เพื่อไทย ชูซอฟต์เพาเวอร์ฟื้น เศรษฐกิจ ให้ชาวคลองสามวา มั่นใจ 5 นโยบายหลักเป็นจริงได้ ปลุก ประชาชนเลือก ส.ก.พท.ให้มากที่สุดเพื่อผลักดันนโยบาย
เมื่อวันที่ 9 เม.ย. พรรคเพื่อไทย (พท.) นำโดยนายวิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานภาค กทม. นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานโซน 2 กทม.และ ผอ.เลือกตั้ง ส.ก. นายดนุพร ปุณณกันต์ เลขานุการการเลือกตั้ง ส.ก. นายวราวุธ ยันต์เจริญ น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล อดีต ส.ส. พร้อมด้วยน.ส.นฤนันมนต์ ห่วงทรัพย์ ผู้สมัคร ส.ก.เขตคลองสามวา เบอร์ 1 ร่วมกันลงพื้นที่ตลาดน้ำบึงพระยา วัดพระยาสุเรนทร์ เขตคลองสามวา
เพื่อพูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าถึงบรรยากาศการค้าขายและสถานการณ์เศรษฐกิจ รวมไปถึงเยี่ยมสินค้าโอทอปและของดีในชุมชน เพื่อหาหนทางในการส่งเสริมการตลาด สร้างรายได้ให้ประชาชน พร้อมล้อมวงคุยรับฟังปัญหาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับพี่น้องประชาชนถึงแนวทางการ “ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ กระจายความมั่งคั่งให้แก่คนกรุงเทพฯ อย่างถ้วนหน้า” ด้วยนโยบาย “50 เขต 50 ซอฟต์พาวเวอร์” โดยพี่น้องประชาชนสนใจสอบถามและแสดงความเห็นถึงนโยบายกรุงเทพมั่งคั่งของพรรคพท.อย่างมาก
นายวิชาญ กล่าวว่า นโยบายที่พรรคพท.นำเสนอทั้ง 5 นโยบายหลัก คือ กองทุนพัฒนาชุมชน 200,000 บาทต่อปี 50 เขต 50 โรงพยาบาล 30 บาทถึงที่หมาย 437 สถานศึกษาพัฒนาสร้างรายได้ และ 50 เขต 50 ซอฟต์พาวเวอร์ ที่มุ่งลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ กระจายความมั่งคั่งให้แก่คนกรุงเทพฯ อย่างถ้วนหน้า เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน เพราะพรรคพท.คิดบนพื้นฐานของความต้องการของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก ดังนั้นถ้า ส.ก.ของพรรคพท.ได้รับการเลือกตั้งเข้าไปเป็นจำนวนมากพอ ก็จะมีโอกาสผลักดันนโยบายให้ประสบความสำเร็จได้
นายดนุพร กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้พี่น้องชาวกรุงเทพฯ จะต้องเลือกผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก.ที่เข้าใจความต้องการ เข้าใจปัญหาและใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนที่สุด วิกฤตโควิดที่เกิดขึ้นและลุกลามเป็นวิกฤตเศรษฐกิจ ทำให้พี่น้องประชาชนยากลำบาก พรรคพท.มีนโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการของพี่น้องประชาชน ในอดีตพรรคก็เคยดำเนินนโยบายจนประสบความสำเร็จมาแล้วในอดีต พรรคคาดหวังที่จะนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ ดังนั้นจึงจำเป็นจะต้องมี ส.ก.เข้าไปทำงานในจำนวนที่มากพอ เพื่อบอกกับผู้บริหาร กทม.ดำเนินนโยบายที่เราต้องการผลักดันให้เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนได้
ด้าน น.ส.นฤนันมนต์ กล่าวว่า นโยบายของพรรคพท.ตอบโจทย์ความต้องการของพี่น้องประชาชน สามารถจับต้องได้และทำได้จริง โดยเฉพาะนโยบายกองทุนพัฒนาชุมชน 200,000 บาทต่อปี ที่พี่น้องประชาชนจะมีอำนาจในการตัดสินใจแก้ไขปัญหาได้ด้วยตัวเอง รวมทั้งนโยบาย50 เขต 50 ซอฟต์พาวเวอร์ ที่มุ่งพัฒนาซอฟต์เพาเวอร์ในแต่ละพื้นที่เพื่อช่วยพี่น้องประชาชนและพี่น้องชาวคลองสามวาให้มีรายได้มากขึ้น และฟื้นเศรษฐกิจในพื้นที่ให้ดีขึ้น


