อนุชา ลงพื้นที่ภูเก็ต หาแนวทางแก้ปัญหาความเดือดร้อนผู้ประกอบการประมง ยันรัฐบาลไม่ได่นิ่งนอนใจ ตั้งใจแก้ไขอย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อวันที่ 7 เม.ย.2565 ที่จ.ภูเก็ต นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายชาญกฤช เดชวิทักษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ นายพิเชษฐ์ ปาณะพงศ์ รองผู้ว่าฯภูเก็ต นายมงคลชัย สมอุดร รองปลัดสำนักนายกฯ และคณะทำงาน ลงพื้นที่เพื่อตรวจท่าเทียบเรือประมงภูเก็ตต.รัษฎา เพื่อตรวจติดตามการบริหารจัดการเรือขาวแดงและตรวจสอบระบบติดตามเรือประมง (Vessel Monitoring System: VMS) และการติดตั้งระบบ Automatic Identification System : AIS ในเรือประมง
จากนั้น ได้ร่วมประชุมหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย ตามที่นายกฯได้มอบหมาย
นายอนุชา เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ห่วงใยถึงปัญหาการประมงในพื้นที่ ซึ่งการแก้ไขปัญหากรณีดังกล่าว จําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้ความละเอียด รอบคอบในการแก้ไข เนื่องจากบางกรณีปัญหาเเกี่ยวข้องด้านกฎหมาย โดยจะต้อง ประสานสอบถามความเห็นจากส่วนราชการ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา ให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างถูกต้อง ตามกฎหมาย เพื่อป้องกันปัญหาใหม่ที่อาจเกิดขึ้นตามมา พร้อมกำชับให้หาทางแก้ไขให้ทั้งภาครัฐและชาวประมงได้รับประโยชน์ 2 ฝ่าย บนพื้นฐานความร่วมมือความเข้าใจที่ดีต่อกัน
นายอนุชา กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจต่อความเดือดร้อนของพี่น้องชาวประมง ซึ่งนายกฯ ได้ติดตามปัญหาอย่างใกล้ชิด สั่งการกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาให้ความช่วยเหลือแก้ไขปัญหาที่สะสมและเรื้อรังมานาน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ผู้ประกอบการประมงอย่างเต็มที่
ยืนยันรัฐบาลตั้งใจแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนในทุกๆด้าน โดยเฉพาะปัญหาที่ประชาชนได้รับจากการออกกฎข้อบังคับ มาตรการต่างๆ ของรัฐบาล ขอให้ประชาชนเข้าใจถึงการออกกฎ ข้อบังคับ มาตรการต่างๆด้วย เพราะรัฐบาลต้องการทำทุกอย่างให้เข้าสู่ระบบ และถูกต้องกฎหมาย ให้ได้ตามมาตรฐานสากล แต่รัฐบาลก็ไม่เคยทอดทิ้งประชาชนที่ใช้ชีวิต มีอาชีพมาก่อนจะมีกฎข้อบังคับ ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ส่วนประเด็นข้อกังวลเรื่องการติดตั้ง AIS จะทำให้ข้อมูลผู้ประกอบการถูกเปิดเผยต่อสาธารณชนนั้น นายอนุชา กล่าวว่า ขอให้ผู้ประกอบการ อย่ากังวล ซึ่งจะมีการเข้ารหัสเพื่อให้เข้าถึงข้อมูล ส่วนข้อมูลที่เปิดเผยนั้น เปิดเผยเท่าที่จำเป็นเพื่อใช้ติดตามเรือ แต่จะไม่เปิดเผยข้อมูลจริงทั้งหมดของเรือ ส่วนเรื่องอุปกรณ์ปั่นไฟที่ผู้ประกอบการแสดงความเป็นห่วงเรื่องความรับผิดชอบกรณีอุปกรณ์เสียหายนั้น ในส่วนนี้จะให้ผู้ประกอบการรับผิดชอบกรณีจงใจทำให้อุปกรณ์เสียหายเท่านั้น
สำหรับเรื่องวันทำประมงที่ได้เสนออีก 30 วัน ในปีการประมงนั้น ขอให้ทุกคนเข้าใจบริบทของสภาพความสมบูรณ์ของธรรมชาติเพื่อให้เกิดความสมดุลของระบบนิเวศ รวมถึงความปลอดภัยช่วงมรสุม จำเป็นต้องประกาศกำหนดวันเดินเรืออย่างเหมาะสม
อย่างไรก็ตาม ประเด็นปัญหาต่างๆ ที่เสนอนั้น จะนําไปประชุมหาแนวทางการแก้ไขปัญหา เพื่อให้การแก้ไขปัญหาของสมาคมการประมงฯ ได้รับการแก้ไขอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป ขอให้ชาวประมงช่วยกันรักษาอาชีพประมง รวมถึงความสมบูรณ์ทางทะเล สภาพแวดล้อม และธรรมชาติให้คงอยู่อย่างสมบูรณ์ตลอดไป