“บิ๊กป้อม” มอบนโยบายรับมือฝนปี 65 ย้ำ ทุกหน่วยยึด 13 มาตรการ เร่ง หาน้ำสำรอง-เก็บน้ำใต้ดิน- กระจายน้ำ-กำจัดผักตบชวา
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 6 มิ.ย. 2565 ที่ห้องแคทลียา โรงแรมรามาการ์เด้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) รับฟังการแถลงผลบริหารจัดการน้ำฤดูแล้ง ปี 2564/65 และการเตรียมรับมือฤดูฝนปี 2565 จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 6 หน่วยงาน ได้แก่กรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมป้องกันบรรเทาและสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) และหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา
โดยพล.อ.ประวิตร กล่าวมอบนโยบาย ว่า ขอบคุณทุกหน่วยงานที่เร่งแก้ปัญหาน้ำ ตั้งแต่ช่วงฤดูแล้ง จนปีที่ผ่านมาไม่มีการประกาศภัยแล้งทุกพื้นที่ ส่วนฤดูฝนปีนี้ที่มีแนวโน้มฝนสูงกว่าปกติ จึงมี 13 มาตรการรับมือฤดูฝน และมีการตั้งศูนย์ส่วนหน้าก่อนเกิดภัย เพื่อเตรียมพื้นที่อพยพ ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ และตรวจสอบความมั่นคงพนังกั้นน้ำให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
ขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมทรัพยากรฯ กรมชลประทาน ให้ดูแหล่งน้ำสำรองทั่วประเทศ สำหรับน้ำประปาให้มีแหล่งน้ำสำรอง หน่วยงานไหนที่ผลิตน้ำประปาแล้วไม่มีแหล่งน้ำสำรองให้ทำให้มีน้ำสำรองทุกแห่งทั่วประเทศ เพื่อจะได้ไม่ต้องมาใช้น้ำในลุ่มน้ำ เพราะจะทำให้แผนการบริหารน้ำผิดไป โดยเฉพาะโรงงานอุตสาหากรรม ต้องให้มีแหล่งน้ำตัวเองไว้ใช้
พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติ ดังนี้ ให้ดำเนินการตาม 13 มาตรการรับมืออย่างเคร่งครัด โดยจัดทำแผนปฏิบัติการรายพื้นที่ให้ชัดเจน ติดตาม เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำหลาก พร้อมทั้งวางแผนเก็บน้ำสำรองทั้งผิวดินและพื้นดินที่รองรับฤดูแล้งหน้าด้วย นอกจากนั้นคณะกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัดที่แต่งตั้งขึ้น ร่วมกันบูรณาการข้อมูล จัดทำแผนการปฏิบัติการ สนับสนุนการแก้ไขปัญหาทรัพยากรน้ำในระดับพื้นที่ ต้องบูรณาการข้อมูลให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมและได้รับการยอมรับ
ส่วนหน่วยงานที่ได้รับการจัดสรรงบ ทั้งงบปกติและงบกลางสำหรับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อป้องกันอุทกภัยและภัยแล้ง เช่น ปรับปรุงสิ่งกีดขวางทางน้ำ กำจัดผักตบชวา ไม่ให้กีดขวางทางน้ำ เตรียมพร้อมพื้นที่ลุ่มต่ำเพื่อรับน้ำหลากทำให้เสร็จโดยเร็ว รวมถึงสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์ให้ทุกส่วนเข้าถึงข้อมูล และสร้างความเข้มแข็งให้ภาคประชาชน เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำให้ยั่งยืน
“ขอให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินงาน โดยเฉพาะการกระจายน้ำทั่วประเทศมีความสำคัญ ต้องเร่งให้กระจายน้ำไปได้ทั่ว โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นอกจากนั้นต้องเก็บน้ำสำรองใต้ดิน เพราะแต่ละปีมีน้ำทิ้งลงทะเลมหาศาลเพราะไม่ได้เก็บไว้ เมื่อถึงหน้าแล้งก็มาใช้ไม่ได้ ทั้งนี้ ปีที่ผ่านมาเป็นบทเรียนว่าประสบความสำเร็จที่ไม่มีพื้นที่แล้ง ต้องขอบคุณทุกคนที่ร่วมมือพัฒนาในปีต่อไป ขอย้ำทุกหน่วยต้องช่วยกัน” พล.อ.ประวิตร กล่าว