ผอ.ช่อง 5 แจงพบทูตรัสเซีย-ยูเครน ประสานข้อมูลข่าวสารฐานะสื่อ ถามกลับล้ำเส้นตรงไหน ยันผบ.ทบ.รับรู้ มั่นใจข่าวจากสถานทูตไม่มั่วซั่ว
เมื่อวันที่ 24 มี.ค.2565 พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ททบ.5 กล่าวกรณีการแจ้งยกเลิกแถลงข่าวการประสานความร่วมมือด้านข่าวสารกับจีน รัสเซีย อิหร่านว่า เนื่องจากตนติดภารกิจต้องไปสถานทูตยูเครนประจำประเทศไทย เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา และ ททบ.5 ได้ออกอากาศข่าวนี้ไปแล้วในช่วงข่าวเที่ยงวัน
นอกจากนั้นยังมีอีกหลายชาติที่จะเข้ามาร่วมกับช่อง 5 เช่น กลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ก็ติดต่อและอยากส่งข่าวโดยตรงมาที่ ททบ.5 ตนได้บอกเอกอัครราชทูตจีน รัสเซีย อิหร่าน ยูเครน ว่ายินดีจะนำข่าวสารโดยตรงจากทางการของแต่ละประเทศ และการเผยแพร่ข่าวก็จะอ้างอิงว่าเป็ยข่าวทางการของประเทศนั้นๆ ส่งมา
พล.อ.รังษี กล่าวว่า ปกติช่อง 5 รับข่าวจากรอยเตอร์ปีละ 2 ล้าน แต่การประสานงานกับฝั่งรัสเซีย จีน อิหร่าน ยูเครนครั้งนี้ เขาไม่ได้คิดเงินเลย สิ่งที่คนไทยได้คือ ฟังข่าว 2 ด้าน ช่อง 5 มีหน้าที่นำข้อมูลข่าวสารมาให้ประชาชน เชื่อว่าข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลสำคัญที่คนไทยควรรับไปพิจารณา ตนไม่ได้บอกให้เชื่อช่อง 5 สิ่งที่ทำคืออยากให้คนไทยคิดเมื่อได้รับข้อมูลข่าวสารจากทุกมุมและไปตัดสินใจ รวมถึงวางแผนอย่างไรต่อไปในการอยู่กับความวุ่นวายนี้
“ช่อง 5 ไม่ได้ไปชี้ว่าใครผิดใครถูก เพราะเราไม่รู้จริง แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นแล้ว เราทำแค่ศึกษาติดตาม และให้คนไทยได้คิด ผมไม่นิยมทำข่าวแบบ propaganda เพราะมันไม่มีประโยชน์ เราเป็นสื่อ ดังนั้น จรรยาบรรณคือนำข้อเท็จจริงที่นำเสนอ” พล.อ.รังษี กล่าว
พล.อ.รังษี กล่าวอีกว่า ตนติดตามข่าวสารมาตั้งแต่เด็ก ส่วนใหญ่ได้รับข่าวมาจากฝั่งตะวันตก ไม่ค่อยได้ข่าวจากอีกฟากหนึ่งเพราะไม่มีความสัมพันธ์กับเขา และยืนยันว่าตนไม่ได้เป็นคนเข้าไปหาท่านทูตเหล่านี้ แต่ท่านทูตเชิญตนไปพูดคุย เมื่อคุยกันเห็นว่ามีประโยชน์กับประเทศไทยและคนไทย ตนก็ตัดสินใจว่าจะทำแบบนี้ อาจเป็นมิติใหม่ และยกระดับมาตรฐานข่าวของประเทศเราด้วย ซึ่งยินดีให้สำนักข่าวอื่นนำข้อมูล หรือภาพข่าวไป เพราะได้มาฟรี อยากให้ช่วยเผยแพร่ให้กว้างขวางมากขึ้น ตนพร้อมเมื่อไหร่ก็จะชี้แจงอีกที
เมื่อถามว่ามีการมองภาพของช่อง 5 เชื่อมโยงกับกองทัพในการออกหน้าพบทูต ซึ่งเป็นเรื่องอ่อนไหว พล.อ.รังษี กล่าวว่า ช่อง 5 เป็นของกองทัพบกก็จริง แต่ไม่เคยใช้เงินกองทัพบก เพราะหารายได้เอง ถามว่าที่ผ่านมาเคยโจมตีใครหรือไม่ เรายืนยันว่าเราเสนอข่าวตามเนื้อผ้า ตนคิดว่าวันนี้บทบาทของสื่อต้องเพิ่มขึ้น กระชับขึ้น เที่ยงตรงขึ้น เพราะโลกเปลี่ยนแปลงไปเร็ว
พล.อ.รังษี กล่าวต่อว่า กองทัพบกยุคนี้ไม่ยุ่งกับการเมือง โดยเฉพาะพล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. จะเห็นว่าไม่เคยพูดเรื่องการเมืองเลย ทหารยุคนี้ห่างการเมือง ตนตรึกตรองแล้วว่า สิ่งที่ทำแล้วประชาชนได้ประโยชน์ด้านข่าวสาร ผบ.ทบ.ก็ไม่เคยสั่งการ เวลาทำอะไรก็จะรายงานผบ.ทบ. ในฐานะประธานบอร์ด ซึ่งการไปพบทูตแต่ละประเทศก็จะเรียนท่านว่าไปแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ท่านก็ไม่ได้ถามว่าไปทำไม มีรายละเอียดอย่างไร ตนมาเป็นกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ช่อง 5 มา 1 ปีครึ่ง ผบ.ทบ.ไม่เคยสั่งการอะไรเป็นพิเศษ ให้ตนทำไปตามหน้าที่ คำนึงถึงเรื่องกฎหมาย
“ผมและผบ.ทบ.คบกันมาตั้งแต่ปี 2522 เป็นนักเรียนเตรียมทหารด้วยกัน อยู่กันมา 43 ปี รู้ว่าท่านไม่ชอบให้ทำอะไรที่ขัดกับความจริง เพราะณรงค์พันธ์ เป็นคนตรงไปตรงมา ฉะนั้นผมจะทำทุกอย่างที่ไม่ทำให้เขาไม่สบายใจ เขารู้ว่าผมเป็นคนอย่างไร ดังนั้น ใครจะลากกองทัพบกมาเกี่ยวข้อง ย่อมเป็นไปไม่ได้เลย” พล.อ.รังษี กล่าว
เมื่อถามว่ามีการวิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายต่างๆว่าเป็นการล้ำเส้น ไปยุ่งเกี่ยวกับงานด้านการต่างประเทศ พล.อ.รังษี กล่าวว่า ถามว่าการไปแลกเปลี่ยนข่าวสารไปล้ำเส้นตรงไหน เพราะการไปรับข้อมูลจากฝ่ายตะวันตกอย่างเดียว ก็ถูกมองว่าเลือกข้างหรือไม่ ถ้าทำแบบตน สหรัฐฯหรือจีน จะด่าเราได้หรือไม่ ตรงนี้คือความตรงไปตรงมา ตนไม่คิดเป็นศัตรูกับใคร เพราะประเทศเราวุ่นวาย เรื่องเศรษฐกิจและโรคระบาดอยู่แล้ว
นโยบายของตนชัดเจนว่าจะไม่เอาช่อง 5 ไปทำให้เกิดปัญหาแตกแยกเด็ดขาด ถ้ามีใครมาเรียกตนไปชี้แจงเรื่องการไปเอาข่าวจากจีน-รัสเซียมาเหมาะสมหรือไม่ ตนจะถามกลับว่า เขาไม่มองพวกคุณหรือว่าคุณเลือกข้างเพราะฟังแต่สื่อตะวันตก สิ่งที่ทำคือนำข่าวทุกฝ่ายลงที่ช่อง 5 โดยไม่มีการตัดต่อ
“สื่อจะจมปลักอยู่อย่างนี้หรือ เราต้องเปิดกว้างให้สังคมรับรู้ เพราะเราไม่ได้อยู่ประเทศเดียวในโลก สิ่งที่ผมทำอยู่ ยังไม่เห็นว่าทำอะไรที่มันล้ำเส้น เพราะผมไม่ได้เชียร์สหรัฐ หรือ จีน แต่เขามีข้อมูลและส่งมา เขาให้ผมฟรี คิดว่าถ้า จีนกับรัสเซีย เขาจะมา propoganda เหรอ คิดว่าเขาคงไม่ได้โง่ขนาดนั้น ถ้ามีคนมาแย้ง เขาก็หมดความน่าเชื่อถือ
ผมพูดจากใจ ไม่มี agenda ไม่ได้คิดทำร้ายประเทศ แต่ทำในฐานะกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และคนไทยคนหนึ่ง เพราะถ้าประเทศนี้อยู่ไม่ได้ ผมก็อยู่ไม่ได้ ช่อง5 ก็อยู่ไม่ได้ ผมจะทำร้ายประเทศนี้ทำไม สถานทูตต่างๆ จะกรองข้อมูลให้เรา ผมบอกกับเขาว่าสถานทูต เป็นข่าวทางการ ถ้ามีอะไรคนรับผิดชอบคือทางสถานทูต เพราะเขาคงไม่มั่วซั่ว การให้มาอย่างนี้คนไทยได้กำไร” กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ททบ.5 กล่าว