มาตามนัด! ‘เต้นสีดาลุยไฟ’ หน้าพรรคปชป. จี้สอบข้อเท็จจริงอดีตรองหัวหน้าพรรค ปชป.ต้องออกมาขอโทษประชาชนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 18 เม.ย.65 ที่พรรคประชาธิปัตย์ กลุ่มเฟมินิสต์ปลดแอก ร่วมกับกลุ่มเฟมินิสต์ฟูฟู จัดกิจกรรม “เต้นสีดาลุยไฟ” โดยมีกำลังตำรวจ สน.บางซื่อ ทั้งในและนอกเครื่องแบบ 20 นาย มาวางกำลังโดยรอบพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อดูแลความปลอดภัยและอำนวยการจราจร โดยเจ้าหน้าที่พรรคประชาธิปัตย์นำแผงเหล็กมากั้นบริเวณถนนทางเข้าพรรค และซ่อมกล้องวงจรปิดที่อยู่บริเวณหน้าพรรค เนื่องจากมีกล้องอยู่ 1 ตัวที่หักลงมา
ต่อมาเวลา 10.30 น. กลุ่มเดินทางมายังหน้าพรรคประชาธิปัตย์จำนวนหนึ่ง เพื่อทำกิจกรรม “เต้นสีดาลุยไฟ” จากนั้นอ่านแถลงการณ์ตอนหนึ่งว่า จากกรณีข่าวอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ถูกกล่าวหาในคดีกระทำอนาจารและข่มขืนกระทำชำเรา โดยมีผู้เสียหายทยอยแจ้งความดำเนินคดีและอาจจะยังมีผู้เสียหายที่ยังไม่ออกมาดำเนินคดี
ผู้เสียหายหลายรายออกมาเปิดเผยถึงความรู้สึกหวาดกลัว เพราะผู้ต้องหาเป็นบุคคลที่มีอิทธิพล นับจากข้อมูลที่ปรากฏจากสื่อนับตั้งแต่เกิดเหตุที่ประเทศอังกฤษ ผู้ต้องหามีรูปแบบพฤติกรรมซ้ำอย่างชัดเจน ก่อนได้ประกาศลาออกจากการเป็นรองหัวหน้าพรรค แต่ท่าทีของพรรคและสมาชิกในพรรคกลับมีพฤติกรรมลดทอนความเจ็บปวดและความเสียหาย กระทำการซ้ำเติมผู้ที่ประสบความรุนแรงทางเพศ เช่น มีภาพเเชทกลุ่มไลน์ชี้เป้าผู้ถูกกระทำ มีข้อความตั้งคำถาม เพื่อโทษว่าเป็นความผิดของผู้ถูกกระทำ (Victim Blaming ) เช่น ข้อความ “แปลกมากผู้หญิงสมัยนี้โดนข่มขืนตั้งนานเพิ่งมารู้สึกตัวตอนนี้” ทำให้ผู้ถูกกระทำที่ลุกขึ้นมาเรียกคืนความยุติธรรมต้องเผชิญหน้ากับการถูกตัดสินและการเหยียดเพศอย่างรุนแรงของสังคมส่งผลต่อสุขภาพกาย ใจ และสูญเสียความมั่นใจในตนเองเป็นอย่างมาก
อีกทั้งยังมีอดีตส.ส.ร่วมพรรคออกมาให้ข่าวชื่นชมว่าการลาออกเป็นการแสดงความกล้าหาญ และที่แสดงถึงการใช้อิทธิพลพรรคในการลอยนวลพ้นผิด สะท้อนให้เห็นการโอบอุ้มผู้ต้องหา และปล่อยให้การข่มขืนลอยนวล สะท้อนให้เห็นว่าเบื้องหลังความรุนแรงที่เกิดขึ้น มีครอบครัว สังคม คนในพรรค พรรคการเมือง และสถาบันทางสังคม ที่ทำให้ความรุนแรงเหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำๆ จากการปล่อยผ่าน และอนุญาตให้ความรุนแรงคงอยู่
เรานักกิจกรรมเพื่อความเป็นธรรมทางเพศทั้งหญิง ชาย คนข้ามเพศและเพศหลากหลาย (LGBTQIAN+) รู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมากที่พรรคการเมืองและนักการเมืองที่มีหน้าที่สร้างมาตรฐานและจริยธรรมทางเพศ กลับใช้แหล่งอำนาจของตนเองทำพฤติกรรมที่ริดรอนสิทธิในร่างกายและทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เช่นนี้ และเรารู้สึกกังวลว่าอิทธิพลของนักการเมืองและพรรคการเมืองจะ “ปิดปาก” จนเกิดความอยุติธรรม เพื่อยืนหยัดเคียงข้างผู้ถูกกระทำทุกคน เราจึงมาที่นี่ เพื่อเรียกร้องให้พรรคการเมืองสอบสวนข้อเท็จจริงการปกปิดประวัติของรองหัวหน้าพรรค
พรรคต้องตรวจสอบผู้สมัครและกรรมการบริหารทุกระดับในพฤติกรรมความรุนแรงทางเพศพรรค ต้องมีกฎข้อบังคับในจริยธรรมของสมาชิกและกรรมการบริหารทุกระดับอย่างชัดเจน ในเรื่องการไม่ล่วงละเมิดและใช้ความรุนแรงทางเพศทุกรูปแบบ พรรคต้องไม่ใช้อิทธิพลทั้งทางตรงและทางอ้อมในการแทรกแซงคดีความ พรรคต้องออกมาขอโทษประชาชนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
นี่คือข้อเรียกร้องที่ไม่ได้เจาะจงเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ แต่เป็นข้อเรียกร้องที่ส่งเสียงไปยังทุกพรรคการเมือง เพราะถ้านักการเมืองมีพฤติกรรมความรุนแรงทางเพศอย่างไร้ยางอายเช่นนี้แล้ว จะเสนอหน้ามาทำงานการเมือง ออกกฎหมายเพื่อความเป็นธรรมอย่างไรได้อีก
จากนั้นเวลา 11.00 น. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ น.ส.ดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ออกมารับหนังสือพร้อมกล่าวว่า ยินดีที่จะสนับสนุนน้องๆ ที่เคลื่อนไหวต่อต้านการคุกคามทางเพศ หากสิ่งใดที่คนของพรรคปชป.ทำแล้วทำให้ประชาชนผิดหวัง อยากจะตำหนิพรรค ทางพรรคก็พร้อมที่จะน้อมรับ ตนขอสนับสนุนน้องๆ ทำกิจกรรมสร้างจิตสำนึกของคนในสังคม ให้เคารพในเพศตรงข้าม และให้ปกป้องตนเอง เพศตรงข้าม ทางพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมจะเดินเคียงข้างกับกลุ่มน้องๆอย่างแน่นอน


