พท.ซัด “บิ๊กตู่” ทำท่องเที่ยวโคม่า ชี้ออกไปได้แล้ว เลิกถ่วงความเจริญประเทศ แนะเปิดตาดูโลกให้กว้างขึ้น จะได้ทำอะไรที่ฉลาดๆ บ้าง

เมื่อวันที่ 30 มี.ค.65 นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ส.ส.เชียงใหม่ รองเลขาธิการและคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ตามที่คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย เตือนให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เร่งแก้ไขปัญหาการท่องเที่ยวของไทย แต่พล.อ.ประยุทธ์กลับไม่สนใจ ทำให้สถานการณ์ท่องเที่ยวของไทยอยู่ในอาการโคม่า และกำลังจะตายกันหมดจริงๆ ตามยถากรรมเหมือนที่เคยได้เตือน ในภาวะสงครามรัสเซียยูเครน ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงภาวะเงินเฟ้อ

รวมถึงปริมาณผู้ติดเชื้อไวรัสโอมิครอนในประเทศไทย ที่ยังมีปริมาณผู้เจ็บและผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ทำให้ปริมาณนักท่องเที่ยวที่เข้ามามีจำนวนน้อยกว่าที่คาดการณ์มาก โดยสมาคมท่องเที่ยวคาดหวังว่าจะต้องมีนักท่องเที่ยวเข้ามาไทยอย่างน้อย 40% ของปี 2562 หรือประมาณ 16 ล้านคน ซึ่งจะสร้างรายได้ให้ประเทศได้ถึง 1.2 ล้านล้านบาท แต่จนถึงปัจจุบันนักท่องเที่ยวยังเข้ามาน้อยมาก ไม่มีแนวโน้มที่จะดีขึ้น ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวเริ่มลด และเลิกจ้างคนงาน เพราะแบกรับต้นทุนกันไม่ไหว จะทำให้การว่างงานพุ่งสูงขึ้นไปอีก

นายจักรพล กล่าวต่อว่า 10 มาตรการที่พล.อ.ประยุทธ์ ออกมาดูเหมือนเป็นของเด็กเล่น เพราะเล็กน้อยและยิบย่อยมาก แทบไม่ได้ช่วยประชาชนได้เลย การเร่งแก้ไขและส่งเสริมการท่องเที่ยวให้ฟื้น จะเป็นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้ดีที่สุด เร็วที่สุด อีกทั้งจะมีเงินกระจายเข้าสู่ประชาชนในทุกระดับได้มากที่สุด จึงอยากให้พล.อ.ประยุทธ์ได้เปิดตาดูโลกให้กว้างขึ้น จะได้ทำอะไรที่ฉลาดๆ บ้าง ไม่ต้องมาบ่นเองว่าทำอะไรคนก็บอกว่าโง่ หรือคิดแค่จะขายเก้าอี้เครื่องบินของการบินไทย

อยากให้พล.อ.ประยุทธ์ ได้เร่งแก้ไขระบบ Test&Go แก้ไขระบบการทำ PCR-test โดยหลายประเทศได้ยกเลิกกันไปแล้ว เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้นักท่องเที่ยว และประกาศเลิกการเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน 300 บาทได้แล้ว เพราะแค่นี้นักท่องเที่ยวก็ยังไม่มากันเลย และต้องทำการตลาดอย่างหนักเพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศมากที่สุด ไม่ใช่นั่งเฉยๆ รอเขาเข้ามา หากพล.อ.ประยุทธ์ไม่เข้าใจหรือทำไม่เป็น รอแต่กินบุญเก่า ก็ต้องออกไปได้แล้ว ให้ผู้นำรุ่นใหม่ที่ประชาชนอยากได้ตามโพลสำรวจเข้ามาทำหน้าที่แทน หยุดถ่วงความเจริญ อย่าทำให้ประเทศไทยเสื่อมโทรมไปกว่านี้อีกเลย ในเมื่อคนส่วนใหญ่ไม่ต้องการท่านบริหารอีกต่อไปแล้ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน