งได้ โดยหลายรายมีอาการดีขึ้น
ต่อมาเราพบว่า ยาฟาวิพิราเวียร์ ที่ขึ้นทะเบียนกับ อย.ประเทศไทยในการรักษาไข้หวัดใหญ่ ทำให้ผู้ป่วยหลายรายอาการดีขึ้น จากการสังเกตของแพทย์ที่รักษาและการสอบถามอาการจากคนไข้ ก็พบว่าเป็นไปได้ที่จะรักษาให้หาย และหายามารักษาจำนวนมากในประเทศไทยได้
นพ.โอภาส กล่าวต่อว่า จากการศึกษาเบื้องต้นด้วยประสบการณ์ของแพทย์ พบว่า หากป่วยอาการไม่รุนแรงและใช้รักษาแต่เนิ่น ๆ โอกาสอาการรุนแรงจะน้อยลง หายกลับบ้านได้มาก
นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาการใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ร่วมกันของศูนย์วิจัยทางคลินิก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ร่วมกับสถาบันบำราศนราดูร กรมควบคุมโรค และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยแบ่งศึกษาผู้ป่วย 2 กลุ่ม จากการติดตามภายใน 14 วัน กลุ่มรับยาฟาวิพิราเวียร์ มีอาการดีขึ้น 79% เทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับยาฟาวิพิราเวียร์ อาการดีขึ้น 32.3% จะเห็นว่าการให้ยาทำให้ผู้ป่วยอาการดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
“ยืนยันว่า เราจะไม่นำยาที่ไม่มีประสิทธิภาพ และเป็นอันตรายต่อชีวิตมารักษาผู้ป่วย ที่ผ่านมารักษาด้วยยาฟาวิพิราเวียร์เกินกว่าล้านคนแล้ว ทำให้ลดการเสียชีวิต ประชาชนกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ ลดการแพร่ระบาดของโรค เพราะเชื้อหมดไปจากผู้ป่วยได้เร็วกว่า ขอให้เชื่อมั่นใน สธ. อย่าด้อยค่ายารักษา ซึ่งเราเคยด้อยค่าวัคซีนมาแล้ว ทำให้หลายคนเสียโอกาสในการรับวัคซีน บางคนกลัวจนไม่กล้าฉีด และหลายรายเสียชีวิตจากการไม่รับวัคซีน”