เมื่อวันที่ 10 ม.ค.นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า ข้ออ้างในการยึดอำนาจและอยู่ในอำนาจของคสช. คือ การต่อต้านปราบปรามคอร์รัปชั่น ซึ่ง4 ปีที่ผ่านมา มีการจัดการกับปัญหาคอร์รัปชั่นเฉพาะผู้ที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับคสช.ส่วนคสช.หรือพวกพ้องทั้งหลาย ไม่ปรากฎว่ามีการจัดการกับปัญหาคอร์รัปชั่นอย่างโปร่งใสให้เห็นเป็นชิ้นเป็นอันแม้แต่เรื่องเดียว และการปฏิรูปเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวก็ไม่เกิดไม่มีใครยกตัวอย่างว่าจะปฏิรูปเรื่องใด ยิ่งระบบต่อต้านปราบปราบคอร์รัปชั่นด้วยแล้วคสช.และพวก ยังร่วมกันทำลายระบบนี้ให้พังลง เพราะเมื่อเกิดเรื่องอื้อฉาวไม่มีใครตั้งกระทู้หรือเสนอญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งรัฐธรรมนูญปี 2540 ระบุไว้หากจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจในข้อหาทุจริตประพฤติมิชอบหรือร่ำรวยผิดปกติ ต้องนำเรื่องไปยื่นร้องต่อป.ป.ช.ตรวจสอบอย่างจริงจัง โดยเฉพาะเมื่อมีการอภิปรายในสภาฯไปแล้วป.ป.ช.จะนิ่งเฉยไม่ทำอะไรไม่ได้ หากนิ่งเฉยอาจถูกถอนถอนโดยสมาชิกรัฐสภาไปด้วย

นายจาตุรนต์ กล่าวว่า การที่นายกรัฐมนตรีบอกให้สื่อมวลชน ลดราวาศอก มิฉะนั้นจะใช้อำนาจมากกว่าเดิม เป็นปัญหาในเชิงระบบ เพราะประชาชนและสื่อมวลชนไม่มีเสรีภาพในการหาข้อมูลและแสดงความคิดเห็น ถูกขัดขวางการแสดงความคิดเห็นต่อกรณีการทุจริตของรัฐ ซึ่งถูกคุกคามหรือถูกจัดการด้วยกฎหมายที่ไม่ชอบธรรม เช่น คำสั่งของคสช.ส่วนองค์กรอิสระที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการต่อต้านคอร์รัปชั่น ได้เปลี่ยนระบบและองค์กรไม่ใช่ระบบที่อาศัยองค์กรอิสระ ซึ่งอำนาจที่แท้จริงอยู่ที่คสช.และรัฐบาล ด้านคณะกรรมการป.ป.ช.ปัจจุบันนั้น ส่วนใหญ่แต่งตั้งกันในขณะที่คสช.มีอำนาจเต็ม การสรรหาและแต่งตั้งเกิดขึ้นโดยมีรองนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งเข้าไปร่วมเป็นกรรมการสรรหา เพื่อให้สนช.เห็นชอบ ล้วนเป็นคนของคสช.จึงไม่ต้องสงสัยว่าเหตุใด ป.ป.ช.ชุดนี้จึงไม่กระตือรือร้น เอาจริงเอาจังกับการตรวจสอบกรณีอื้อฉาวที่เกิดขึ้น

“คสช.อ้างว่า เข้ามาปราบคอร์รัปชั่น ให้คนเขียนรัฐธรรมนูญและอ้างว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญปราบโกง เกิดการหลอกต้มคนทั้งประเทศก็คือเรื่องรัฐธรรมนูญปราบโกง รัฐธรรมนูญนี้ เขียนอำนาจหน้าที่ของป.ป.ช.ไว้ แล้วให้กรธ.ไปเขียนคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการป.ป.ช.ไว้ในกฎหมายลูก ซึ่งสนช.ได้ต่ออายุกรรมการปปช.ชุดปัจจุบันไปจนกว่าจะครบวาระ คือ อีก 7-8 ปี ทั้งที่กรรมการบางคนมีลักษณะต้องห้ามเกี่ยวกับการต้องพ้นจากการเป็นข้าราชการประจำมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี ซึ่งไปโดนที่ประธานป.ป.ช.เข้าเต็มๆ จึงกลายเป็นว่า ที่อวดอ้างว่า รัฐธรรมนูญปราบโกง ที่จริงแล้วจะไม่ได้ใช้ระบบต่อต้านการคอร์รัปชั่น ที่จะใช้กันต่อไปอีกหลายปี ก็คือ ระบบของคสช.โดยคสช.และเพื่อคสช.นั่นเอง ดังนั้นเรื่องทุจริตคอรัปชั่นที่กำลังอื้อฉาว จึงเป็นปัญหาของระบบที่เรียกว่าถึงขั้นล้มละลาย ยิ่งกว่าปัญหาของตัวบุคคล และขณะชัดเจนแล้วว่าระบบไม่เพียงล้มเหลวในการจัดการกับพวกพ้องของคสช.เอง แต่ยังล้มละลายในเรื่องความเชื่อถือที่ประชาชนมีต่อระบบนี้ด้วย ระบบต่อต้านการคอร์รัปชั่นที่ล้มละลายยาวนาน คือ สิ่งที่คสช.มอบให้แก่ประชาชนไทย”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน